ปม 'ชงเรื่องล้มประชามติ' กมลพรรณ ยันไม่ต้องการล้ม แต่ให้มันแฟร์ ไม่ปิดปากปชช.

ปมกระแสวิจารณ์ 'ชงเรื่องล้มประชามติ' หลังกมลพรรณ และคปป.  ยื่นศาลปกครอง ฟ้อง ประยุทธ์-ครม.-กรธ.-สนช.-กกต. เหตุ พ.ร.บ.ประชามติขัด รธน. เจ้าตัวยันไม่ต้องการล้ม แต่ให้มันแฟร์ ไม่ปิดปากปชช. ระบุถ้ารธน.ผ่านน่ากลัวมาก เหน็บทักษิณ ถ้าผ่านก็ได้ประโยชน์จาก รธน.นี้เหมือนกัน  เผยเตรียมร้อง ป.ป.ช.ต่อ

15 มิ.ย.2559 จากการณีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลปกครองกลาง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี พร้อมพวกรวม 17 คน เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ (คปป.) ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 กรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 เพื่อลงประชามติ โดยมีรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ที่ไทยสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนและสัมปทานทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงร่างมาตรา 54 ที่ขัดต่อกติกาสากลระหว่างประเทศ ประกอบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และ 5 ได้ผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มีหลายมาตราอาจขัดต่อประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 1, 4, 5 และ 35(1) รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดและผู้เกี่ยวข้องสุ่มเสี่ยง ต่อการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119, 128 และ 129 ในเรื่องการสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนและสูญเสียความมั่นคงของรัฐ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ยันไม่ให้ล้ม แต่ต้องการให้มันแฟร์

ภายหลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มดังกล่าวต้องการชงเรื่องเพื่อล้มประชามตินั้น ผู้สื่อข่าวประชาไท ได้สอบถาม กมลพรรณ เพิ่มเติม โดย กมลพรรณ กล่าวว่า ถ้าเราลงสนามแข่งขัน แล้วมันไม่แฟร์ เราเลื่อนไปไม่กี่วันไม่กี่เดือน แต่ทำเพื่อให้ผล ประโยชน์ของประชาชนกลับมา มันคุ้มกว่าเยอะ แต่ นปช. ต้องคิดใหม่ ต้องคิดเพื่อรากหญ้า ไม่ใช่คิดถึงนักการเมือง ฝ่ายเราก็สู้เพื่อประชาชน ถ้าจะแก้กันจริงจังร่างนี้แก้ภายใน 15 วันก็พอแล้ว มันต้องทำให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เช่นนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจะไม่ใช่ยาบำรุงแต่จะเป็นคือยาพิษ 

เมื่อถามย้ำว่า ถ้า คสช. ไม่แก้ พ.ร.บ.ประชามติ จะไปลงประชามติไหม กมลพรรณ กล่าวว่า เราคงไปแต่จะไป vote no แต่กว่าจะถึงขั้นนั้น เราก็คงต้องพยายามชูให้แก้ให้ถึงที่สุด เราไม่ได้ให้ล้มประชามติ เราให้คุณแก้ไขก่อนประชามติ ไม่เช่นนั้นเราก็บอกไปแล้วว่ายกเลิกปประชามติ
 

เหน็บทักษิณ ถ้าผ่านก็ได้ประโยชน์จาก รธน.นี้เหมือนกัน 

นอกจากนี้ กมลพรรณ ยังกล่าวว่า นปช. มีผลประโยชน์แอบแฝง ทำไมไม่ออกมาตี เคยมีคนบอกตนว่า เอาจริงๆ แล้ว พอคิดเรื่องสัมปทาน เรื่องการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนต่างๆ คนที่ได้ประโยชน์สุดท้ายก็คือทักษิณ นปช. ก็แสดงละครให้รากหญ้าดูเฉยๆ ทักษิณก็มีสัมปทาน เขาก็ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญเหมือนกัน แต่ที่ออกมาตีกันคือเล่นละครกันให้ประชาชนเกลียดกันเอง  แต่กลุ่มเราเคลื่อนหมดทุกรัฐบาล รัฐบาลอภิสิทธิ์ตนก็เคยค้าน
 
ส่วนที่ต้องใส่เสื้อเหลืองนั้น กมลพรรณ กล่าวว่า เราเพราะเราจงรักภักดี เดือนนี้เป็นเดือนมงคล เราอยากจะเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี หมอเป็นศิษย์จำลอง แต่ไม่ได้เล่นเกมอำนาจ เราค้านในสิ่งที่ไม่ชอบธรรมทั้งหลาย
 

ชี้ กม.ประชามติปิดปากปชช. ระบุถ้ารธน.ผ่านน่ากลัวมาก

"ถึงคนที่ต้องการลงประชามติ ถ้ามันไม่ผ่านเขาจะเอาอะไรมาให้เราเราก็ไม่รู้ แต่ถ้าจะทำแล้วผ่าน อันนี้จะอันตรายมาก มันมีแต่เสียกับเสีย ยิ่งตอนนี้เรามี พ.ร.บ. ที่ปิดปปากประชาชน ประชาชนเขาจะไม่กล้าออกมาวิจารณ์เลย ฝ่ายรัฐกับกลุ่มทุนพูดได้ฝ่ายเดียว สุดท้ายมันก็ร่วมกันถวายสมบัติให้ต่างชาติ มันสุ่มเสี่ยง เราไม่มั่นใจว่ามันจะผ่านไหม ถ้าผ่านมันจะน่ากลัวมาก ยิ่งรากหญ้าชาวบ้าน คนพวกนี้เขาไม่อ่านร่างด้วยซ้ำ" กมลพรรณ กล่าว

หวั่นเสียดินแดนง่าย เอื้อต่างชาติใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับข้อกังวลต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กมลพรรณ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญที่เขียน ทางรัฐก็บอกว่าจะปราบโกง แต่ตนเชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้อ่านว่าแต่ละมาตรามันเขียนว่ายังไงบ้าง ตนไปอ่านเกือบทุกมาตรา มาตรา 178 เขาเขียนว่า พระมหากษัตริย์คงไว้ซึ่งอำนาจในการเปลี่ยนแปลงดินแดน หนังสือสัญญาที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ดินแดน หรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ถ้ารัฐสภาไม่พิจารณาภายใน 60 วัน ให้ถือว่ารับรองเลย แบบนี้แปลว่าเราเสียดินแดนทันที เราจะเสียดินแดนง่ายมาก ในวรรค 2 เป็นการเอื้อให้ ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน Mega Project ต่างๆ รวมถึงการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ นี่คือการหมกเม็ด เขาบอกว่าจะปราบโกง แต่จริงๆ มันคือการเขียนให้การโกงถูกกฎหมาย ยังมีเรื่องสัมปทนา รธน. ฉบับนี้เขียนไว้หลวมๆ ว่าการบริหาารทรัพยากรธรรมชาติ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมันไม่รัดกุม มันแย่กว่าเยอะเมื่อเทียบกับ รธน. 50 กับ 40 และสิทธิหายไป มันหมกเม็ดเยอะ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจก็ไม่มีการกำหนดว่ารัฐต้องถือหุ้นอย่างน้อย 51%

ทำไมไม่เขียนให้เรียนฟรีถึง ม.6 

กมลพรรณ กล่าวต่อว่า ในเรื่องมาตรา 54 ให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 12 ปีถึง ม.3 ซึ่งในมุมมองของตน โรงเรียนบางแห่งทุกวันนี้ยังเก็บค่าเทอมอยู่เลย ถึงรัฐบาลจะบอกว่าเรียนฟรีแต่มันมีรัฐธรรมนูญรับรอง ต่อไปในอนาคตถ้าไม่เรียนฟรีจะเกิดอะไรขึ้น ค่าครูค่าหนังสือ ค่าอาคาร ทั้งหมดจะเก็บเพิ่มขึ้น เพดานเท่าไหร่ก้ไม่มีจำกัด มันเหมือนการเอามหาลัยออกนอกระบบ ถึงจะบอกจะมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ต้องอย่าลืมว่ามันมีนักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตายเยอะแยะเพราะไม่สามารถหาเงินมาใช้กองทุนได้ ทำไมเขาไม่บัญญัติว่าเรียนฟรีถึง ม.6 เพราะเขากลัวผู้ปกครองที่รู้กฎหมายไปฟ้องเขาตอนเก็บค่าเล่าเรียน เขาบอกว่ารัฐงบไม่พอ ต้องสนับสนุนเด็กอนุบาล แต่การสนับสนุนเด็กอนุบาลมันก็ใช้งบประมาณเยอะเหมือนกัน 
 
กมลพรรณ กล่าวว่า อีกอันที่ตนเป็นห่วง การจัดการศึกษาให้เด็กอนุบาลเพื่อลดความเหลือมล้ำ ระบบปัจจุบันมันเพิ่มศักยภาพเด็กได้หรือยัง หรือแค่ท่องๆ จำๆ โรงเรียนวดวิชาก็รวย เกิดธุรกิจการศึกษา การเอาเด็กอนุบาลเข้ามาท่องตั้งแต่เด็ก มันเป็นการทำร้ายเด็กมากกว่าผลดี เราไม่เชื่อว่าคณะกรรมการร่างจะมีศักยภาพในการพัฒนาเด็กอ่อน มันมีผลประโยชน์ เหมือนการเอาโรงเรียน ม.ปลายออกนอกระบบ และเขียนกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้อง
 

คสช. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

สำหรับข้อกล่าวหาว่า คสช. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ นั้น กมลพรรณ กล่าวว่า ตั้งแต่การตรากฎหมายแล้ว การตรารัฐธรรมนูญ มันขัดกับกติกาสากล และ ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว คณะกรรมการร่างต้องร่างโดยยึดหลักที่ว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ แต่มาตรา 178 นี่มันคือการยกประเทศให้ใครก็ได้ มาตรา 4 ของงรัฐธรรมนูญชั่วคราว 
 
ประเด็นปัญหา พ.ร.บ.ประชามติ นั้น กมลพรรม อธิบาว่า มี 2 ประเด็นที่สำคัญ 1. กกต. มีหน้าที่ในการทำประชาติอย่างโปร่งใสและทุจริต การที่เราทำเครื่องหมายอะไรไม่ได้ในบัตรเลือกตั้ง แสดงตัวไม่ได้ว่าเราเลือกให้ใคร เราไม่มีพยานได้เลยว่าเราลงคะแนนให้ใคร กากบาทใครก็กาได้ กาเหมือนกัน ทำบัตรผีได้ มันเป็นอุปสรรคของการเลือกตั้ง มีการสลับหีบเลือกตั้ง เผาบัตร เผาหีบ หีบทิ้งข้างทาง คนมันโกงตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว มีการโยกย้ายพวกพ้องของตัวเองเต็มไปหมด แต่ กกต. ทำประชามติที่ไม่โปร่งใส และสุจริต เขาจะสามารถที่จะโกงผลได้ เราเห็นด้วยที่เสื้อแดงจะทำศูนย์ปราบโกง ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง อะไรที่ประชาชนเสียหายเขาก็ควรมีสิทธิ์ที่จะสู้ นี่ไม่ใช่เรื่องของสีเสื้อ ธรรมนูญฉบับนี้มันกีดกันขั้วอำนาจออกไป และกีดกันผลประโยชน์ของประชาชน และจะมีพวกใดพวกหนึ่งได้ประโยชน์ แต่เราไม่รู้ว่าทหารรู้ไหม แต่ทำอย่างงี้เท่ากับใครเลือกตั้งมา ก็ถวายพานทรัพยสินของประเทศให้เขาเลย ทั้งโรงเรียน ม.ปลาย ครูอาจารย์ เกิดระบบเครือญาติในระบบการศึกษา ค่าเทอมค่าเล่าเรียนก็ไม่มีกำหมายกำหนด กำหนดเองหมด การบริหารการลงทุน
 
2. การบังคับใช้ที่ไม่เสมอภาค ถ้าเรายึดตามหลักนิติธรรม กฎหมายต้องบังคับใช้โดยเสมอกันไม่ว่าจะรวยหรือจน ไม่มีเลือกปฏิบัติ กกต. ไม่ให้ฝ่ายที่เห็นแย้ง วิพากษ์วิจารณ์ร่างอย่างเปิดเผยเป็นการสมรู้ร่วมคิดในการปล้นชาติ ถ้าคุณไม่มีเจตนาแบบนั้น คุณจะปิดปากประชาชนอะไร มาตรา 178 น่าจะเข้ากับมาตรา 118 129 
 

จ่อร้อง ป.ป.ช.ต่อ

กมลพรรณ เปิดเผยว่า ตนจะไป ป.ป.ช. ถ้าศาลปกครองเขาไม่เข้าใจว่าตนทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เห็นว่าตนไม่ใช่ผู้เสียหาย หรือไม่มีสิทธิฟ้อง ตนก็จะไปฟ้อง ป.ป.ช. มันเป็นขั้นตอนกระบวนการซึ่งตนสามารถทำได้ แต่ตนไม่ได้คาดหวัง ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ตนยื่นไว้เป็นหลักฐาน 
 
 
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์