วิบูลย์ เข็มเฉลิม-ผู้บุกเบิกวนเกษตรแห่งฉะเชิงเทราเสียชีวิต

ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี โดยเขาผู้บุกเบิกวนเกษตรที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เปลี่ยนวิธีทำกินจากเกษตรเชิงพาณิชย์ที่ทำให้เกิดวงจรหนี้สิน-ที่ดินหลุดมือ มาปลูกพืชผลและไม้ยืนต้นสารพัดในที่ดิน 10 ไร่ ที่เหลืออยู่เรียกว่า 'วนเกษตร'

ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ที่มาของภาพ: สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวเสียชีวิตของ ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ผู้บุกเบิกแนวคิดทำสวนแบบวนเกษตร แห่งบ้านหัวหิน ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา รวมอายุ 80 ปี

ในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์เครือข่ายอโศก ผู้ใหญ่วิบูลย์เกิดที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2479 ในครอบครัวชาวนา ภรรยาชื่อสมบูรณ์ มีบุตร 3 คน

ผู้ใหญ่วิบูลย์เข้ามาเป็นแรงงานเด็กในเมือง และเรียนหนังสือตามมีตามเกิด และเรียนจบชั้น ม.6 ในปี พ.ศ. 2504 - 2524 พยายามทำนาเพื่อการพาณิชย์จนหนี้สินล้นพ้นตัว จากที่ดินที่สะสมมา 200-300 ไร่ ต้องนำไปขายใช้หนี้ จนเหลือที่ดิน 10 ไร่

หลังจากนั้นผู้ใหญ่วิบูลย์เริ่มต้นชีวิตใหม่จากที่ดินที่เหลืออยู่ 10 ไร่ โดยเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบพึ่งตนเองบนที่ดินที่เหลืออยู่ และไม่สร้างภาระให้กลายเป็นหนี้สินขึ้นมาอีก โดยปลูกไม้สารพัดในที่ดิน 10 ไร่ จนกลายเป็นป่าย่อมๆ ซึ่งสามารถให้ผลผลิตหลากหลายชนิด โดยผู้ใหญ่วิบูลย์เรียกลักษณะการใช้ที่ดินนี้ว่า "วนเกษตร" โดยในสวนของผู้ใหญ่วิบูลย์มีทั้งป่า ไม้ยืนต้น ไม้ผล แปลงผักรวมอยู่ในบริเวณบ้าน หรือจะเป็นไม้ยืนต้นปลูกรอบคันนา หรือจะกันพื้นที่พืชไร่ส่วนหนึ่งเป็นป่าเพื่อเริ่มลองวนเกษตร ซึ่งวนเกษตรสามารถยืนหยุ่นได้ไม่มีลักษณะตายตัว แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ผลขนาดกลาง พืชผักสมุนไพร ที่หลากหลายชนิด และสามารถตอบสนองประโยชน์ใช้สอยได้ โดยปลูกคละเติบโตอยู่รวมกันในพื้นที่

"เผื่อวันหน้า เมื่อเราทำอะไรได้น้อยลง วันที่เราแก่ ทำงานไม่ไหว เราจะอยู่ได้ พอคิดอย่างนี้ มันก็ไปคิด เกี่ยวโยง กับต้นไม้ทั้งหมด ตั้งแต่ไม้ผล ไม้พืชชั้นล่าง ที่มีใบมีดอกกิน ไม้ต้นโต ที่มันโตขึ้น ระยะหนึ่ง ก็จะกลายเป็น ไม้ขนาดใหญ่ ที่เรียกไม้ซุง ซึ่งเรารู้ว่าอีก 20 ปี จะโตแค่ไหน เมื่อถึงเวลานั้น เราจะขายได้ สักกี่บาท เราคิดจากสิ่งที่ควรเป็น ถ้าตอนนั้น เรามีอายุ 70 ปี และทำไม่ไหว เราควรมีสักกี่ต้น ชีวิตจึงจะ ไม่เดือดร้อน ถ้าเราปลูกต้นไม้ไว้ในครอบครองสัก 300 ต้น โดยประเมิน จากต้นละ หมื่นบาท เราก็มีเงินถึง 3 ล้านบาท วันนั้นถ้าเราเกิดความจำเป็น เงินจำนวนนี้เป็นหลักประกันได้แน่ ถ้าลูก ไม่เลี้ยง เราก็เลี้ยง ตัวเอง จะจ้างใครมาป้อนข้าวป้อนน้ำก็ไม่ลำบากเกินไป จ้างผู้จัดการสักคนก็พอได้อยู่ หรือไม่ก็นำเงิน ฝากธนาคาร กินดอกเบี้ยแต่ละเดือน ก็ยังไม่เดือดร้อน จึงคิดว่า เราไม่ต้องไปกังวล กับบั้นปลายชีวิต ถ้ามีการสะสม ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งก็เห็นว่ามันจริง ทำไประยะหนึ่ง เริ่มเห็นสภาพป่ารกขึ้น มีต้นไม้ หนาตาขึ้น มีความหลากหลายของพืชพันธุ์มากขึ้น เรารู้ประโยชน์ของมันเกือบทุกอย่าง ถ้าป่าไม่เป็นธรรมชาติ อย่างที่เรา เข้าใจ แต่เป็นป่าเกษตร มันก็สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ผมจึงเรียกว่าวนเกษตร และนี่คือ ที่มาของชื่อ วนเกษตร จากปี 2526 เป็นต้นมา" ผู้ใหญ่วิบูลย์ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งในเว็บไซต์เครือข่ายอโศก

นอกจากนี้ผู้ใหญ่วิบูลย์ยังเป็นนักสะสมพันธุ์กล้าไม้ป่าเพื่อแจกจ่ายให้ผู้คนที่เริ่มสนใจวนเกษตรได้ไปปลูก รวมทั้งเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องวนเกษตรด้วย โดยสวนวนเกษตรของผู้ใหญ่วิบูลย์ เป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรม มีชาวบ้านและเครือข่ายในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดรอบๆ บ้านของเขามาฝึกอบรม โดยผู้ใหญ่วิบูลย์เรียกว่า "เวทีเครือข่ายรอบป่าตะวันออก" โดยทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ผู้ใหญ่วิบูลย์ เคยผลักดันเรื่องวนเกษตรในสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และในรัฐสภา ในการกำหนดกรอบนโยบายหลักของประเทศในปี 2549 สามารถผลักดันเข้าสู่นโยบายของรัฐบาลได้คือนโยบายปลูกต้นไม้ใช้หนี้ นอกจากนี้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงปี 2552

เว็บไซต์ชีวจิต รายงานกำหนดการบำเพ็ญการกุศลว่า ในวันที่ 14 มิ.ย. 2559 เวลา 16.00 น. จะมีพิธีรดน้ำศพผู้ใหญ่วิบูลย์ ณ ศูนย์มูลนิธิวนเกษตรเพื่อสังคม ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีกำหนดการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมศพรวมทั้งหมด 9 วัน โดยเจ้าภาพขอเชิญญาติมิตรและผู้ที่คิดถึงกันร่วมบำเพ็ญกุศล สอบถามเส้นทางได้จากคุณครรชิต เข็มเฉลิม โทรศัพท์ ศูนย์แปดเก้า-เก้าสามหก-ห้าศูนย์สองศูนย์

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์