คสช.เล็งใช้ศาลากลาง-โรงพัก ปรับทัศนคติ แทนค่ายทหาร ประวิตรระบุทำให้มันดูเบาลง

31 พ.ค. 59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวภายหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช. ที่มี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. ประธานการประชุมว่า กรณีที่ คสช. จะอนุญาตให้ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่ง คสช. เมื่อปี 2557 เกี่ยวกับการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ให้สามารถเดินทางได้ตามปกติ ยกเว้นผู้ที่มีคดีความที่ต้องได้รับการอนุญาตจากศาลนั้น เนื่องจาก คสช. พิจารณาแล้วว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนเรื่องการเชิญบุคคลหรือกลุ่มต่างๆ มาพูดคุย และหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม อาทิ การเคลื่อนไหวทางด้านการเมือง ปัญหาผู้มีอิทธิพล ปัญหาการจัดระเบียบสังคม การบังคับใช้กฎหมายที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะๆ โดยใช้พื้นที่ในค่ายทหารนั้น ต่อไปการพูดคุยในลักษณะดังกล่าวจะพิจารณาจัดให้มีขึ้นในสถานที่ราชการอื่นๆ เช่น ศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ เป็นต้น เพื่อให้เกิดความสะดวกกับทุกฝ่าย และสร้างบรรยากาศของการพูดคุยให้ดียิ่งขึ้น
 
นอกจากนี้ ในเรื่องการอำนวยความสะดวก และดูแลการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนจากปัญหาต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย และข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ได้รับการแก้ไขตามกระบวนการที่ถูกต้อง อีกทั้ง ป้องกันไม่ให้มีผู้ใดแอบแฝงเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากการชุมนุมด้วย
 

ประวิตรเผยพยายามทำให้ทุกอย่างมันดูเบาลงในทุกเรื่อง 

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง คสช. เตรียมปรับสถานที่เข้ารายงานตัวจากค่ายทหารเป็นศาลากลางจังหวัดว่า จะรายงานตัวที่ไหนก็ได้ เพราะถือเป็นสถานที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นสถานที่ใด เราพยายามทำให้ทุกอย่างมันดูเบาลงในทุกเรื่อง ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังต้องเข้ารายงานกับทหารอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้ใช้คำว่าเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องห่วง เขาทำให้ดี ทำไมรังเกียจทหารกันหรืออย่างไร ทหารไม่เคยทำอะไร
       
เมื่อถามว่าจะมีการยกเลิกการเรียกปรับทัศนคติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะขณะนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ และตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ไม่ได้ใช้อำนาจอะไรรุนแรง ไม่เคยใช้มาตรา 44 จับคนไปขัง ไม่เคยใช้อำนาจลิดรอนสิทธิของประชาชน ทั้งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเพราะเป็นหัวหน้า คสช. แต่พยายามเดินตามประชาธิปไตยตลอด ดังนั้น ขอว่าอย่าไปจี้อะไรมาก อย่าพยายามพูดให้เกิดความวุ่นวาย รอให้มีการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญ ตอนนั้นอยากทำอะไรก็ทำ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับ เพราะที่ผ่านมามันมีความยุ่งยาก
       
กรณีคำถามว่าที่เปิดโอกาสให้นักการเมืองออกนอกประเทศได้เป็นเพราะการประชุมเรื่องสิทธิมนุษยชนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีแรงกดดันอะไรทั้งสิ้น เป็นความคิดของนายกฯเองทั้งหมด และทุกวันนี้ต่างชาติเองเขาให้การยอมรับเรา โดยเฉพาะทุกครั้งที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าเขาไม่ยอมรับคงไล่ตนกลับแล้ว ไปพูดกับใครไม่เห็นมีใครว่าอะไรตน
       
เมื่อถามถึงกรณีถ้าผู้ที่ได้รับการปลดล็อกจะเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แล้วแต่ ถ้าเห็นว่าดีก็ทำ ถ้าประชาชนเห็นว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องก็เอาเลยตนไม่ว่า แต่ต้องดูว่าการที่ไปพบกับนายทักษิณจะผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องไปดูตรงนั้น
 

ประยุทธ์ชี้เป็นไปตามสถานการณ์

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า ที่ผ่านมาเป็นการเรียกไปพูดคุย ทำความเข้าใจ  หากไม่เข้าใจก็ต้องใช้เวลาคุยมากหน่อย ไม่ใช่การนำไปขังคุก
 
“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการปรับกลยุทธ์ของ คสช. แต่ดูตามสถานการณ์ และต้องการให้บ้านเมืองสงบ  หากกลับมาวุ่นวายอีก ก็สามารถกลับมาควบคุมให้เข้มงวดเช่นเดิมได้  สิ่งที่ดำเนินการต้องการให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกัน และให้สังคมรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่เพียงผมที่ต้องรับผิดชอบคนเดียว” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ สำนักข่าวไทยและมติชนออนไลน์

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง