'องค์กรสิทธิ-ฅนรักษ์บ้านเกิด' ขอรัฐประกันความปลอดภัยนักป้องสิทธิฯ

31 พ.ค. 2559 วันนี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย องค์กรฟอร์ติไฟย์ไรท์ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน และ โพรเท็กชัน อินเตอร์เนชันแนล แสดงความยินดีต่อกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากเหตุการณ์ความรุนแรง เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 57 ที่มีกองกำลังชายฉกรรจ์ติดอาวุธปิดบังใบหน้าเข้าปิดล้อมและทำร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและชาวบ้านในหมู่บ้านนาหนองบง จ.เลย  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
ภาพเหตุการณ์ 15 พ.ค. 57 กรณีกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมอาวุธ เข้าเปิดทางให้รถบรรทุกขนย้ายแร่ทองคำออกจากเหมืองแร่ทองคำวังสะพุงจังหวัดเลย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บร่วม 30 คน 
 
"พวกเราองค์กรต่างๆ ดังมีรายนามข้างต้นขอเรียกร้องให้ประเทศไทยยึดมั่นต่อพันธกรณีที่จะต้องคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน" แถลงการณ์ร่วมระบุ
 
โดยในวันนี้ ศาลจังหวัดเลยมีคำพิพากษาว่า พ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค และ พล.ท. ปรเมษฐ์ ป้อมนาค มีความผิดจริงในข้อกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ ปิดล้อมทำร้ายชาวบ้านและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่คัดค้านเหมืองแร่ทองคำในจ.เลย เมื่อวันที่ 15 พ.ค.57 โดยทั้ง 2 เป็นผู้ต้องหาเพียงสองคนที่ถูกดำเนินคดีและพิพากษาว่ามีความผิดจากการเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 15 พ.ค.57 โดยเป็นตัวการและผู้ใช้ให้กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายอย่างน้อย 100 คน บางคนสวมหน้ากากสีดำพร้อมอาวุธท่อนไม้ มีด และปืน เข้าปิดล้อมหมู่บ้านนาหนองบง และทำร้ายและจับชาวบ้านจำนวนหนึ่งเป็นตัวประกัน กลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนี้บังคับให้ชาวบ้านนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น มัดมือชาวบ้านไพล่หลังไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมงในระหว่างที่รถบรรทุกขนแร่ออกจากเหมืองและหมู่บ้าน
 
“พวกเรายินดีกับคำพิพากษาของศาลในวันนี้ แต่มีข้อสังเกตว่ารัฐบาลไทยยังล้มเหลวที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดทุกคนมารับผิดชอบในกรณีดังกล่าว” ปรานม สมวงศ์ ผู้แทนองค์กรโพรเท็กชันฯ กล่าว พร้อมกล่าวด้วยว่า “พวกเราไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ได้ทุ่มเททรัพยากรอย่างเพียงพอในระหว่างการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์โจมตีดังกล่าว การที่ผู้กระทำความผิดจำนวนมากยังลอยนวลพ้นผิดสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ทำงานภายใต้ความเสี่ยงในประเทศไทย”
 
ทั้ง 2 คน ถูกพิพากษาว่ากระทำผิดจริงตาม ประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา และ พ.ร.บ.อาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งรวมถึง ข้อกล่าวหาเรื่อง การทำร้ายร่างกาย การกักขังหน่วงเหนี่ยวให้เสื่อมเสียเสรีภาพ และการยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ที่ 1 พ.ท. ปรมินทร์ ป้อมนาค เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 พล.ท. ปรเมษฐ์ ป้อมนาค เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ชาวบ้านที่เป็นโจกท์ร่วม 9 คน เป็นเงินตั้งแต่ 2,600 – 25,000 บาท
 
ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 15 พ.ค.57 คือ สมาชิกของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชุมชน 6 หมู่บ้านเพื่อเรียกร้องให้ปิดเหมืองแร่ทองคำและฟื้นฟูผลกระทบทางด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้านซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของเหมือง
 
สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ให้สัมภาษณ์กับองค์กรฟอร์ติไฟย์ ไรท์ว่า “ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่สวมหน้ากาก ชี้มาทางผม แล้วพูดว่า คนนั้นไงแกนนำ หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็เข้ามารุมจับตัวผมไว้ ผมถูกใส่กุญแจมือและถูกทำร้าย” “ผู้ชายคนหนึ่งเอากุญแจรถมอเตอร์ไซด์ของผมไปจากนั้นอีกคนหนึ่งก็เข้ามาเตะผมเข้าที่ใบหน้า จนผมร่วงลงไปกองกับพื้น”
 
“ในประเทศไทย การที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาใช้สิทธิของตนมักมีต้นทุนราคาแพง" เอมี สมิธ ผู้อำนวยการ องค์กรฟอร์ติไฟย์ ไรท์  กล่าว พร้อมระบุว่า “นักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้กล้าหาญทำงานเพื่อปกป้องผืนดินและอนาคตของพวกเขารู้ซึ้งถึงต้นทุนราคาแพงนี้เป็นอย่างดี”
 
โดย ประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีเหตุการณ์ทำร้ายชาวบ้าน สมาชิกของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานรวมถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้บัญชาการกองทัพบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องเรียนให้สืบสวนสอบสวนหตุการณ์ข่มขู่และข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรอบๆ เหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย
 
“คดีนี้เป็นบททดสอบครั้งสำคัญของประเทศไทยต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะรับรองให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิดสิทธิได้รับความยุติธรรม เจ้าหน้าที่รัฐไทยมีพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่จะคุ้มครองให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ และต้องสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง รวมถึงต้องนำตัวผู้กระทำความผิดทุกคนมารับผิดชอบ” ส.รัตมณี พลกล้า ผู้ประสานงาน มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าว
 
นอกจากนี้ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนให้คำปรึกษาและเป็นผู้แทนทางกฎหมายให้กับชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปิดล้อมโจมตี และสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดและชาวบ้านคนอื่นๆ ซึ่งถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทสืบเนื่องมาจากกิจกรรมการประท้วงคัดค้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ นับตั้งแต่ปี 2550 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำใน จ.เลย ได้ฟ้องร้องคดีความแพ่งและความอาญา จำนวน 19 คดี ต่อสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดและชาวบ้านอื่นๆ จำนวน 33 คน รวมถึงการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี จากการฟ้องร้องคดีความเหล่านี้ บริษัทได้เรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงินจำนวน 320 ล้านบาท และนับจนถึงวันนี้มีคดีความยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 8 คดี เกี่ยวข้องกับชาวบ้านจำนวน 25 คน
 
ฝ่ายบริษัทเหมืองแร่ยังฟ้องร้องคดีต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นสองคน ได้แก่ สมัย ภักดิ์มี และ กองลัย ภักมี ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับการก่อสร้างซุ้มประตูและติดป้าย ‘หมู่บ้านนี้ไม่เอาเหมือง’ ภายในเขตหมู่บ้านนาหนองบง ซึ่งในวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องเนื่องจากคดีไม่มีมูล
 
“พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านที่ลุกขึ้น มาปกป้องสิ่งแวดล้อม” สมาชิกของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ให้สัมภาษณ์กับองค์กรฟอร์ติไฟย์ ไรท์ พร้อมกล่าวอีกว่า “พวกเรามีแค่สิทฺธิอยู่ในมือ เราไม่มีอาวุธใดๆ เราต่อสู้ด้วยความสุจริตใช้สิทธิชุมชนเท่านั้น “
 
เมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศไทยได้ยืนยันคำมั่นสัญญาที่จะคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในวาระการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ครั้งที่ 2 โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 ซึ่งประเทศไทยยอมรับข้อเสนอแนะจากหกประเทศสมาชิกที่ให้สืบสวนสอบสวนรายงานว่ามีการข่มขู่ คุกคาม และทำร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงประกันให้มีการนำตัวผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบ
 
ประเทศไทยควรสืบสวนสอบสวนคดีเพิ่มเติมอย่างรอบด้านและอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง ต้องนำตัวผู้กระทำผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบ และประกันว่าชาวบ้านที่ถูกละเมิดสิทธิจะได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างมีประสิทธิผล  และให้การรับรองว่าผลกระทบด้านลบที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลยจะได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที กล่าวโดยองค์กรที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้
 
“เมื่อพวกเราต่อสู้เพื่อสิทธิของพวกเรา พวกเรากลับโดนทำร้าย เมื่อพวกเราโดนทำร้าย พวกเราพยายามเรียกร้องความยุติธรรมตามกระบวนการยุติธรรม วันนี้พวกเราได้เข้าใกล้ความยุติ ธรรมอีกหนึ่งก้าว” พรทิพย์ หงส์ชัย วิรอน รุจิไชยวัฒน์ และระนอง กองแสน สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กลาวกับฟอร์ติไฟย์ ไรท์เมื่อเร็วๆ นี้  พร้อมระบุว่า “และพวกเราก็จะสู้ต่อ พวกเราถอยไม่ได้ พวกเราจะไม่ยอมแพ้เพราะที่นี่ คือ บ้าน ของพวกเรา”

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์