'ประยุทธ์' วอน 'เอ็นจีโอ' ร่วมมือรัฐศึกษา 'เขื่อนแม่วงก์' แนะสร้างเขื่อนขนาดเล็กรอบโครงการ

ให้ ก.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และ ก.เกษตร ไปรวบรวมแนวคิดทำเขื่อนแม่วงก์ที่ผ่านมานำมาศึกษาความเป็นไปได้ เน้นลดปัญหาความขัดแย้งกับประชาชน ผลกระทบต่อป่าไม้ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่และพันธุ์หายาก รวมถึงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่โดยเฉพาะเสือโคร่ง แนะให้กระจายสร้างเขื่อนขนาดเล็กในพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมวอนเอ็นจีโอร่วมมือรัฐศึกษาเขื่อนแม่วงก์
 
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลา หมู่ 6 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและภัยแล้งของจังหวัดอุทัยธานี จากนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมรับฟัง
 
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวสรุปสถานการณ์น้ำแล้งและภัยแล้งจังหวัดอุทัยธานีว่า สภาพทั่วไปของจังหวัดอุทัยธานีมีพื้นที่โดยรวม 4.2 ล้านไร่ ครอบคลุม 4 ลุ่มแม่น้ำ (สะแกกรัง ท่าจีน แม่กลอง และเจ้าพระยา) ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1,265 มม. /ปี มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 5 สาย (สะแกกรัง คลองโพธิ์ ห้วยขุนแก้ว ทับเสลา และห้วยกระเสียว) มีความต้องการใช้น้ำ 497 ล้าน ลบ.ม./ปี แบ่งออกเป็นเพื่ออุปโภค บริโภค 8.0 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร 400 ล้าน ลบ.ม. และเพื่อรักษาระบบริเวศ 89 ล้าน ลบ.ม.
 
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี สามารถดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ กรมชลประทานได้เสนอโครงการพัฒนาศักยภาพการพัฒนาโครงการเขื่อนแม่วงก์ ขนาดความจุเก็บกักน้ำ 258 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานในฤดูฝน 301,900 ไร่ ฤดูแล้ง 126,545 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 6 อำเภอ 23 ตำบล 127 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,749 ครัวเรือน
 
พร้อมกันนี้ ได้เสนอโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำทับเสลาโดยขอสนับสนุนงบประมาณขุดลอกลำน้ำห้วยทับเสลา และปรับปรุงอาคารผันน้ำ พร้อมเสริมคันสปริงเวย์อ่างเก็บน้ำทับเสลา โดยคาดว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการชลประทานเมื่อการพัฒนาเต็มที่คิดเป็นมูลค่าปีละประมาณ 284 ล้านบาท สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอลานสัก อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอหนองขาหย่างและอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดประมาณ 166,957 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 143,500 ไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทานประมาณ 200,000 ไร่
 
ภายหลังรับฟังบรรยายสรุป นายกรัฐมนตรีรับทราบโครงการพัฒนาศักยภาพการพัฒนาโครงการเขื่อนแม่วงก์ โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปรวบรวมแนวคิดทำเขื่อนแม่วงก์ที่ผ่านมา นำมาศึกษาความเป็นไปได้เน้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ลดปัญหาความขัดแย้งกับประชาชน พร้อมกับเน้นย้ำเรื่องผลกระทบต่อป่าไม้ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ และพันธุ์หายาก รวมถึงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่โดยเฉพาะเสือโคร่ง โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนะให้กระจายสร้างเขื่อนขนาดเล็กในพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมหาวิธีการอื่น ๆ รวมถึงการพร่องน้ำมาใช้ในพื้นที่การเกษตร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุด ให้คุ้มค่ากับความเสียหายของป่าไม้ สำหรับโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำทับเสลา นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้อธิบดีกรมชลประทานรับไปดำเนินการต่อไป
 
วอนเอ็นจีโอร่วมมือรัฐศึกษาเขื่อนแม่วงก์
 
ทั้งนี้เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ ได้รายงานในช่วงให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่ากำลังให้ศึกษาอยู่ซึ่งมีส่วนหนี่งเป็นพื้นที่ป่าแต่อยู่รอบนอก ต้องไปดูว่าจะเกิดความเสียหายอะไรบ้าง และสิ่งที่เสียไปกับสิ่งที่ได้มาคือการเพิ่มพื้นที่กาาเกษตรและพื้นที่ชลประทานอีก 3 แสนไร่ มันคุ้มกันหรือไม่ ต้องหาข้อสรุปให้ได้ วันนี้ยังไม่มีคำตอบ เพียงแต่ให้ศึกษา และถ้าไม่ทำอย่างนี้จะมีวิธีการอื่น หรือพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ ในที่ประชุมได้พิจารณาทางเลือกที่ได้เสนอไปแล้ว โดยให้ไปศึกษาตามแนวทางที่เสนอมา แต่วันนี้ยังไม่มีคำตอบ และยังไม่คัดสิน
       
“วันนี้ถ้าทุกคนยังบอกว่าไอ้นั่นก็ไม่ได้ไอ้นี่ก็ไม่ได้ มันก็จะไปไม่ได้ ต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่สั่งโครมๆ สร้างปลูก มันไม่ได้หรอก การศึกษาก็ต้องให้เอ็นจีโอมาร่วมศึกษาด้วย อย่าไปแยกอิสระ ต้องมาศึกษาร่วมกับกระทรวง จะได้เข้าใจกันเสียที ไม่อย่างนี้นก็ค้านกันนอกระบบอยู่อย่างนั้น ต้องเอาเข้าที่ประชุม ไม่ใช่ค้านกันเรื่อยไป ตัวเองไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่ก็ค้านกันไปเรื่อย แล้วคนในพื้นที่ก็ยากจนกันทุกวัน ไม่คิดกันบ้างหรือไง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
       
พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลทำทุกเรื่อง แก้ไขทุกปัญหา และไม่ได้มาอวดโอ้ว่าเก่งแต่อย่างใด แต่การแก้ปัญหาไม่สามารถเกิดขึ้นได้ใน 1-2 ปีนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งประชาชน สื่อมวลชน คนระดับบน กลาง และล่าง ช่วยกันให้ความรู้แก่ประชาชน นักการเมืองเองก็ต้องช่วยกัน ขออย่ามาขัดแย้งกันอีกเลย ประเทศชาติย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นเสมอ การพัฒนาประเทศด้วยยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากจนเกินไป ใครจะทำก็ว่ามา เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า หากไม่มียุทธศาสตร์ดังกล่าวเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาก็จะเปลี่ยนแนวทางการเดินหน้าประเทศ ทำให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้ นักการเมืองอยากทำให้คนรักอย่างไรก็ให้ไปทำ เรื่องของท่าน แต่ทำให้มันดี แต่เรื่องแค่นี้เหตุใดจึงยอมกันไม่ได้ ทำไมไม่ทำเพื่อประเทศชาติ รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องเดินหน้าแบบนี้ ส.ส.ต้องนำปัญหาในพื้นที่ตัวเองเสนอต่อรัฐบาล นี่คือประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งประชาชนเป็นผู้เลือก ส.ส.ขึ้นไป โดยรัฐบาลจะเอาทุกปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไข และวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้ดี มีความสอดคล้องกับความต้องการและปัญหาของประเทศ ถ้ามัวไปตีกันอยู่แบบนี้ทุกอย่างก็ไปไม่ได้
       
“ผมถามว่าเป็นอยู่แบบนี้ไม่สงสารประชาชนหรือ เห็นแววตาเขาหรือไม่ ทุกคนอาจจะเข้าใจว่าผมมีความสุขเพราะเห็นว่าชาวบ้านรัก ชอบ แต่นี่คือความกดดันที่ผมมี เพราะประชาชนคาดหวัง เราจะทำลายความหวังของเขาหรือไง เขาหวังมากี่รัฐบาลแล้ว เราอย่าไปทำลาย รัฐบาลนี้ไม่ได้มุ่งหวังอะไรจากเขาเลย มีแต่จะให้ แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกคนพอใจและมีความสุข เมื่องบประมาณมีเท่านี้ต้องแบ่งปัน จัดระเบียบ ทุกประเทศต้องเป็นแบบนี้ ไม่มีประเทศไหนจะมาตีกัน ประชาธิปไตยต้องไม่เป็นแบบนี้หรอก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
       
นายกฯ กล่าวว่า ตนเดินทางไปต่างประเทศได้พบเจอกับคนไทยที่นั่นซึ่งเป็นคนเก่งและเขาบอกว่าพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศไทย ทุกคนพร้อมช่วยเหลือประเทศอยู่แล้ว ไม่เหมือนกับใครบางคนที่ไม่เคยนึกถึงประเทศ อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของบ้านเมือง ไม่มีข้อยกเว้น และขอประชาชนอย่าเพิ่งท้อแท้ เพราะหากทุกคนท้อแท้ตนจะยิ่งท้อแท้ยิ่งกว่า ที่ยังทำงานได้ทุกวันนี้เพราะได้กำลังใจจากประชาชน ถ้าไม่มีกำลังใจเลย มีแต่ความขัดแย้งก็คงจะหมดกำลังใจที่จะทำงานต่อไป แต่ถึงอย่างไรกำลังใจก็จะไม่มีวันหมด เพราะตนทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง การทำเพื่อคนอื่นนั้นสามารถทำได้ร้อยแปดพันเรื่อง แต่ถ้าทำเพื่อตัวเองไม่นานก็จบ 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์