ทหารงัด ม.44 เรียกนายกอบต.น้ำพุ เข้าพบ อ้างปลุกปั่นชาวบ้าน หลังร้องโรงงานขยะปล่อยสารเคมี

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. ไพฑูรย์ ปัตตนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำพุ และ ธนู งามยิ่งยวด ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.เจษฎา เปรมนิรันดร ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุม/ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 1 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี หลังทหารอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 (ม.44) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 ให้เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามมีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม หรือมาให้ถ้อยคำได้ โดยมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ

ธนู  ซึ่งเดินทางมาตามคำสั่งมาตรา 44 กล่าวว่า ได้มีมาตรา 44 เรียกให้ตนเข้าพบ พล.ต.เจษฎา เนื่องจากกล่าวหาว่า ตนได้ยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความแตกแยก กรณีร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนที่โรงงานรีไซเคิลขยะปล่อยน้ำสารเคมีปนเปื้อนใต้ดิน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน จึงต้องออกมาร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็มาถูกทหารใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งให้มาพบ ซึ่งในวันที่ 8 มิ.ย.59 ที่จะถึงนี้ ตนจะนำรายชื่อชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องน้ำใต้ดินเสีย และมีการร้องเรียนมานานกว่า 16 ปีแล้ว ยื่นร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาที่ จ.ราชบุรี ด้วย

ด้าน ไพฑูรย์ อบต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี กล่าวว่า เราเป็นผู้นำก็ต้องดูแลประชาชน มีเรื่องร้องเรียนก็ต้องมาหาเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนจึงไม่อยู่นิ่ง แต่อยู่ดีๆ ก็โดนมาตรา 44 ก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นต่อบ้านเมืองในตอนนี้ แล้วก็ได้มีหนังสือโดยใช้มาตรา 44 ก็น้อยใจเนื่องจากตนทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตนไม่ได้บิดเบือน และเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ซึ่งวันนี้ก็ยินดีที่จะมาพบ และยินดีที่มาชี้แจง และได้เตรียมเอกสารมาครบ

โดยผู้จัดการออนไลน์ ยังรานยงานด้วยว่า การมารายงานตัวของ ไพฑูรย์ และธนู ในครั้งนี้ ทางหน่วยงานทหารไม่ยินยอมให้สื่อเข้ารับฟัง และนายธนู ถือเป็นชาวบ้านรายแรกที่ถูกใช้มาตรา 44 เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาถึง 16 ปี ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ปัญหาเรื่องของน้ำเสียก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และลุกลามลงไปยังน้ำใต้ดิน แม้ว่าจะมีหน่วยงานที่นำน้ำไปตรวจหาสารปนเปื้อน และแจ้งผลมาว่า ห้ามชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค และน้ำใต้ดินที่เสียก็กำลังขยายผลกว้างออกไปเรื่อยๆ แต่จนถึงตอนนี้ หน่วยงานภาครัฐก็ยังคงเดินหน้าตรวจสอบผลของน้ำ แต่ยังไม่มีการแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านจึงต้องออกมาร้องเรียน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารต้องนำมาตรา 44 มาใช้ 

ขอบคุณภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์