ศาลปกครองไม่รับฟ้อง พนง.ไทยพีบีเอสฟ้องเพิกถอนคำสั่งตั้ง ผอ. ชี้ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มพนักงานไทยพีบีเอส นำโดย โกวิท โพธิสาร เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนกระบวนการสรรหาผู้เข้าดำรงตำแห่งผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส มิชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องประธานคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. และกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. รวม 9 คน รวมทั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท.อีก 6 คน

สืบเนื่องจากการแต่งตั้ง กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ อดีตผู้จัดการกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็น ผอ.ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มพนักงานไทยพีบีเอสมองว่า คุณสมบัติของนายกฤษดาไม่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 (พ.ร.บ. องค์การฯ) โดยเฉพาะตามมาตรา 32 (3) ของกฎหมายดังกล่าวซึ่งระบุว่า “มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการวิทยุโทรทัศน์หรือการสื่อสารมวลชน” อันเป็นคุณสมบัติซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้บริหารองค์กรสื่อที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีวิสัยทัศน์ในการกำหนดทิศทางการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่มีต่อสังคม โดยเฉพาะในฐานะสื่อสาธารณะ

ล่าสุด 7 ก.ค. 2559 โกวิท เปิดเผยว่า ศาลปกครองมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ไม่รับคำฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากกระบวนการสรรหา

โกวิท ระบุว่า ศาลวินิจฉัยในประเด็นว่า คำฟ้องนี้เป็น "คำฟ้องที่ศาลรับไว้พิจารณาได้หรือไม่" โดยมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่า "ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน หรืออาจเดือดร้อน หรือเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ฟ้องคดีทั้ง 15 คน หรือไม่"

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 เห็นว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้เข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การฯ การกระทำของผู้ถูกฟ้องทั้ง 15 คน ที่ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นจึงมิได้ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ประกอบกับคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนกระบวนการสรรหา และคำสั่งแต่งตั้งนายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการองค์การฯ มิได้เป็นการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหาย หรือยุติข้อโต้แย้งในคดีนี้ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ตามาตรา 42 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542

ดังนั้นผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครอง ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น