นักวิชาการสหรัฐวิจารณ์กฎหมายต้านก่อการร้ายเกาหลีใต้ ทำประชาธิปไตยถดถอย

 

11 มี.ค. 2559 เกาหลีใต้มีการเสนอกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายมาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมีการผ่านร่างกฎหมายนี้ในสภาเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามขัดขวางการผ่านร่างกฎหมายนี้โดยพรรคสายเสรีนิยมที่เป็นฝ่ายค้านด้วยวิธีการอภิปรายประวิงเวลาเป็นเวลายาวนานรวม 9 วัน จนเป็นการทำลายสถิติการอภิปรายที่ยาวนานที่สุดในโลก

ถึงแม้ว่ากฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของเกาหลีใต้ซึ่งมีการเสนอตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ 9-11 ในสหรัฐฯ จะอ้างว่าเพื่อคุ้มครองความมั่นคงของชาติและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนแต่ก็มีผู้วิจารณ์กฎหมายนี้โดยมองว่ามันเป็นกฎหมายที่มีความคลุมเครือและเสี่ยงต่อการถูกนำมาอ้างใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

จอฟฟรีย์ แฟตติก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ที่เน้นศึกษานโยบายเกาหลีใต้และความสัมพันธ์คาบสมุทรเกาหลีระบุในบทความว่า ถึงแม้เกาหลีเหนือจะมีการข่มขู่ด้วยการทดสอบขีปนาวุธและมีข่าวการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่เหมือนประชาคมโลกจะให้ความสนใจในการละเมิดสิทธิจากฝ่ายเกาหลีเหนือเพียงอย่างเดียวโดยมองข้ามสิ่งที่น่ากังวลที่กำลังเกิดขึ้นในอีกฝั่งหนึ่งของคู่ขัดแย้งคาบสมุทรเกาหลีซึ่งกำลังออกกฎหมายที่ลิดรอนความเป็นประชาธิปไตย

แฟตติกวิจารณ์รัฐบาลปาร์คกึนเฮของเกาหลีใต้ว่าก่อนหน้านี้เธอก็เคยใช้วิธีการสร้างความนิยมด้วยการใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งของเธอว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง อีกทั้งยังอ้างใช้กฎหมายที่ชวนให้เกิดข้อถกเถียงอย่างกฎหมายความมั่นคงในการลิดรอนเสรีภาพอย่างการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย รวมถึงการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะนักข่าว นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงการใช้อำนาจในรูปแบบอื่นๆ อย่างการประกาศปราบปรามการประท้วง การควบคุมตำราวิชาประวัติศาสตร์และมีการคุ้มครองสิทธิแรงงานน้อยลงทำให้ในรายงานของสหประชาชาติเมื่อต้นปีนี้ระบุว่าเสรีภาพในการชุมนุมของเกาหลีใต้ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศเป็นประชาธิปไตยกำลังถดถอยลง

"ถ้ามองกันกว้างๆ แล้ว การผ่านร่างกฎหมาย (ต่อต้านการก่อการร้าย) ในครั้งนี้เป็นรูปแบบพฤติกรรมที่สะท้อนว่ารัฐบาล (เกาหลีใต้) มีความสนใจในเรื่องการบีบเค้นฝ่ายต่อต้านและวางข้อจำกัดให้เสรีภาพส่วนบุคคลมากกว่าจะสอดรับค่านิยมที่สำคัญในการดำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวา" แฟตติกระบุในบทความ

บทความของแฟตติกยังชี้ให้เห็นว่ากฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายในเกาหลีใต้ที่สะท้อนตอบความกลัวว่าเกาหลีเหนือจะมีฏิบัติการจารกรรมหรือก่อเหตุรุนแรงแบบเดียวกับในปารีสเมื่อปีที่แล้ว แต่ความคลุมเครือของนิยามคำว่า "การก่อการร้าย" ในร่างกฎหมายนี้ก็ทำให้คนกังวลว่าจะถูกนำมาใช้กับฝ่ายคนเห็นต่างกับรัฐบาลมากกว่า

แฟตติกระบุว่าการใช้กฎหมายบีบเค้นฝ่ายต่อต้านของรัฐบาลอาจจะทำให้พวกเขาเซ็นเซอร์ตัวเองไปได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้วจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรครัฐบาลเอง โดยที่เกาหลีใต้กำลังจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในเดือน เม.ย. ที่จะถึงนี้ เป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าประชาชนเห็นด้วยกับความถดถอยที่รัฐบาลนี้สร้างไว้หรือไม่

 

เรียบเรียงจาก

South Korea's Anti-Terror Law Part of a Worrisome Trend, The Diplomat, 09-03-2016

http://thediplomat.com/2016/03/south-koreas-anti-terror-law-part-of-a-worrisome-trend/

​South Korea passes anti-terror law after nine-day filibuster, ZD Net, 03-03-2016

http://www.zdnet.com/article/south-korea-passes-anti-terror-law-after-nine-day-filibuster/

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์