เปิดใจชาวบ้านตาแปด พุทธมุสลิมอยู่ด้วยกันดังญาติมิตร แม่ทัพสั่งล่าคนวางบอมบ์

เปิดใจชาวบ้านตาแปด เทพา สงขลา คนพุทธมุสลิมอยู่ด้วยกันดังญาติมิตร แม่ทัพภาค 4 สั่งล่าตัวคนก่อเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ ด้านองค์กรเด็กวอนหยุดใช้ระเบิดและความรุนแรงในที่สาธารณะ เกิดระเบิด 3 จุดใน 3 จังหวัดในวันเดียว

 

เปิดใจชาวบ้านตาแปด คนพุทธมุสลิมอยู่ด้วยกันดังญาติมิตร

เช้าวัน 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่บ้านตาแปด อ.เทพา จ.สงขลา มีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหารเข้าไปตรวจและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุจักรยานยนต์บอบ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา จนมีชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 14 ราย รวมทั้งเด็กอายุ 11 ขวบ

ในที่เกิดเหตุยังมีซากรถจักรยานยนต์บอมบ์และวัตถุอื่นๆ กระจายอยู่บนถนน รวมทั้งรถยนต์ของตำรวจที่ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยจุดระเบิดอยู่ห่างจากสนามออกกำลังกายประมาณ 20 เมตร และห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 100 เมตร มีชาวบ้านนั่งจับกลุ่มพูดคุยในบริเวณรอบๆ

มานะ สาและ ผู้ใหญ่บ้านตาแปด กล่าวว่า บ้านตาดแปดเป็นหมู่บ้านที่มีทั้งคนพุทธและมุสลิมอาศัยปะปนกัน และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมือนญาติพี่น้องกัน ไม่เคยมีปัญหาต่อกัน หมู่บ้านนี้อยู่ใกล้รอยต่อกับเขต อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ยังไม่เคยเกิดเหตุร้ายในหมู่บ้าน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ตนก็ไม่ทราบว่าทำไมคนร้ายจึงมาก่อเหตุที่นี่

เจริญ ดวงมะลิ เจ้าของร้านของชำบ้านตาแปดที่ถูกลอบวางระเบิด เล่าว่า คนร้ายมาประมาณ 3 คน เข้ามาในร้าน ตอนนั้นตนอยู่ข้างนอกร้าน ตนถามว่า “ซื้ออะไรบ่าว” คนร้ายไม่ได้พูดอะไรและคนร้ายเข้าไปในร้านพร้อมกับวางระเบิดเพลิงภายในร้าน

ต่อมา 15 นาที เกิดระเบิดขึ้น ตอนแรกนึกว่าไฟตู้เย็นช็อต จึงไปดูปรากฏว่าเป็นระเบิดเพลิง ตนกับลูกช่วยกันดับไฟ พร้อมกับแจ้งต่อตำรวจ ตชด.(ตำรวจตระเวนชายแดน) ที่ตั้งฐานอยู่ในหมู่บ้าน และผู้ใหญ่บ้าน

ต่อมาพบว่ามีรถจักรยานยนต์จอดอยู่หน้าร้าน 1 คัน ถามชาวบ้านไม่มีใครรับ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงเลื่อนไปจอดริมถนนข้างๆร้าน ปรากฏว่าเป็นรถจักยานยนต์ที่คนร้ายประกอบระเบิดไว้ ต่อมาประมาณ 30 นาทีก็เกิดระเบิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน

เจริญ กล่าวว่า ตนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับตนเอง เพราะตนอยู่ที่นี่มาประมาณ 55 ปีแล้ว หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเปิดร้านต่อไปอีกหรือไม่ เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำ แต่ก็ยันยืนที่จะอยู่ที่นีต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ลูกขอให้ย้ายไปอยู่กับเขาที่เกาะสมุย แต่ตนไม่ไปเพราะรู้สึกผูกพันกับที่นี่

“โชคดีตอนเกิดเหตุหลาวสาวอายุ 7 ขวบไม่ได้อยู่ที่ร้านทั้งที่ปกติหลานสาวจะอยู่ที่ร้านเป็นประจำ แต่ไปอยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่งห่างไปประมาณ 500 เมตร จึงไม่ได้รับอันตรายอะไร” เจริญ กล่าว

ผู้ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่งซึ่งเป็นคนไทยพุทธ เล่าว่า ตนยืนห่างจากจุดระเบิดประมาณ 100 เมตร แรงระเบิดทำให้มีอาการจุกและอาเจียนออกมาเป็นน้ำทั้งคืน โดยหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ตอนตี 2 เมื่อคืน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่ากระจกแตกเต็มพื้นบ้านจนเดินไม่ได้ แม้บ้านอยู่ห่างจากจุดระเบิดกว่า 500 เมตร

“แม้จะโดนระเบิด แต่ก็จะอยู่ที่นี่ต่อไปจนสิ้นลมหายใจ เพราะอยู่ที่นี่มา 58 ปีแล้ว จะไม่ย้ายไปไหน ตอนนี้รู้สึกแย่มากเพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุกับตัวเอง” (น้ำตาไหลริมออกมา)

ชาวบ้านรายนี้บอกด้วยว่า เขาเคยสูญเสียน้องชายจากเหตุไม่สงบมาแล้วก่อนหน้านี้ เป็นเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 รายเมื่อปีที่แล้ว ที่บ้านหนองสาหร่ายห่างจากบ้านตาแปดประมาณ 1 กิโลเมตร

ทิติมา เด่นนิ ยายของ ด.ช.กูอาแล๊ะ นิเต็ม อายุ 11 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในครั้งนี้ เล่าว่า ปกติหลานชายจะเล่นขี่จักรยานทุกวันในบริเวณสนามออกกำลังกายของหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเพียง 20 เมตร

ทิติมา เล่าว่า เมื่อเกิดระเบิดเพลิงลูกแรกในร้านของชำและเป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์พื้นที่ เธอจึงเรียกหลานชายให้มาอยู่บนศาลาหน้าบ้านที่อยู่ตรงกันข้ามกับที่ร้านขายของชำ แต่หลานชายไม่มา จนสักพักก็เกิดระเบิดลูกที่ 2 สะเก็ดระเบิดกระเด็นไปถูกที่ขาของหลานจนเส้นเอ็นขาด คาดว่าต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน

“ชาวบ้านที่นี่มีทั้งพุทธและมุสลิม มีการช่วยเหลือระหว่างกันโดยเฉพาะลุงชม เพชรจำรัสที่เสียชีวิตจากระเบิดครั้งนี้เป็นคนดี คอยช่วยเหลือคนมุสลิมมาตลอด ก่อนหน้านี้เขาก็ช่วยซ่อมประตูบ้านของลูกสาวให้ เพราะลุงชมถือว่าดิฉันเป็นน้องสาวจึงมาช่วยซ่อมประตูบ้านลูกสาวดิฉัน” ทิติมา กล่าว

สนิท เพชรจำรัส ภรรยา ชม เพชรจำรัส ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดครั้งนี้ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่กับหลานอีก 2 คนภายในบ้าน ตนวิ่งไปกอดทั้ง 2 คนเนื่องจากทั้ง 2 คนร้องให้ สักพักมองหาสามีแต่ไม่เห็นสามี จึงออกเรียกนอกบ้านปรากฏว่าเห็นสามีนอนนิ่งอยู่ใต้ต้นมะม่วง จึงเรียกคนมาช่วยแต่ไม่มีใครมา เพราะตอนนั้นค่ำและคนกลัวที่จะออกจากบ้าน สักพักก็มีคนออกมาช่วยสามีและนำส่งโรงพยาบาล แต่สามีเสียเลือดเยอะจึงเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

“ตอนนี้ดิฉันยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาในหมู่บ้านตาแปดไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน คนพุทธกับคนมุสลิมที่นี่ก็อาศัยกันได้ มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” สนิท พูดพร้อมน้ำตานองหน้า

แม่ทัพสั่งล่าตัวคนก่อเหตุระเบิดที่บ้านตาแปด 

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) /หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ชี้แจงเหตุลอบวางระเบิดบริเวณร้านขายของชำหลังสถานีรถไฟบ้านตาแปด ม.5 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อค่ำวันที่ 19 เมษายน 2559 ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บรวม 14 ราย รวมทั้งเด็กชายมุสลิมอายุ 11 ขวบรวมอยู่ด้วย

พ.อ.ยุทธนาม ชี้แจงว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว 1. พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้สั่งการให้เข้าช่วยเหลือและเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ให้ทุกหน่วยรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งรวบรวมข่าวสารที่เกี่ยวข้องเพื่อหาผู้กระทำผิดพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที

2. ขอประณามการก่อเหตุดังกล่าวเพราะทำให้พี่น้องผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียและเป็นการกระทำที่สุดโต่งไร้ซึ่งมนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน กระทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุผลของกลุ่มตนจนไม่คำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบอันเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะควบคุมพื้นที่ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบสิ่งผิดปกติ หากพบบุคคลแปลกหน้ายานพาหนะต้องสงสัยหรือสิ่งผิดปกติใดๆ สามารถแจ้งหน่วยงานด้านความมั่นคงใกล้บ้านหรือหมายเลขโทรศัพท์ 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กอ.รมน.ภาค 4 สน.เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสันติสุขที่ยังยืนถาวรในพื้นที่ต่อไป

องค์กรเด็กวอนหยุดใช้ระเบิดและความรุนแรงในที่สาธารณะ

วันเดียวกัน กลุ่มด้วยใจร่วมกับ Children Voice For Peace Project ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์เดียวกันนี้ โดยเรียกร้องขอให้ 1. ยุติการใช้ระเบิดและความรุนแรงทุกรูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ชีวิตปกติในพื้นที่สาธารณะ

2. ให้ผู้ที่ใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ประกาศต่อสาธารณชนว่า จะเคารพหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในการป้องกันผลกระทบต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็ก

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การระเบิด 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 10 วัน ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งที่สถานีรถไฟ อ.จะนะ และ บ้านตาแปด อ.เทพา จ.สงขลา สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของนโยบายและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงขอเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ ดังนี้

1. ขอให้รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แสวงหาแนวทางสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน 2. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยไม่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมาย

นอกจากนี้ยังเรียกร้องประชาชน 1. ให้ความร่วมมือในการป้องกันเหตุโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รวมถึงการหาข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันเหตุระเบิด 2. สนับสนุนการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี

วันเดียวระเบิด 3 จุดใน 3 จังหวัด

วันเดียวกันเวลา 15.00 น. คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี บนถนนสาย 418 ปัตตานี – ยะลา บริเวณ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ขณะลาดตระเวนด้วยรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 5 ราย 1.ร.ต.ท.ธวัช ชูไกรไทย 2.ร.ต.ท.ถาวร ย้อยคุณ 3.ร.ต.ท.สมนึก ด้วงเสน 4.จ.ส.ต.ชาญชัย ทองจืด 5.จ.ส.ต.ชฏิล นราจร เหตุเกิด

ส่วนที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เกิดเหตุระเบิดบริเวณข้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เวลา 16.30 น. คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ อส.ตากใบ จ.นราธิวาส บริเวณม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้ อส.ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย รถยนต์เสียหาย 1 คัน เหตุเกิดขณะกลับจากภารกิจรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์