ศาลร้อยเอ็ด รวมคดีความบุกรุก กรณีที่สาธารณะประโยชน์โคกหนองสิม

ชาวบ้าน ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด ร่วมให้กำลังใจผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 40 ราย กรณีเทศบาลตำบลโพนสูง ฟ้องคดี บุกรุก ขับไล่ ด้านชาวบ้านเผย ศาลพิจารณาคดีเป็นการต่อสู้ในเรื่องกรรมสิทธิ์ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ส่งผลให้จำเลยได้มีโอกาสต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ทำกิน อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นทนายฝ่ายจำเลย ชี้แจงว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.2558 เทศบาลตำบลโพนสูง ยื่นฟ้องคดีความชาวบ้านดอนดู่ และชาวบ้านโคกทม ต.สระบัว อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด รวม 40 คดี ข้อหา บุกรุก ขับไล่ ละเมิด ต่อมาในวันที่ 29 ก.พ.2559 ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด นัดคู่ความ (โจทก์และจำเลย) มาไกล่เกลี่ย ผลคดีการไกล่เกลี่ย คู่ความแถลงร่วมกันให้เลื่อนคดีออกไป เพื่อรวมคดีแล้วเจรจากันใหม่ในนัดหน้า ครั้งนี้ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดพร้อมอีกครั้ง เพื่อรวมพิจารณาคดี ในวันนี้ (22 มี.ค.59) ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกัน มีคู่ความบางฝ่ายเป็นคู่ความรายเดียวกัน และพยานชุดเดียวกัน จึงอนุญาตให้นำคดี มารวมพิจารณาเข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกแก่การพิจารณาคดี

ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งเพิ่มเติมอีกว่า จำเลยต่อสู้คดี เพราะเห็นว่าพื้นที่พิพาทเป็นที่ทำกิน ไม่ใช่เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ตามที่เทศบาลตำบลโพนสูง ยื่นฟ้อง จึงเป็นคดีที่ต่อสู้ในเรื่องกรรมสิทธิ์ กลายเป็นคดีฟ้องที่มีทุนทรัพย์ คู่ความต้องเสียค่าขึ้นศาล อนึ่งในการจัดทำราคาประเมิน ให้โจทก์ทำหนังสือนำส่งไปยังสำนักงานที่ดิน เพื่อให้สำนักงานที่ดินจัดทำรายละเอียดพื้นที่ ราคาประเมินตามพื้นที่ที่พิพาท แต่ละแปลง เพื่อนำมาคำนวณค่าขึ้นศาล โดยนำมาส่งศาลก่อนวันนัด เพื่อตรวจสอบราคาประเมิน ตามนัดหมายครั้งต่อไป ในวันที่ 31 พ.ค. 59 นี้

ด้านนายธันวา ลาอินทร์ ชาวบ้านดอนดู่ ต.บัวแดง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด และสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เล่าว่า จากเหตุการณ์วันที่ 12 ก.พ. 2558 เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้ามาตรวจสอบพื้นที่สาธารณะประโยชน์โคกหนองสิม จากนั้นได้กลับเข้ามาจัดเวทีรับฟังข้อมูลในหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ขีดเส้นให้ชาวบ้านไปลงชื่อที่ อบต.โพนสูง เพื่อยืนยันการยอมออกจากพื้นที่ แต่ชาวบ้านต่างพร้อมใจไม่ไปร่วมลงชื่อ แม้ชาวบ้านที่เข้ามาร่วมเวทีพยายามชี้แจงว่า มูลเหตุปัญหาที่กลายมาเป็นพื้นที่พิพาท เกิดขึ้นเมื่อปี 2519 เจ้าพนักงานที่ดินสาขาเกษตรวิสัย ร่วมกับสภาตำบลโพนสูง เข้ามารังวัด พร้อมกับปักแนวเขตที่สาธารณะประโยชน์โคกหนองสิม เพื่อดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ปรากฎว่าได้ปักแนวเขตทับซ้อนที่ทำกินชาวบ้าน จึงได้ร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องในสิทธิที่ดินทำกิน กระทั่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหา  ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีหนังสือให้ชะลอการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในส่วนที่มีการคัดค้านไว้ก่อน

นายธันวา บอกอีกว่า แต่เจ้าหน้าที่ที่มาในวันนั้น (12 ก.พ. 58 ) ข่มขู่ว่า หากไม่ปฎิบัติตาม จะเข้ามาอพยพออกเอง และจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ได้จับพระ ซึ่งมีอยู่เพียง 1 รูป ออกไปจากวัดโคกหนองสิม ทั้งขู่ว่า หากเข้ามาที่วัดอีก จะจับสึกทันที ทำให้พระไม่กล้ากลับมาจำพรรษาที่วัดจนถึงวันนี้ และในวันที่17 ก.พ.58 ได้ร่วมกันไปยื่นหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเข้าประชุมร่วมกันระหว่างขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ.) กับหน่วยงานรัฐ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ต่อมาสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและจังหวัดร้อยเอ็ด ตามหนังสือที่ นร.0105.04/1697 เรื่องขอความร่วมมือชะลอการดำเนินการใดๆ ที่อาจเป็นมูลเหตุให้เกิดความเดือดร้อนต่อการดำเนินชีวิตตามปกติสุขของประชาชนและให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินไปพลางก่อน จนกว่ากระบวนการแก้ไขจะมีผลเป็นที่ยุติ

“แต่ในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กลับเข้ามายื่นฟ้องดำเนินคดีกับชาวบ้าน ข้อหาบุกรุก ขับไล่ ซึ่งตนก็เป็น 1 ในจำนวน 42 ราย ที่ถูกดำเนินคดี ทำให้ต้องเดินทางมาตามศาลนัดคู่ความมาไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ที่ผ่านมา และในวันนี้ (22 มี.ค.59) ได้เดินทางมาตามที่ศาลนัดเพื่อรับฟังพิจารณารวมคดีความ พวกตนต่างก็ร่วมกันเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจกัน และในครั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลพิจารณาคดีถือเป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ ทำให้พวกเราที่ตกเป็นจำเลย รวมทั้งญาติพี่น้องที่พลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ได้มีโอกาสต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ดินทำกินตามกระบวนการอีกครั้ง" นายธันวากล่าว

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์