สกต. ขอ DSI รับคดีลอบสังหาร ‘ลุงใช่’ เป็นคดีพิเศษ หลังศาลยกฟ้อง

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ออกแถลงการณ์ กรณีศาลพิพากษายกฟ้องคดีลอบสังหาร ‘ลุงใช่’ ระบุรู้สึกผิดหวังกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถนำตัวคนผิดมาลงโทษได้ ขอ DSI ขอเป็นคดีพิเศษ

17 มี.ค. 2559 เมื่อวานนี้ สหพันธ์เกษตรภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์ต่อ คำพิพากษาจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2559 ในคดีลอบสังหาร ใช่ บุญทองเล็ก ซึ่งได้พิพากษายกฟ้อง โดยในแถลงการณ์ได้ระบุว่า รู้สึกผิดหวังที่กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แม้จะเคยยื่นหนังให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด พร้อมตั้งข้อสังเกตการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีในชั้นพนักงานสอบสวนที่อาจยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ สุดท้ายหลังศาลพิพากษา สกต. เตรียมยื่นอุทธรณ์ พร้อมขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นคดีที่มีมูลเหตุ จากการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินของคนจน และเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น

00000

แถลงการณ์ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

กรณีศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีการสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 ศาลจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยหนึ่งรายในคดีการสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก เกษตรกรนักต่อสู้เพื่อที่ดินทำกิน และสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 โดยศาลเห็นว่าพยานหลักฐานและการนำสืบยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) รู้สึกผิดหวังที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่สามารถนำตัวคนผิดมารับโทษตามกระบวนการทางกฎหมายได้ และเราเชื่อว่าการสังหารเกษตรกรนักต่อสู้เพื่อที่ดินทำกินอย่างนายใช่ บุญทองเล็กจะไม่ใช่รายสุดท้ายอย่างแน่นอน หากเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้ เพราะที่ผ่านมา ตั้งแต่กรณี นายสมพร พัฒนภูมิ ซึ่งถูกลอบยิงเสียชีวิตภายในชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จังหวัดสุราษฤร์ธานี เมื่อปี 2553 หรือกรณี นางมณฑา ชูแก้ว และนางปราณี บุญรักษ์ ซึ่งถูกลอบยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปตลาดเมื่อปี 2555 ก็ยังไม่สามารถนำตัวคนร้ายมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้

การแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ สกต. ไม่มีเจตนาใดที่จะดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมหรือก้าวล่วงต่ออำนาจตุลาการ เราเพียงแค่ต้องการสะท้อนความรู้สึกและอธิบายให้เห็นถึงปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงความยุติธรรมของครอบครัวผู้สูญเสีย ดังนี้

ประเด็นแรก ปัญหาความไม่เป็นธรรมในคดีสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ครอบครัวของนายใช่และผู้แทนจากสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ เคยเข้ายื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องขอให้หน่วยงานดังกล่าวรับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะเราเห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีฆาตกรรมทั่วไป แต่เป็นคดีที่มีมูลเหตุ จากการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินของคนจน และเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวของครอบครัวนายใช่ และสกต. ไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ  คดีนี้จึงตกอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นอิสระในการสืบสวนสอบสวน และการรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี

ประเด็นที่สอง จากการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีในชั้นพนักงานสอบสวนที่อาจยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ อัยการจึงมีดุลยพินิจสั่งไม่ฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือปืนสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก ตามที่พยานในที่เกิดเหตุกล่าวหา ในเอกสารคำฟ้องนั้นก็ไม่ปรากฏว่ามีการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะระบุผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มือปืน หรือผู้จ้างวาน

สกต. เห็นว่าการใช้ดุลยพินิจดังกล่าวของผู้บังคับใช้กฎหมายในหลายๆ ระดับ เป็นต้นธารที่ทำให้กระบวนการแสวงหาความยุติธรรมให้กับนายใช่ บุญทองเล็ก ต้องล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น

ประเด็นที่สาม กระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลวยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคืนความยุติธรรมให้กับนายใช่ บุญทองเล็ก และครอบครัว ทำให้องค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างผู้มีอิทธิพลที่จะก่อเหตุรุนแรง หรือ การคุกคามเข่นฆ่านักปกป้องสิทธิมนุษยชน ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ระดับผู้สั่งการจนกระทั่งผู้ปฏิบัติการ

การลอยนวลพ้นผิดจากการละเมิดสิทธิในชีวิตของนายใช่ บุญทองเล็ก เกษตรกรนักต่อสู้ ผู้ร่วมก่อตั้งชุมชนคลองไทรพัฒนาในครั้งนี้ ทำให้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน สมาชิกสกต. สมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนา และชุมชนอื่นๆ ยังคงตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงที่อาจประสบเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิตได้อีกในอนาคต

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จึงขอเรียกร้องให้

ภาครัฐและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณานำคดีการสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก เข้าไปเป็นคดีพิเศษภายใต้ความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม

ภาครัฐและหน่วยงานราชการควรออกมาตรการทั้งทางกฎหมายและทางปฏิบัติเพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ไม่ให้ต้องเผชิญกับการคุกคามเข่นฆ่าเช่นเดียวกับนายใช่ บุญทองเล็ก

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ขอขอบคุณทีมทนายความจากสำนักงานสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตามนำเสนอข่าวในคดีนี้ และนำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวขบวนการต่อสู้เพื่ิอสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกรและคนจนมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอขอบคุณผู้แทนจากองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดีและการอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว

เราหวังว่าการอุทธรณ์เพื่อต่อสู้คดีของนายใช่ บุญทองเล็กเพื่อนำคนผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม จะมีส่วนช่วยหยุดยั้งไม่ให้เกิดวัฒนธรรมการงดเว้นโทษในสังคมไทยต่อไป

แถลง ณ วันที่ 16 มีนาคม 2559

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์