ยูนิเซฟเผย ภายในปี 73 จะมีเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ 69 ล้านตายจากโรคที่ป้องกันได้

29 มิ.ย.2559 รายงานข่าวแจ้งว่า รายงานสภาวะเด็กโลกของยูนิเซฟเปิดเผย 28 มิ.ย.59 ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 จะมีเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบ 69 ล้านคนเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ และเด็ก 167 ล้านคนจะมีชีวิตอยู่กับความยากจน ในขณะที่สตรีกว่า 750 ล้านคนจะต้องแต่งงานในวัยเด็ก หากทั่วโลกไม่เน้นให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มที่เปราะบางและขาดโอกาสที่สุด 

“การไม่ให้โอกาสที่เท่าเทียมในชีวิตแก่เด็กจำนวนหลายร้อยล้านคน ไม่เพียงแต่จะทำให้อนาคตของพวกเขามืดมนเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้วงจรเลวร้ายดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภัยต่อของสังคมโดยรวมในอนาคต” แอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การยูนิเซฟ กล่าว พร้อมระบุว่า “เรามีสิทธิ์เลือกว่าจะแก้ปัญหาและช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ตั้งแต่ตอนนี้ หรือจะปล่อยให้โลกยิ่งเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและความแตกแยกต่อไป”

รายงานสภาวะเด็กโลกซึ่งเป็นรายงานประจำปีฉบับสำคัญของยูนิเซฟ ระบุว่า แม้จะมีความก้าวหน้าอย่างมากในการช่วยชีวิตเด็ก หรือการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนหนังสือ การแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งเห็นได้จากอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบทั่วโลกลดลงกว่าครึ่งนับตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา เด็กทั้งชายและหญิงได้เข้าเรียนระดับประถมศึกษาในอัตราส่วนเท่ากันใน 129 ประเทศ และจำนวนประชากรยากจนที่สุดทั่วโลกลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับทศวรรษที่ 1990 แต่ความก้าวหน้าเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

รายงานชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น โดยพบว่า เด็กยากจนที่สุดยังคงมีโอกาสเสียชีวิตก่อนอายุครบห้าขวบและมีโอกาสเป็นโรคขาดสารอาหารเรื้อรังมากกว่าเด็กกลุ่มฐานะดีที่สุดถึง 2 เท่า ในขณะที่เด็ก ๆ ในทวีปเอเชียใต้และในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่า (sub-Saharan Africa) ที่แม่ไม่ได้รับการศึกษา มีโอกาสเสียชีวิตก่อนอายุครบห้าขวบมากกว่าแม่ที่ได้รับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาถึง 3 เท่า และเด็กหญิงจากครอบครัวยากจนที่สุดมีโอกาสแต่งงานตั้งแต่เด็กมากกว่าเด็กหญิงจากครอบครัวฐานะดีถึง 2 เท่า

รายงานชี้ว่า แถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่าเป็นภูมิภาคที่น่าเป็นห่วงที่สุด โดยมีเด็กอย่างน้อย 247 ล้านคน หรือ 2 ใน 3 อาศัยอยู่กับความยากจนในหลายมิติ และไม่ได้รับสิ่งจำเป็นสำหรับการมีชีวิตรอดและพัฒนา นอกจากนี้ ประชากรอายุ 20-24 ปีเกือบร้อยละ 60  มาจากครอบครัวที่ยากจนที่สุดและได้ไปโรงเรียนไม่ถึง 4 ปี จากแนวโน้มในปัจจุบัน รายงานคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2573:

·       จากจำนวนเด็ก 69 ล้านคนที่เสียชีวิตก่อนอายุครบห้าขวบจากโรคที่ป้องกัน เกือบครึ่งจะอยู่ในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่า

·       จากเด็กวัยประถมศึกษา 60 ล้านคนที่ไม่ได้เข้าโรงเรียน กว่าครึ่งหนึ่งจะอยู่ในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่า

·       ร้อยละ 90 ของเด็กที่ยากจนที่สุด จะอยู่ในแถบแอฟริกาใต้ซาฮาร่า

 

นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา มีจำนวนเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เด็กจำนวนมากที่ได้ไปโรงเรียนกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ปัจจุบันมีเด็กประมาณ 124 ล้านคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และเด็กเกือบ 2 ใน 5 คน ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษายังคงอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และคิดเลขง่าย ๆ ไม่เป็น 

รายงานชี้ให้เห็นการแก้ปัญหา โดยระบุว่าการลงทุนกับเด็กกลุ่มที่ขาดโอกาสและเปราะบางที่สุดจะให้ผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตัวอย่างเช่น การให้เงินสนับสนุนโดยตรงสามารถช่วยให้เด็กได้ไปโรงเรียนนานขึ้นและได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉลี่ยแล้ว ทุกๆ  1 ปีที่เด็กได้เรียนหนังสือนานขึ้น จะช่วยเพิ่มรายได้ตอนโตประมาณร้อยละ 10  และลดอัตราความยากจนของประเทศร้อยละ 9  

รายงานระบุต่อไปว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้และแก้ไขได้โดยใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น การจัดทำข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเด็กกลุ่มที่ขาดโอกาสและเปราะบางที่สุด การร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน การใช้เทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ ในการจัดการกับปัญหาเดิมๆ ตลอดจนการเน้นให้ความช่วยเหลือกับเด็กที่ขาดโอกาสที่สุด และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชน

ดาวน์โหลดรายงานในรูปแบบ PDF และ multimedia ได้ที่: http://weshare.unicef.org/Package/2AMZIFFS4KH

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์