เมื่อศิลปินฮิปฮอปใต้ดินกับสโมสรหนังสือเป็นภัยคุกคามระบอบเผด็จการในแองโกลา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 มีนาคม 2016)  นักกิจกรรมชาวแองโกลา 17 คนถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สองปีจนถึงแปดปีครึ่ง[1] สืบเนื่องจากการเข้าร่วมในงานเสวนาของสโมสรหนังสือแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดคุยเกี่ยวกับหนังสือชื่อ From Dictatorship to Democracy ของจีน ชาร์ป (Gene Sharp)  นี่ไม่ใช่การแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลแค่ครั้งคราว อันที่จริง สโมสรหนังสือแห่งนี้เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ยาวนานกว่าทศวรรษระหว่างประธานาธิบดีโจเซ เอดัวร์โด โดส ซานโตส (José Eduardo dos Santos) ซึ่งครองอำนาจยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองของแอฟริกากับหนุ่มสาวชาวแองโกลาที่ต้องการอนาคตที่สดใสและเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเดิม

ความขัดแย้งจุดประกายขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2003 เมื่อพนักงานล้างรถคนหนึ่งในเมืองหลวงลูอันดาถูกจับเพราะร้องเพลงที่มีเนื้อหาท้าทายทางการเมืองของ MCK นักร้องแร็ปเปอร์ยอดนิยมชาวแองโกลา  ทหารองครักษ์ของประธานาธิบดีจับชายหนุ่มชื่ออาร์เซเนียว เซบาสเตียวไป  ท่ามกลางเสียงร้องระงมของผู้เห็นเหตุการณ์ พวกทหารจับเขามัดแขนไพล่หลังและลากเขาไปทิ้งลงมหาสมุทรแอตแลนติก

พวกทหารองครักษ์ของประธานาธิบดีมุ่งหวังจะสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวแก่ชาวเมืองลูอันดา แต่สิ่งที่พวกเขาทำกลับก่อผลตรงกันข้าม  การเป็นวีรชนพลีชีพของเซบาสเตียวจุดไฟให้เกิดขบวนการพลเมืองที่กำลังขยายตัวในบ้านเกิดของเขา

วงการเพลงฮิปฮอปดีไอวายสร้างขบวนการไม่รวมศูนย์

ในสมัยที่เซบาสเตียวถูกสังหารนั้น ศิลปินฮิปฮอป MCK ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย  แร็ปเปอร์คนอื่น ๆ อย่าง Brigadeiro 10 Pacotes และ Dioniso Casimiro ไม่มีทางได้ยินเสียงเพลงของตนเผยแพร่ทางสถานีวิทยุแห่งชาติแองโกลา  พวกเขาถูกบีบให้หาวิธีการของตัวเองในการเผยแพร่ศิลปะ

การลักลอบเผยแพร่ผลงานของตัวเองคือช่องทางยอดนิยมในการกระจายผลงานดนตรีแร็ปที่มีจิตสำนึกทางการเมือง เพลงเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศที่เคยตกอยู่ภายใต้สงครามจรยุทธ์ ผลกระทบบานปลายจากการพังทลายของค่ายคอมมิวนิสต์และการตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส

“คำพังเพยที่ชอบพูดกันน่าจะจริง ผลไม้ต้องห้ามคือสุดยอดปรารถนา” ลูอาตี เบเรา (Luaty Beirão) หรือที่รู้จักกันด้วยชื่อบนเวทีว่า Ikonoklasta ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ Okay Africa ในปี 2012[2] ว่า “ทุกวันนี้เรามีปรากฏการณ์น่าขันเป็นบ้าเมื่อศิลปินใต้ดินขายแผ่นเพลงในวันเปิดตัวได้มากกว่าศิลปินป๊อบขยะที่ได้รับการประชาสัมพันธ์แทบเป็นแทบตายในสื่อทั้งภาครัฐและภาคเอกชน”

ถึงแม้รัฐพยายามถอนสปอนเซอร์และการให้ทุนอุดหนุนจากศิลปินฮิปฮอปที่ยืนเคียงข้างประชาชน แต่พวกศิลปินก็ใช้อินเทอร์เน็ต แฟลชไดรฟ์และซีดี รวมทั้งคนขับแท็กซี่และผู้ค้าเร่ข้างถนนเป็นตัวแทนจำหน่ายจ่ายแจกเพลงแทน  พื้นที่ต่าง ๆ อย่างเช่น “มหาวิทยาลัยฮิปฮอป” ในชานเมืองลูอันดาและเอ็นจีโอท้องถิ่น เช่น Omunga ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เองเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชนด้วยดนตรีประเภทที่แหกคอกที่สุด

เบเรายังไม่รับรู้ถึงพลังทางศิลปะของตนจนกระทั่งเขาถูกจับในเดือนมีนาคม 2011  ตำรวจคนหนึ่งที่สถานีตำรวจนั่งลงข้างเขา แล้วท่องเนื้อเพลงเพลงหนึ่งของเขาให้ฟัง

“แองโกลา 15” ปฏิบัติการอดอาหารประท้วง

เบเรายังทำสถิติถูกจับกุมอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ มา รวมทั้งอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2015 เมื่อเขาเข้าร่วมเสวนากับสโมสรหนังสือที่หลังจากนั้นไม่นานได้รับการขนานนามว่า “แองโกลา 15”  คนในกลุ่มนี้ประกอบด้วยโดมิงกอส ดา ครูซ (Domingos da Cruz) ผู้เขียนหนังสือที่ชื่อหนังสือแปลว่า “เครื่องมือในการทำลายเผด็จการและหลีกเลี่ยงระบอบเผด็จการใหม่” และนีโต อัลเวส (Nito Alves) ซึ่งเคยถูกขังเดี่ยวตั้งแต่อายุ 17 เพราะขายเสื้อยืดที่มีข้อความว่า ประธานาธิบดีโดส ซานโตส (ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า 20 พันล้านดอลลาร์หลังจากครอบครองแหล่งน้ำมันในแองโกลา) คือเผด็จการผู้น่ารังเกียจ

นอกจากหนังสือของดา ครูซเองแล้ว  สโมสรหนังสือยังเสวนาเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง From Dictatorship to Democracy ของจีน ชาร์ปด้วย  พอระแคะระคายเรื่องงานเสวนา เจ้าหน้าที่รัฐก็บุกเข้ามาจับกุม

ในวันที่ 15 กันยายน ขณะที่ระยะเวลาการคุมขังยังไม่ชัดเจน กลุ่มแองโกลา 15 ประกาศอดอาหารประท้วงความอยุติธรรม  การประท้วงดำเนินต่อเนื่องสองสัปดาห์ก่อนที่สมาชิกส่วนใหญ่จะกลับมากินอาหาร  ในฐานะสมาชิกคณะที่มีภาพติดตาประชาชนมากที่สุด เบเรายังอดอาหารประท้วงต่อไปจนครบ 36 วัน หนึ่งวันแทนหนึ่งปีในระบอบการปกครองของโดส ซานโตส

ในเดือนตุลาคม นักกิจกรรม 20 คนรวมตัวกันเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกกักขังโดยไม่ได้ขึ้นศาล  ทั้ง 20 คนถูกจับไปด้วย  ความผูกพันระหว่างจิตสำนึกทางการเมืองกับดนตรีฮิปฮอปเข้มแข็งขึ้น ถึงขนาดที่ธอร์ ฮัลฟอร์สเซน (Thor Halvorssen)ประธานมูลนิธิสิทธิมนุษยชน (Human Rights Foundation) อุตส่าห์เขียนจดหมายถึงนิกกี มินาจ[3] ขอให้เธอยกเลิกการแสดงในเทศกาลคริสต์มาสสำหรับครอบครัวโดส ซานโตส  ข้อความตอนหนึ่งในจดหมายกล่าวว่า “ในฐานะศิลปินอิสระผู้มีเจตจำนงแรงกล้า คุณจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักร้องแร็ปเปอร์ที่ถูกจองจำเชียวหรือ แทนที่จะไปให้ความบันเทิงแก่จอมเผด็จการและครอบครัวที่ร่ำรวยจากการปล้นชิงของเขา?”  ในภายหลัง นิกกี มินาจโพสต์ภาพเธอกับครอบครัวโดส ซานโตสในโซเชียลมีเดีย ยกย่องอิซาเบล โดส ซานโตสเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยอันดับแปดของโลก

สโมสรหนังสือคืนชีพ นักกิจกรรมถูกลงโทษจำคุกข้อหาวางแผนรัฐประหาร

การถูกคุมตัวยืดเยื้อไม่ระคายจิตวิญญาณของกลุ่มแองโกลา 15  จำนวนของพวกเขาเริ่มเพิ่มมากขึ้นด้วย  สโมสรหนังสือกลับมาจัดเสวนาอีกครั้งในเดือนมีนาคม ส่งผลให้สมาชิกถูกจับกุมอีกกลุ่มหนึ่ง  ครั้งนี้เหล่านักกิจกรรมถูกนำตัวขึ้นศาลในวันที่ 28 มีนาคม ผู้ต้องหาแต่ละคนได้รับโทษจำคุกคนละหลายปี

เบเราถูกลงโทษจำคุกห้าปีครึ่ง ในข้อหากบฏต่อประธานาธิบดี ปลอมเอกสารเท็จและซ่องโจร  ดา ครูซโดนลงโทษหนักที่สุด โดยศาลอ้างว่าเขาเป็น “ผู้นำ” ของกลุ่ม จึงถูกลงโทษแปดปีครึ่งข้อหาวางแผนรัฐประหาร

องค์กรภาคประชาสังคมออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมครั้งนี้แล้ว  ดีโพรส มูเชนา (Deprose Muchena) ประธานแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลในแอฟริกาใต้[4] กล่าวว่า “นักกิจกรรมเหล่านี้ถูกตัดสินลงโทษอย่างผิดพลาดในการดำเนินคดีที่ถูกแทรกแซงทางการเมืองอย่างมาก  พวกเขาเป็นเหยื่อของรัฐบาลที่ตั้งหน้าตั้งตาจะข่มขู่ใครก็ตามที่กล้าตั้งคำถามต่อนโยบายกดขี่ของตน”

ศาลตัดสินให้นักกิจกรรมแต่ละคนต้องจ่ายค่าปรับมากกว่า 300 ดอลลาร์ ในประเทศที่ประชากรชาวแองโกลา 70% มีรายได้น้อยกว่า 2 ดอลลาร์ต่อวัน  เอ็นจีโอหลายองค์กรเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดเหล่านี้ทันที

แองโกลาในอนาคต

ระบอบการปกครองของโดส ซานโตสที่มีอำนาจจากน้ำมันและหิวโหยเพชรสีเลือดไม่มีทางกำจัดเสียงวิจารณ์ทางการเมืองจากเพลงฮิปฮอปใต้ดินในแองโกลา  ถึงแม้เบเรากับเพื่อนพ้องที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมสมคบคิดจะอยู่หลังลูกกรง แต่มิวสิควิดีโอของเขา ซึ่งมีฟุตเทจจากสงครามกลางเมืองในแองโกลากับการต่อสู้แบบพลเมืองขัดขืนที่โด่งดังไปทั่วโลก เช่น พระที่เผาตัวเองในเวียดนามและผู้ชายที่ยืนขวางรถถังในจีน ยังคงเผยแพร่อย่างเสรีในยูทูบ

ในขณะเดียวกัน ภรรยาของเบเรา โมนิกา อัลเมดา (Mónica Almeida) เพิ่งปล่อยวิดีโอ[5] ประณามการตัดสินของศาล  ความปลอดภัยส่วนตัวไม่มีความหมายอีกต่อไปสำหรับอัลเมดา “ยังมีอะไรให้ฉันสูญเสียอีก?” เธอตั้งคำถาม

คำถามนี้ควรถามประชาชนทุกคนในแองโกลาด้วย  หลังจากที่ดินและทรัพยากรของพวกเขาถูกโปรตุเกสยึดไปในศตวรรษที่ 19  แล้วหลังจากนั้นก็ถูกริบไปเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลของตระกูลผู้ปกครอง  หนุ่มสาวและผู้เฒ่าชาวแองโกลากำลังเริ่มสงสัยว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นไปได้หรือไม่  ถึงแม้โดส ซานโตสสัญญาว่าจะลงจากอำนาจในปี 2018 แต่เขาเคยผิดสัญญาแบบเดียวกันนี้มาก่อน

ก่อนถูกดำเนินคดีในศาล เบเรากล่าวว่า “สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นไปตามที่ประธานาธิบดีตัดสินใจ....เราทุกคนรู้ดีและเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร....ถ้า [โดส ซานโตส] ตัดสินใจเช่นนั้น เราก็กลายเป็นผู้กระทำผิด  ใจเราพร้อมแล้วที่จะต้องเป็นผู้กระทำผิด”

ผู้ถูกจับกุมอีกสองคนคือนีโต อัลเวสกับนูโน ดาลา มีสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไร แต่จิตใจของพวกเขายังคงเข้มแข็ง  ไม่แน่ว่าการประท้วงอดอาหารอีกครั้งหรือกิจกรรมสร้างสรรค์แบบอื่นอาจตามมาในไม่ช้านี้  ในระหว่างนั้น หนังสือของยีน ชาร์ปกับของดา ครูซยังรอให้นักกิจกรรมชุดใหม่มาอ่านและพร้อมที่จะสานต่อการต่อสู้เพื่อนำพาชาวแองโกลาไปสู่อนาคตที่สดใสและมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้

 

เชิงอรรถ

[1] http://allafrica.com/stories/201603290001.html

[2] http://www.okayafrica.com/stories/ikonoklasta-angola-framed-drug-smuggling/

[3] http://bigstory.ap.org/article/4170b78a56f24daaa15e89ec3ef7ac24/rights-groups-lobby-nicki-minaj-cancel-concert-angola

[4] https://www.amnesty.org/en/latest/news/2016/03/angola-conviction-of-17-peaceful-activists-an-affront-to-justice/

[5] http://expresso.sapo.pt/internacional/2016-03-29-Monica-Almeida-mulher-de-Luaty-Que-haja-bom-senso-deste-regime-maquiavelico

 

หมายเหตุ: แปลจาก Phil Wilmot, “How an underground hip hop artist and his book club threaten Angola’s regime” http://wagingnonviolence.org/feature/how-an-underground-hip-hop-artist-and-his-book-club-threaten-angolas-regime/

 

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์