สเตรทไทม์ตีแผ่เรื่อง 'ชวนปวดหัว' ปัญหาหมอกควันภาคเหนือของไทย

สื่อสิงคโปร์รายงานเรื่องปัญหาหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงสาเหตุต่างๆ ทั้งการเผาขยะ ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ดีพอ และการเพาะปลูกข้าวโพดที่มีความต้องการจำนวนมากจากระบบเกษตรพันธสัญญา

ผู้สื่อข่าวสเตรทไทม์ รายงานเรื่องเกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน โดยระบุว่าในเชียงใหม่มักจะเกิดปัญหาเช่นนี้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี ทำให้เมืองที่มีภูเขาสวยดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นนี้ถูกหมอกควันบดบังทัศนียภาพรวมถึงชวนให้แสบตา ซึ่งในสเตรมไทม์รายงานว่าสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของฝุ่นควันมาจากการเผาจากไร่ข้าวโพด

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่าในโรงพยาบาลเชียงใหม่มีคนไข้ภูมิแพ้ผิวหนังและภูมิแพ้ขึ้นตา รวมถึงโรคปอดและโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 อีกทั้งยังเริ่มมีการเฝ้าระวังมลภาวะทางอากาศในพื้นที่ หัวหน้าสาธารณสุขบอกว่าเขาต้องปิดประตูหน้าต่างและไม่เดินทางออกนอกบ้านถ้ามีหมอกควันระดับมองไม่เห็นดอยสุเทพ

สเตรทไทม์ระบุว่าถึงแม้ในเชียงใหม่จะมีหลายสาเหตุที่เอื้อต่อการเกิดฝุ่นควัน เช่น การใช้ยานพาหนะส่วนตัวซึ่งมีอยู่จำนวนมากเพราะเชียงใหม่ขาดระบบขนส่งมวลชนที่เทียบเท่ากับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งคือการเผาขยะซึ่งชาวบ้านบนภูเขาจะรู้สึกว่าการเผาขยะเป็นเรื่องสะดวกมากกว่าขนไปกำจัดที่โรงกำจัดขยะซึ่งอยู่ไกลต้องเดินทางหลายชั่วโมง รวมถึงชาวบ้านบางส่วนยังจุดไฟเผาเพื่อไล่สัตว์ป่าและเก็บเห็ดถอดที่เติบโตจากพื้นที่ที่มีการเผา

อย่างไรก็ตามสเตรทไทม์ระบุว่าสิ่งที่เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้เกิดหมอกควันคือการเผาไร่ข้าวโพดโดยทางภาคเหนือมีการปลูกข้าวโพดจำนวนมากเพราะมีความต้องการนำไปแปรรูปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรปลูกข้าวโพดเหล่านี้มักจะขายข้าวโพดต่อให้พ่อค้าคนกลางต่อหรือขายให้เครือเจริญโภคภัณฑ์โดยตรงจากระบบเกษตรพันธสัญญา โดยส่วนเหลือทิ้งจากการขายจะถูกเผาในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวทุกๆ 4 เดือน และถึงแม้ว่าราคาข้าวโพดจะตกต่ำลงแต่เกษตรกรก็ใช้วิธีขยายการปลูกมากขึ้นเพื่อให้มีรายได้เท่าเดิม

เมื่อปีที่แล้วสถานการณ์หมอกควันหนักมากจนถึงขั้นเฮลิคอปเตอร์ของสิงคโปร์ต้องมาช่วยดับไฟ ถึงแม้ว่าซีพีซึ่งมีแหล่งปลูกข้าวโพดในลาว พม่า เวียดนาม ด้วยจะถูกวิจารณ์ในเรื่องนี้ทั้งหมดแต่พวกเขาก็ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหมอกควัน ถึงกระนั้นก็ตามซีพีก็ยกเลิกสัญญากับการทำไร่ข้าวใน อ.แม่แจ่ม ซึ่งเป็นจุดที่เกิด "ฮอทสปอต" ในพื้นที่เชียงใหม่

อย่างไรก็ตามชาวไร่ในอำเภอแม่แจ่มรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ในเชิงตัดพ้อว่าพวกเขาเป็นแค่ "แพะรับบาป" ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการใหญ่ พวกเขาสร้างหมอกควันแค่เพียงร้อยละ 20-30 เท่านั้น นอกจากนั้นเป็นปัจจัยจากอย่างอื่น

โดยทีภาพจากดาวเทียมยังแสดงให้เห็นว่ามีจุดที่มีการทำไร่ข้าวโพดจำนวนมากคล้ายๆ กันในส่วนอื่นๆ อย่าง พม่า และลาว

สเตรทไทม์รายงานอีกว่าปัญหาหมอกควันในแถบจังหวัดภาคเหนือของไทยอย่างเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ยังคงมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีรณรงค์ไม่เผาขยะไปจนถึงกลางเดือนเมษายน

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวถ้าหากไม่มีการแก้ปัญหาโดยที่ทางภาคเหนือมีผู้เป็นมะเร็งหลอดลมและมะเร็งปอดสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น โดยที่เจ้าหน้าที่ทางการมีการรณรงค์ให้ชาวไร่เปลี่ยนซังข้าวโพดให้เป็นปุ๋ย ในขณะที่มูลนิธิอุ่นใจก็พยายามส่งเสริมให้มีการผลิตถ่านจากส่วนเหลือทิ้งจากข้าวโพด

 

เรียบเรียงจาก

Chiang Mai's headache: Corn-fed smoke haze, Straits Times, 21-03-2016 http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/chiang-mais-headache-corn-fed-smoke-haze

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์