ตำรวจแถลงกรณีจับ 'แม่จ่านิว' ยันไม่ใช่เพียง 'จ้า' เตือนสื่อ-ประชาชนอย่าแชร์ไม่ตรวจสอบ

ตำรวจแถลงคดีจับ 'แม่จ่านิว' ยืนยันหลักฐานหนักแน่นใช้กฎหมายปกติ ระบุไม่ได้แค่พิมพ์คำว่า 'จ้า' เตือนสื่ออย่าเสนอข้อมูลเท็จ ประชาชนอย่าไลค์และแชร์ไม่ตรวจสอบ เผยมีการเข้าค้นบ้านจ่านิวขณะแถลงข่าว ด้านกลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองเรียกร้องให้ปล่อยตัว ชี้ไม่มีเหตุอันควร ตั้งข้อหานั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
7 พ.ค. 2559 เพจบีบีซีไทย - BBC Thai รายงานว่า พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) แถลงข่าวเช้าวันนี้เรื่องการจับกุมดำเนินคดี น.ส.พัฒน์นรี หรือ หนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอาญา และเนื่องจากกฎหมายนี้เป็นกฎหมายเดิมที่ใช้มานานแล้ว ไม่อาจอ้างว่าไม่รู้ พร้อมทั้งบอกว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนรายละเอียดของคดี พนักงานสอบสวนไม่สามารถแถลงได้ แต่มีพยานหลักฐานข้อมูลโดยชอบด้วยกฎหมาย
 
“ที่มีข่าวสารเผยแพร่ว่าผู้ต้องหาไม่ได้ทำอะไรเลยนั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่เสนอในข่าว แต่ผู้ต้องหาทั้งสองมีการกระทำที่เข้าข่ายกระทำผิด ไม่ได้แค่พิมพ์คำว่า "จ้า" ตอบรับบทสนทนาเท่านั้น” พร้อมทั้งระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าข่าวที่ออกมาในเวลานี้ เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง และเตือนผู้สื่อข่าวว่าให้เสนอข่าวให้ตรงตามจริง และมีข้อมูลที่มีข้อเท็จจริงที่ฟังได้ พร้อมทั้งเตือนประชาชนการกดไลค์กดแชร์ต้องระวังว่าเข้าข่ายผิดด้วย
 
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ไม่อาจให้รายละเอียดของคดี เพราะการสืบสวนสอบสวนเป็นความลับ และยืนยันว่าเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เคยริดรอนเสรีภาพผู้สื่อข่าว แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เคร่งครัด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งกับจ่านิวซึ่งไปเยี่ยมแม่ที่กองปราบด้วยว่าจะเข้าตรวจค้นบ้าน ด้านจ่านิวได้แจ้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรอเพราะที่บ้านมีเพียงน้องสาวและยาย ขณะที่เจ้าตัวมีอาการเครียดอย่างหนักและรีบรุดเดินทางออกจากกองปราบพร้อมทนายความเพื่อกลับไปที่บ้านขณะนี้ ล่าสุดเขาได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ตำรวจเข้าตรวจค้นโดยขอให้ยายลงชื่อในเอกสาร แต่ยายไม่ยินยอม ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้ยกคอมพิวเตอร์ที่บ้านไปก่อนที่ตนและทนายความจะเดินทางไปถึง
 
โดย เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ รายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักรวม 3 หลังเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลดำเนินคดี ประกอบด้วย บ้านเลขที่ 53/88 ภายในหมู่บ้านธีรวรรณ ซอยรามอินทรา 109 ถนนพระยาสุเรนท์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เป็นบ้านพักของ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือหนึ่งนุช มารดานายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องซีพียู จำนวน 2 เครื่อง โดยขณะเข้าตรวจค้นนั้น พบน้องสาวของนายสิรวิชญ์ อายุ 15 ปี และ นางอำพร ลีเลาะ อายุ 59 ปี ยายของนายสิรวิชญ์อยู่ในบ้าน
 
โดยน้องสาวของนายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอยู่ที่บ้านกับยาย โดยนายสิรวิชญ์ จะมาไม่บ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอยู่บริเวณหน้าบ้านประมาณ 20 นาที และเดินมาที่หน้าบ้านพร้อมทั้งบอกว่าขอตรวจค้นที่บ้าน พร้อมทั้งนำหมายค้นให้ดูตนได้พาเข้าบ้านเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมซีพียู และให้ตนเซ็นเอกสาร แต่เป็นจังหวะที่นายสิรวิชญ์โทรศัพท์เข้ามาพอดี จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง โดยนายสิรวิชญ์ บอกว่าอย่าเพิ่งเซ็นเอกสารใดๆ กำลังเข้าไปที่บ้านแต่เจ้าหน้าที่ยึดเครื่ิองคอมพิวเตอร์และเครื่องซีพียู กลับไปทันที
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบ้านหลังที่ 2 และ 3 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น มี บ้านเลขที่ 12/109 หมู่4 แขวงคลอง 12 เขตหนองจอก กทม. และบ้านเลขที่ 99/10 หมุ่ 8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
 
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ออกแถลงการณ์ เรียกร้องปล่อยตัว "แม่จ่านิว" 
 
ด้าน เว็บไซต์ Voice TV รายงานว่านายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจและมอบดอกไม้ ให้กับ น.ส.พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ "แม่จ่านิว" หลังถูกดำเนินคดีในความผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 
 
ทั้งนี้ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้ติดตามการละเมิดสิทธิพลเมืองด้วยความห่วงใย พบว่านับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จึงขอแถลงท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ 
 
1. การตั้งข้อหาและออกหมายจับแม่จ่านิว เป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุอันควร ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า แม่จ่านิว มิได้พิมพ์ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันแต่อย่างใดเลย เฉพาะคู่สนทนาบทเฟซบุ๊กที่มิได้มีความคุ้นเคยกับแม่จ่านิวที่เป็นผู้พิมพ์ถ้อยคำ แม่จ่านิวเพียงตอบรับด้วยคำว่า "จ้า" เพื่อปิดการสนทนาเท่านั้น ดังนั้นการตั้งข้อหาคดีอาญาที่มีบทลงโทษรุนแรง โดยอ้างว่า การที่มิได้ห้ามปรามถือเป็นความผิดด้วย จึงเป็นการตีความที่ขยายมูลเหตุแห่งความผิดที่เกินเลยโดยประชาชนไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน หากมีการตั้งข้อหา ม.112 ด้วยมูลเหตุเพียงเท่านี้ จะเปิดช่องให้มีการกลั่นแกล้งกันได้โดยง่าย เหมือนเช่นขณะนี้ที่ประชาชนเกิดข้อกังขาว่า คสช. กำลังกลั่นแกล้งแม่จ่านิว เพื่อผลทางการเมืองในการข่มขู่คุกคามนายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย
 
2. การใช้ดุลยิพินิจไม่ให้ประกันตัวอย่างไม่เหมาะสม ผู้บังคับการ ปอท.ปฏิเสธการให้ประกันตัวด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นคดีร้ายแรงมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยาน โดยมิได้พิจารณาว่า แม่จ่านิวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจเข้าพบพนักงานสอบสวนในทันทีที่ที่ถูกออกหมายจับ (โดยไม่มีการออกหมายเรียกมาก่อน) พร้อมทั้งมีหลักทรัพย์เป็นเงินสดประกันตัวถึง 5 แสนบาท ย่อมแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจที่พร้อมจะสู้คดี การกักขังบุคคลโดยไม่เหตุอันควร ถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างมิอาจยอมรับได้
 
3. คสช.ควรตระหนักว่า การดำเนินคดีกับประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีเหตุอันควรจะนำไปสู่การสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน เพราะประเด็น 112 เป็นประเด็นที่อ่อนไหว ทำให้ประชาชนที่เข้าใจผิดก่อกระแสเกลียดชังจ่านิวและแม่จ่านิว ส่วนประชาชนผู้รักความเป็นธรรมก็จะโกรธแค้น คสช. ที่ตั้งข้อหาประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม วิธีการเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น และเป็นการกระทำที่แย้งกับที่ คสช. ประกาศว่า จะสร้างความสงบขึ้นในสังคมไทย
 
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ยืนยันว่า เป็นห่วงสิทธิของพลเมืองไม่เพียงแต่กรณีแม่จ่านิวเท่านั้น ยังขอให้ คสช. เคารพกฎหมาย และหยุดการจับกุมคุมขังประชาชน โดยไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้หวังว่า ศาลทหารจะพิเคราะห์และอนุญาตให้แม่จ่านิวได้รับการประกันตัวในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.)
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์