สภาพม่าโหวต'ถิ่นจ่อ'เป็นประธานาธิบดี-อดีตแม่ทัพยุคสลายชุมนุมปี 50 ได้รองประธานาธิบดี

พลเรือน 2 กองทัพ 1 - ประชุมร่วม 2 สภาของพม่าเลือก 'ถิ่นจ่อ' คนวงในพรรคเอ็นแอลดีเชื้อสายมอญ-พม่า เป็นประธานาธิบดี ขณะที่ มิตส่วย อดีตมุขมนตรีภาคย่างกุ้ง และผู้บัญชาการกองทัพภาคย่างกุ้ง ในยุคสลายชุมนุมพระสงฆ์ปี 50 หรือการปฏิวัติชายจีวร เป็นว่าที่รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ขณะที่เฮนรี บันทียู สมาชิกสภาชนชาติ จากรัฐชิน เป็นว่าที่รองประธานาธิบดีคนที่ 2

(จากซ้ายไปขวา) ถิ่นจ่อ แกนนำพรรคเอ็นแอลดีเชือสายมอญ-พม่า ว่าที่ประธานาธิบดีพม่าที่เป็นพลเรือนคนแรกในรอบ 54 ปี มิตส่วย อดีตแม่ทัพภาคย่างกุ้งในยุคสลายการชุมนุมพระสงฆ์หรือ "ปฏิวัติชายจีวร" ปี 2550 ว่าที่รองประธานาธิบดีพม่าคนที่ 1 และ เฮนรี บันทียู จากพรรคเอ็นแอลดี สมาชิกสภาชนชาติ จากรัฐชิน (ที่มาของภาพประกอบ: Myanmar Now และ Mizzima)

15 มี.ค. 2559 - ที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่า มีการเปิดประชุมร่วมกันสองสภา เพื่อลงมติเลือกประธานาธิบดีพม่าวันนี้ โดยมีผู้ถูกเสนอชื่อ 3 คน ได้แก่ ถิ่นจ่อ จากพรรคเอ็นแอลดี ที่ปรึกษาคนสนิทของออง ซาน ซูจี ซึ่งถูกเสนอชื่อโดยสภาผู้แทนราษฎรพม่า เฮนรี บัน ทียู กลุ่มชาติพันธุ์ชิน นับถือศาสนาคริสต์ จากพรรคเอ็นแอลดี สมาชิกสภาชนชาติ จากรัฐชิน ซึ่งถูกเสนอชื่อโดย สภาชนชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสภาสูงของพม่าปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

และผู้ถูกเสนอชื่อคนที่สามคือ มิตส่วย อดีตผู้บัญชาการกองทัพภาคย่างกุ้ง ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงสลายการชุมนุมของพระสงฆ์และประชาชนเมื่อปี 2550 และเคยเป็นมุขมนตรีภาคย่างกุ้งสมัยรัฐบาลเต็ง เส่ง โดยเขาถูกเสนอชื่อโดยกองทัพพม่า

ผลการลงมติ ถิ่นจ่อ ได้รับเลือก 3ุ60 เสียง หรือเกินครึ่งหนึ่งของทั้งสองรัฐสภาที่มีเสียง 652 เสียง เป็นที่คาดหมายว่า ถิ่นจ่อ จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของพม่า โดยเป็นพลเรือนคนแรกที่ได้เป็นประธานาธิบดีพม่าในรอบ 54 ปี ถัดจากวินหม่อง ประธานาธิบดีพลเรือนเชื้อสายกะเหรี่ยงที่ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2500 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2505 กระทั่งรัฐบาลเลือกตั้งของพม่าถูกทำรัฐประหารโดยนายพลเนวิน เมื่อ 2 มีนาคม พ.ศ. 2505

ขณะที่ผู้ถูกเสนอชื่ออีก 2 คน ได้แก่ มิตส่วย ได้คะแนน 213 คะแนน และเฮนรี บันทียู ได้ 79 คะแนน  จะได้เป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และคนที่ 2 ตามลำดับ

 

เปิดประวัติคนวงใน "ถิ่นจ่อ" ว่าที่ประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกของพม่า

สำหรับถิ่นจ่อ ว่าที่ประธานาธิบดีพม่านั้น เกิดเมื่อ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 ในครอบครัวชาวมอญ-พม่า ที่กุงจังกน ภาคย่างกุ้ง ด้านประวัติการทำงานและการศึกษานั้น ในเว็บไซต์ Frontier Myanmar ระบุว่า หลังจบสถาบันเศรษฐศาสตร์ย่างกุ้ง มหาวิทยาลัยย่างกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2505 ในปี พ.ศ. 2511 ได้เรียนปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ ที่สถาบันเดิมและสอนหนังสือด้วย จากนั้นไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนในปี พ.ศ. 2514 ถึง 2515

ในปี 2523 - 2535 เป็นเจ้าหน้าที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศพม่า ในปี พ.ศ. 2530 ได้เรียนด้านการบริหารที่ วิทยาลัยการบริหารศาสตร์ อาร์เธอร์ ดี ลิตเติล ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 ได้ลาออกจากตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ของกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ถิ่นจ่อ ถือเป็นคนวงในของพรรคเอ็นแอลดี โดยบิดาของเขาคือ มิงตุ๊หวุ่น (Min Thu Wun) เป็นนักเขียนและนักกวีเชื้อสายมอญ-พม่าคนสำคัญ ในยุคเรียกร้องเอกราช เขาเข้าร่วมกลุ่มนักเขียนรุ่นใหม่ในนาม "Khit-San" หรือ "ทดลองยุคสมัย" และมีผลงานเขียนด้านวรรณกรรมทดลองหลายเรื่อง โดย มิงตุ๊หวุ่น ชนะการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งรัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

สำหรับ ถิ่นจ่อ เองก็มีผลงานด้านวรรณกรรมเช่นกัน โดยเขาใช้นามปากกาว่า "ดะละบั่น" ซึ่งนำมาจากชื่อของนักรบมอญคนสำคัญในอดีต

ขณะที่พ่อภรรยาของถิ่นจ่อ คือ ละวิน เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี และเคยมีตำแหน่งเป็นเลขานุการพรรคและเหรัญญิกพรรค โดยทั้งมิงตุ๊หวุ่น และละวิน เสียชีวิตแล้ว ส่วนภรรยาของถิ่นจ่อ คือ ซูซูละวิน เป็น ส.ส.พรรคเอ็นแอลดี ในการเลือกตั้งเขตตง-ควะ ภาคย่างกุ้ง ในการเลือกตั้งซ่อมเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 และได้รับการเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สำหรับเส้นทางการทำงานการเมืองของถิ่น จ่อ นั้น หลังจากจบการศึกษาได้กลับมารับราชการที่พม่านั้น ต่อมาได้ลาออกจากราชการเพื่อเข้าร่วมพรรคเอ็นแอลดี

ในส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่าถิ่น จ่อ เป็นคนขับรถของออง ซาน ซูจี นั้น เนื่องจากเขาเคยขับรถให้ออง ซาน ซูจี ในวันที่ออง ซาน ซูจี ได้รับการปล่อยตัวออกจากบ้านพักเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2553 เท่านั้น

ทั้งนี้ถิ่น จ่อมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของมูลนิธิดอ ขิ่นจี ตั้งชื่อตามชื่อของมารดา ออง ซาน ซูจี เป็นมูลนิธิที่ทำงานด้านสาธารณสุขและการศึกษาในพม่าด้วย

 

บทบัญญัติรัฐธรรมนูญพม่าปิดทาง "ออง ซาน ซูจี" จึงขออยู่เหนือประธานาธิบดี

ทั้งนี้แม้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี จะชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2558 ถล่มทลาย แต่เนื่องจากในรัฐธรรมนูญปี 2551 ของพม่า มีบทบัญญัติที่ทำให้ออง ซาน ซูจี ขาดคุณสมบัติไม่สามารถเป็นรองประธานาธิบดี และประธานาธิบดี เนื่องจากสมรสกับชาวต่างชาติ และมีบุตรเป็นชาวต่างชาติ ขณะเดียวกัน แม้ในขณะนี้พรรคเอ็นแอลดีจะมีที่นั่งในสภาเกินร้อยละ 66 หรือ 2 ใน 3 ของทั้ง 2 สภา แต่ก็ยังไม่พอที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงสนับสนุนเกินร้อยละ 75 หรือเกิน 3 ใน 4 ของสภา หรือต้องได้รับการสนับสนุนจากกองทัพที่มีที่นั่งอยู่ร้อยละ 25 ในสภา

โดยก่อนหน้าวันเลือกตั้งทั่วไป ออง ซาน ซูจี เคยแถลงต่อสื่อมวลชนว่า "จะอยู่เหนือประธานาธิบดี" เมื่อมีผู้ถามว่า "ทำอย่างไร" ออง ซาน ซูจี ตอบว่า "ดิฉันมีแผนก็แล้วกัน" โดยในเวลานั้นออง ซาน ซูจี กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติอะไรเกี่ยวกับเรื่อง "อยู่เหนือประธานาธิบดี" (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์