ประยุทธ์บอกพร้อมเลื่อนประชามติ หากศาลรธน.ตัดสินกม.ประชามติขัดรัฐธรรมนูญ

2 มิ.ย.2559 จากกรณีที่วานนี้ (1 มิ.ย.59) ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติเอกฉันท์เห็นว่า มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเนื้อหาในวรรคสองมีการบัญญัติคำว่า "รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย" นั้น มีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือ นำไปสู่ความสับสนของประชาชน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และอาจทำให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยดุลพินิจของตัวเอง จนทำให้กระทบสิทธิของประชาชนที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย จึงเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เฉพาะมาตรา 61 วรรคสอง ส่วนข้อความในมาตรา 61 วรรคสาม และวรรคสี่ นั้นที่ประชุมเห็นว่าเป็นเรื่องของบทกำหนดโทษ ซึ่งเป็นดุลพินิจของผู้ออกกฎหมาย และเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา ทั้งนี้คาดว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยคำร้องดังกล่าวเป็นของ จอน อึ๊งภากรณ์  ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ประยุทธ์บอกพร้อมเลื่อนประชามติ 7 ส.ค. 

วันนี้ (2 มิ.ย.59) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า ขึ้นอยู่กับผู้ตรวจการแผ่นดิน ผลออกมาว่าอย่างไรก็ตามนั้น ถ้ามันขัดแย้งต้องเลื่อนการลงประชามติออกไปก็ต้องเลื่อน ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าเลื่อนอย่ามาบอกว่าตนเป็นคนสั่งเลื่อนแล้วกัน

ต่อกรณีคำถามที่ว่าต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาไปฟ้องแล้วว่าอย่างไร ต้องถามศาลที่จะเป็นผู้พิจารณาซึ่งไม่รู้ว่าจะพิจารณาเมื่อไร ถึงตอนนั้นถึงเวลาค่อยว่ากันจะเอาอย่างไร ทำไมต้องมาถามดักหน้าดักหลังอย่างนี้ มันก็จะไม่ผ่านกันพอดีทุกเรื่อง ถ้าเขาไปฟ้องแล้วศาลตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องเลื่อนการทำประชามติออกไป ไม่ใช่ตนเป็นคนสั่งเลื่อน นี่คือข้อแรก และข้อ 2 ศาลจะพิจารณาเมื่อไร ทันก่อนวันที่ 7 สิงหาคม หรือไม่ ถ้าทันแล้วผิดก็ต้องหยุด ถ้าไม่ผิดก็ทำต่อ มันก็มีคำตอบแค่นี้ แต่อยู่ดีๆ จะให้ตนไปสั่งเลื่อน โดยที่ยังไม่เกิดอะไรสักอย่าง แค่มีคนไปฟ้องมันไม่ได้ แบบนั้นตนไม่ใช้
 
“ถ้าอย่างนั้นการจำนำข้าวผมก็สั่งเลยสิ ไม่ต้องรอศาลให้ผมใช้มาตรา 44 เลยสิจะได้ติดคุกกันให้หมดเอาไหม ตอนนี้ให้สู้คดีกันอยู่ก็สู้ไปสิ ต้องเข้าใจในภาพรวมด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 

ประวิตรโยน กกต.ตอบ

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า 
 ต้องไปถาม กกต. อย่ามาถามตน เพราะกกต.เป็นผู้บังคับใช้ ส่วนที่หวั่นเกรงว่ามาตราดังกล่าวจะสุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง หากกกต.ชี้แจงออกมาเป็นอย่างไรต้องว่าไปตามนั้น เพราะเป็นหน้าที่ต้องดำเนินการในการทำประชามติ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง
 
ต่อกรณีคำถามถึงความมั่นใจหรือไม่ที่จะคุมสถานการณ์ได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “มั่นใจสิ ถ้าไม่มั่นใจผมจะมายืนตรงนี้ได้หรือ คิดว่าทุกคนพูดกันรู้เรื่อง มีน้อยคนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างต้องทำตามโรดแมป”
 

ปธ.สนช.ชี้หากเลื่อนประชามติ ประยุทธ์ ใช้ ม.44 ดำเนินการได้

พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า การพิจารณาพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติของ สนช. ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อให้การออกเสียงประชามติมีความเป็นธรรม และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  หากศาลรัฐธรรมนูญรับที่จะวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สนช. กกต. และ คสช. ต้องติดตามดูผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งหากผลวินิจฉัยไม่กระทบกับการออกเสียงประชามติ ก็เดินหน้าทุกอย่างตามโรดแมป  แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรค 2  ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต. ก็ควรใช้เหตุความวุ่นวายในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 57 จะเป็นบทเรียนและควรเตรียมช่องทางแก้ปัญหา  ซึ่งหากต้องเลื่อนการออกเสียงประชามติก็เป็นหน้าที่ของ กกต. พิจารณาหรือนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ก็สามารถดำเนินการได้เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย  อย่างไรก็ตาม สนช. จะรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  โดยจะยังไม่แก้ไขกฎหมายประชามติล่วงหน้าเพื่อแก้ปัญหา เพราะมาตราดังกล่าวยังมีความสำคัญต่อสถานการณ์บ้านเมือง
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น