คำสั่งหัวหน้า คสช. 15/2559 ให้แรงงานข้ามชาติกลับช่วงสงกรานต์ได้-แต่ต้องกลับมา 20 เม.ย.

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/2559 ให้แรงงานพม่า ลาว กัมพูชา กลับภูมิลําเนาเพื่อร่วมงานสงกรานต์ โดยไม่ถือว่าเป็นการออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดที่จัดทําทะเบียนประวัติ หรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางาน โดยจะต้องเดินทางกลับเข้าไทย ไม่เกินวันที่ 20 เม.ย. 59 ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน

ประชาไท/11 เม.ย. 2559 - วันนี้ (11 เม.ย.) ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีการเผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/255 เรื่อง การผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา เดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจําปี พ.ศ. 2559 มีรายละเอียดดังนี้

 

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/2559
เรื่อง การผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา เดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจําปี พ.ศ. 2559

ด้วยในเดือนเมษายนของทุกปีเป็นช่วงเวลาเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ของสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งในข้อเท็จจริงได้มีคนของประเทศ เพื่อนบ้านดังกล่าวเข้ามาทํางานในประเทศไทยเป็นจํานวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และส่งเสริมภาพลักษณ์การใช้แรงงานของคนต่างด้าวในประเทศไทย จึงสมควรผ่อนผันให้คนต่างด้าวดังกล่าว สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ได้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่มีเอกสารดังต่อไปนี้ เดินทางกลับภูมิลําเนาเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจําปี พ.ศ. 2559 ได้โดยจะต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไม่เกินวันที่ 20 เมษายน 2559

(1) คนต่างด้าวที่ถือบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ตามนโยบาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยระบุปีที่หมดอายุ พ.ศ. ๒๕๕๗ หรือ พ.ศ. ๒๕๕๘

(2) คนต่างด้าวที่ถือบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ตามมติคณะรัฐมนตรีโดยระบุวันที่หมดอายุ ดังนี้

(ก) วันที่ 31 มีนาคม 2559
(ข) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559
(ค) วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559
(ง) วันที่ 31 มกราคม 2560
(จ) วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560
(ฉ) วันที่ 31 มีนาคม 2561

(3) คนต่างด้าวที่ผ่านการตรวจสัญชาติหรือพิสูจน์สัญชาติทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ไม่ว่าจะได้รับการตรวจลงตรา (VISA) หรือการตรวจลงตรา (VISA) หมดอายุ หรือเอกสารหมดอายุ หรือยังไม่เคยได้รับการตรวจลงตรา (VISA) ที่ถือเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) หนังสือเดินทาง (Passport - PP)
(ข) หนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport - TP)
(ค) เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (Travel Document - TD)
(ง) เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity - CI)

ข้อ 2 การเดินทางกลับภูมิลําเนาเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจําปี พ.ศ. 2559

ตามข้อ 1 ไม่ถือว่าเป็นการออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดที่จัดทําทะเบียนประวัติ หรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางาน ตามที่กําหนดในประกาศกระทรวงมหาดไทยดังต่อไปนี้

(1) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

(2) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (เฉพาะกิจการประมงทะเล) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

(3) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (เฉพาะกิจการประมงทะเล) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

(4) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เฉพาะกิจการแปรรูปสัตว์น้ํา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ข้อ 3 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งประจํา ณ จุดที่คนต่างด้าว เดินทางออกประทับตรา วัน เดือน ปี ที่คนต่างด้าวเดินทางออกจากราชอาณาจักร และประทับตรา วัน เดือน ปี ที่เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร ในเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อ 1 ทั้งนี้ หากต้องมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดในการดําเนินการ ให้คนต่างด้าวได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งหมด

ข้อ 4 ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามคําสั่งนี้ ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยมิชอบ หรือกระทําหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น

ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกระทําการหรือเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทําการหรืองดเว้นกระทําการของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ดําเนินการทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นโดยทันที

ข้อ 5 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 11 เมษายน พุทธศักราช 2559

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์