'สุริยะใส' จี้ ปปช. ยุติพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายชุมนุม พธม.

'สุริยะใส' จี้ ป.ป.ช. ยุติการพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร เผยอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลเรื่องอึดอัด ห่วงกลายเป็นบรรทัดฐานให้ผู้ถูกฟ้องคดีอื่นเดินตาม ด้าน 'สมชาย วงศ์สวัสดิ์' ไม่วิจารณ์ ป.ป.ช. จะพิจารณาถอนฟ้องคดีหรือไม่เพราะมีส่วนได้เสีย ให้เป็นดุลพินิจเจ้าหน้าที่
 
15 นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมพิจารณาถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า ตนไม่สบายใจที่มีข่าวจากวงในป.ป.ช.ที่ยังมีความพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้  ทั้ง ๆ ที่กระแสสังคมไม่เห็นด้วยและมองว่าเรื่องนี้ส่อเจตนาที่ไม่สุจริตใจของ กรรมการ ป.ป.ช.บางส่วน เพราะเท่าที่ทราบ กรรมการ ป.ป.ช.หลายท่านอึดอัดในความพยายามนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการท้าทายสังคมแล้วยังสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายเอง
 
นายสุริยะใสกล่าวว่าเรื่องนี้ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าถูกบงการโดยกลุ่มคนและอำนาจพิเศษบางอย่างการถอนฟ้องคดี 7 ต.ค. 2551 เป็นเหมือน “Saving private ryan ภาคพิศดาร” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เอาพลทหารไปรบในสงครามจำนวนมากทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพ่ายแพ้ ซึ่งกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันจะผลักดันให้ได้โดยไม่คำนึงว่าจะกระทบกับหลักการขื่อแปของบ้านเมืองแค่ไหนก็ตาม แต่ทำเพื่อเป้าหมายของใครบางคนโดยที่ ป.ป.ช. ก็ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาทั้งนั้น
 
นายสุริยะใส กล่าวว่า อนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่ดูเรื่องนี้ก็อึดอัด เพราะมีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า ทั้งที่นักกฎหมายหลายคนก็ทักท้วงว่าเป็นเรื่องที่อยู่นอกเขตอำนาจ ป.ป.ช. ไปอยู่ในเขตอำนาจศาลแล้ว แม้แต่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ก็บอกว่า ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจ และอาจเป็นการกระทำที่มิชอบเสียเอง  ซึ่งเรื่องที่เป็นข้อห่วงใยของ ป.ป.ช.ภายในกันเอง ยังมีอีกประเด็นคือหากเรื่องนี้ถอนฟ้องได้ จะมีเรื่องอื่นตามมาอีกหรือไม่ หรือจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้คดีอื่นผู้ถูกกล่าวหา ก็อาจใช้สิทธิเดินตามเอาอย่างร้องทุกข์ถอนฟ้องกันทั้งประเทศ แล้วป.ป.ช.จะใช้หลักอะไรเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยว่าถอนได้หรือไม่ได้ และอาจถูกมองว่าถูกเลือกปฏิบัติได้ในที่สุด อีกหน่อยคงมีผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตจำนำข้าวขอใช้สิทธินี้บ้าง ป.ป.ช.จะอธิบายสังคมอย่างไร
 
นายสุริยะใส กล่าวว่า ประเด็นที่ล่อแหลมและอ่อนไหวที่สุดจะถือเป็นการกดดันและผลักภาระไปให้ศาลหรือไม่ เพราะคดี 7 ต.ค.2551 อยู่ระหว่างการไต่สวนคดี ดังนั้นกรรมการ ป.ป.ช.ที่ผลักดันถอนฟ้องจะรู้ได้อย่างไรว่าศาลเอาด้วยหรือยอมให้ถอนฟ้อง และอะไรทำให้มั่นใจกล้าผลักดันมติที่สุ่มเสี่ยงได้ขนาดนั้น และถ้าศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง ป.ป.ช.จะรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร หวังว่าคงไม่ออกมาบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของศาล
 
“เรื่องนี้ ป.ป.ช.ต้องยุติให้เร็วที่สุด ไปต่อไม่ได้ ก็ไม่ควรดื้อดึงเพราะกระทบและสวนทางกับบรรยากาศที่หลายฝ่ายอยากเห็นการปฏิรูป ควรเอาเวลาไปทุ่มเท คดีที่ค้างอยู่ที่ ป.ป.ช.มากมาย ที่กำลังจะหมดอายุความจะดีกว่า ในยุคที่อยากเห็นการปราบโกงอย่างจริงจัง แต่บรรยากาศใน ป.ป.ช.กับถูกปกคลุมด้วยวาระบางอย่างจนอาจกระทบกับการทำงานปราบปราการทุจริตคอร์รัปชั่นที่สังคมคาดหวัง ป.ป.ช.” นายสุริยะใส กล่าว
 
'สมชาย' ไม่วิจารณ์ ป.ป.ช.จะพิจารณาถอนฟ้องคดี
 
ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมสรุปพิจารณาจะถอนฟ้องคดีนี้ว่าต้องฟัง ป.ป.ช. แต่ตนไม่ขอก้าวล่วงเพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ขออยู่เงียบ ๆ เพราะขณะนี้คดีอยู่ในศาล หน้าที่ตอนนี้คือต่อสู้คดีที่อยู่ในศาล ส่วนเรื่องอื่นขอให้เป็นดุลยพินิจของผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่
 
ส่วนกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดให้ ป.ป.ช.เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในการสลายการชุมนุมต่อจำเลยในคดี จะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี เดิมที่ถูก ป.ป.ช.ชุดเก่าชี้มูลหรือไม่นั่น นายสมชาย กล่าวว่า ตนไปสู้คดีที่ ป.ป.ช. และมีเอกสารหลายอย่างที่มีความจำเป็นที่จะต้องดู แต่ตนติดใจ และต้องการดูเอกสารว่าขัดกับสิ่งที่ ป.ป.ช.กล่าวหาในขณะนั้นหรือไม่ เพื่อจะได้ต่อสู้คดีอย่างถูกทิศทาง แต่ขณะนั้นป.ป.ช.อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ทำให้การต่อสู้ทำได้ไม่เต็มที่ แต่ตนก็ใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อขอดูข้อมูลจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ซึ่งคณะกรรมการ ระบุว่าต้องให้เอกสารกับตนเพื่อความเป็นธรรม มาในตอนนี้ต้องขอบคุณโลกที่ยังมีความเป็นธรรม เพราะศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ตนได้รับสิทธิตรวจสอบเอกสารตามต้องการ จึงมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดูเรื่องดังกล่าว
 
“ความจริงแล้วมาจนป่านนี้เหมือนจะล่วงเลยเวลามาเยอะแล้ว ทั้งที่เราต้องการสู้ตั้งแต่ ป.ป.ช.ชุดเดิมยังอยู่ แต่เมื่อเพิ่งทำได้ก็ว่ากันไป ผมก็สู้ไปตามสิทธิของผม” นายสมชาย กล่าว
 
นายสมชาย กล่าวถึงกรณีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการสอบข้อเท็จจริงจำนำข้าวระบุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ต้องชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 2.8 แสนล้านบาทว่าขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ออกมาจึงไม่ขอวิจารณ์ ต้องดูผู้มีอำนาจจะว่าอย่างไร
 
 
 
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2]
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์