เค้าโครงเศรษฐกิจ ของ รัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ สู่ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน (3)

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ในช่วงต้นของการยึดอำนาจ เศรษฐกิจไม่ดีและมีคนว่างงานจำนวนมาก แต่รัฐบาลก็ยังไม่เร่งวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติตามที่ได้สัญญาเอาไว้ตามหลัก 6 ประการด้วยการหางานให้ราษฎรทำ ทั้งที่มีแรงกดดันให้เร่งรัดเค้าโครงการเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นตามลำดับจากสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะจากกลุ่มก้อนผู้สนับสนุนท่านปรีดี

ในวันที่ 21 กันยายน รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการลดและเลิกอัตราเก็บเงินค่าที่สวน อีกราวหนึ่งเดือนถัดมา รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา คณะราษฎรได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไปเพียงบางส่วนในช่วงแรกหลังยึดกุมอำนาจรัฐ

เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรในวันที่ 10 ธันวาคม คณะกรรมการราษฎรได้ถวายบังคมลาออกเพื่อให้เป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในวันนั้นเอง ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้น โดยท่านปรีดีได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการราษฎร (ชื่อเรียกตำแหน่ง ‘รัฐมนตรี’ ในขณะนั้นตามข้อเสนอของท่านปรีดี) ในคณะรัฐมนตรีชุดแรก และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่งบริหารในคณะรัฐมนตรี ท่านได้ทำงานหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการวางรากฐานแก่ระบบรัฐสภาในฐานะเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนแรก และมีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับชั่วคราวและฉบับถาวร

ต่อมา รัฐบาลมีมติมอบหมายให้ท่านปรีดีเป็นผู้ร่างเค้าโครงการเศรษฐกิจเสนอรัฐบาล เมื่อท่านปรีดีได้ร่างเค้าโครงการเศรษฐกิจเสร็จแล้ว ก็ได้นำไปมอบให้พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณารับรองก่อนเข้าที่ประชุมสภา เมื่อพระยามโนฯ ได้รับร่างนั้นแล้ว ก็ได้เรียกประชุมขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ

ท่านปรีดีได้เสนอเค้าโครงการเศรษฐกิจเพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2476 แต่สุดท้ายก็ถูกบีบให้เดินทางออกนอกประเทศ โดยเป็นการลี้ภัยการเมืองครั้งแรกด้วยข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์

การเสนอเค้าโครงการเศรษฐกิจของท่านปรีดี เข้าทางกลุ่มอนุรักษ์นิยมพอดิบพอดี จึงถือเป็นโอกาสกำจัด ‘ท่านปรีดี’ ออกจากเวทีการเมือง

เวลานี้ ประเทศไทยได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เช่นเดียวกับช่วงเวลาหลังการอภิวัฒน์ 2475 ช่วงเวลาหลังการรัฐประหาร 2490 ช่วงเวลาหลังการรัฐประหาร 2500 ช่วงเวลาหลังรัฐประหาร 2549 ช่วงเวลาหลังรัฐประหาร 2534 และช่วงเวลาหลังการรัฐประหาร 2519

แต่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะแตกต่างจากหลายครั้งในอดีต หากสามารถผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้โดยยึดมั่นในแนวทางสันติประชาธรรมและสามารถทำให้เกิดการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่จริง เราจะพัฒนาสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของการเมืองสยามยุคใหม่ เป็นหน้าที่ของพลเมืองผู้รักชาติทุกคนที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าโดยยึดหลักสันติธรรม และยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยอย่างไม่หวั่นไหว  

แม้นแนวคิดเศรษฐกิจและแนวทางการบริหารด้านเศรษฐกิจของท่านปรีดีจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 70 กว่าปีมาแล้วก็ตาม แนวทางหลายอย่างยังคงทันสมัย แต่บางอย่างอาจต้องปรับประยุกต์ให้เหมาะกับยุคสมัย เนื่องจากสภาวะแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปมาก

อนาคตเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ปัญหานี้จะนำมาสู่การย้ายฐานการผลิต เมื่อพ่วงด้วยสถานการณ์ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมือง ย่อมทำให้ประเทศไม่อยู่ในฐานะที่จะรักษาเม็ดเงินลงทุนได้แบบเดิม การว่างงานจะลุกลามและแผ่กว้าง ประชาชนจึงต้องมีหลักประกันในการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิต ชีวิตของชาวบ้านไม่ควรผูกยึดกับความผันผวนทางเศรษฐกิจการเมือง แต่ควรมีหลักประกันหากยึดตามหลักที่ท่านปรีดีวางไว้ด้วยระบบและกลไกที่ดูแลปัญหาดังกล่าว

ปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ปัญหาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ ท่านปรีดีใช้ความพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ เมื่อได้อำนาจทางการเมือง หากแต่บางเรื่องไม่อาจผลักดันให้เกิดขึ้นโดยง่าย อาทิเช่น แนวคิดเรื่องการเก็บภาษีทรัพย์สินและภาษีมรดก จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่สามารถผ่านกฎหมายมาบังคับใช้เพราะเรื่องยังคงค้างเติ่งอยู่ในกระทรวงการคลัง โดยที่ผู้เขียนไม่มีความมั่นใจเลยว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันหรือในอนาคตจะสามารถผลักดันเรื่องดังกล่าวได้ เพราะยังมีแรงเสียดทานจากบรรดาผู้เสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ที่นั่งกันอยู่ในคณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ย่อมไม่ให้ผ่านไปได้โดยง่าย

จากบทความ ‘มโนทัศน์ทางเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมกับเศรษฐศาสตร์ของชาร์ลส์ จิ๊ด’ โดยราชบัณฑิต ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ได้เขียนวิเคราะห์ถึงตำราเศรษฐศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อความคิดทางเศรษฐศาสตร์ของท่านปรีดี เมื่อศึกษาบทความดังกล่าวแล้ว ย่อมทำให้เราเข้าใจต้นรากความคิดทางเศรษฐศาสตร์และการเมืองของรัฐบุรุษผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

ในบทความ มีเนื้อหาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

“วิชาเศรษฐศาสตร์ที่ปรีดีได้ศึกษานั้น มีอิทธิพลต่อความคิดของปรีดีในเค้าโครงการเศรษฐกิจมาก ผู้เขียนได้ศึกษาและค้นคว้าถึงหนังสือหรือตำราทางเศรษฐศาสตร์ที่ปรีดีใช้ประกอบการศึกษาในครั้งนั้น และพบว่ามีหนังสือ 2 เล่ม ที่เป็นหลักสำคัญ และปรีดีคงจะได้ศึกษาหนังสือทั้ง 2 เล่มนี้อย่างแน่นอน นั่นคือหนังสือของศาสตราจารย์ชาร์ล จี๊ด (Professor Charles Gide) เรื่อง ‘คำสอนเศรษฐวิทยา’ เป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Cours d’ Economic politique ซึ่งได้แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Gide ‘s Political Economy ศาสตราจารย์ชาร์ล จี๊ด ผู้เขียนหนังสือนี้เป็นศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์”

ส่วนหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือ ‘ประวัติลัทธิเศรษฐกิจ’ โดยศาสตราจารย์ชาร์ล จี๊ด และศาสตราจารย์ชาร์ล รีสท์ หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือคลาสสิกที่มีชื่อเสียงเล่มหนึ่ง นอกจากนี้ ในคำนำหนังสือยังได้กล่าวถึงหลักสูตรการศึกษาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศสว่า ได้เน้นความสำคัญไปที่การศึกษาประวัติลัทธิเศรษฐกิจมากกว่าหลักสูตรการศึกษาในที่อื่นๆ ในคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในฝรั่งเศสจะจัดให้มีการสอนวิชาประวัติลัทธิเศรษฐกิจเป็นพิเศษ และในการสอบปริญญาเอก นักศึกษาอาจต้องเขียนรายงานในหัวข้อนี้เพื่อพิสูจน์ความสามารถก่อนที่จะได้รับปริญญา

หนังสือ ‘ประวัติลัทธิเศรษฐกิจ’ เล่มนี้ ได้กล่าวถึงลัทธิเศรษฐกิจของสำนักต่างๆ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน (ปีเขียน 1909) ผู้เขียนคาดว่าท่านปรีดีคงได้ศึกษาหนังสือเล่มนี้เช่นกัน จากการที่ปรีดีได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้สอบไล่ได้เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือ ‘ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงทางเศรษฐกิจการเมือง’ ซึ่งมีวิชาเศรษฐศาสตร์พิสดาร ประวัติศาสตร์ลัทธิเศรษฐกิจดังที่ได้กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ จากคำกล่าวของ ดร.เดือน บุนนาค ซึ่งได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยปารีสเช่นเดียวกับท่านปรีดี แต่เป็นนักเรียนรุ่นหลังปรีดี 3 ปี ก็ยังได้กล่าวว่า

“หนังสือชื่อ Histoire des Doctrines Economiques ของท่านศาสตราจารย์ Gide และท่าน Rist เป็นหนังสือซึ่งนักเรียนต้องอ่าน ต้องเรียน เป็นหนังสือความรู้มาตรฐาน ถ้าอยากรู้ลึกซึ้งท่านต้องเรียน ต้องอ่านหนังสืออื่นต่อไปอีก หนังสือนี้เป็นเพียงย่อๆ ความเท่านั้นเอง ความคิดความอ่านของท่านปรีดีได้มาจากการศึกษาของท่านเอง”

และจากการสัมภาษณ์ ดร.เสริม วินิจฉัยกุล ของกลุ่มวิจัยประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์ ก็ได้กล่าวในทำนองเดียวกันว่า เค้าโครงการเศรษฐกิจของท่านปรีดีนี้ เหมือนแนวที่ท่านได้ศึกษาจากปารีสจากอาจารย์ที่ท่านได้ศึกษามา

“ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปารีสนี้ ได้มีอิทธิพลต่อความคิดทางด้านการจัดการทางเศรษฐกิจของปรีดีมาก และจะเห็นได้ว่าหนังสือ ‘คำสอนเศรษฐวิทยา’ และ ‘ประวัติลัทธิเศรษฐกิจ’ ก็มีอิทธิพลต่อความคิดของปรีดีเช่นกัน ปรีดีถึงกับได้มอบหมายให้ ดร.เสริม วินิจฉัยกุล แปลหนังสือเศรษฐศาสตร์ของ ชาร์ล จี๊ด เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้อ่านกัน ดร.เสริม แปลได้เพียงครึ่งเล่มก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ขึ้น ส่วนที่แปลนี้ได้มีการพิมพ์เผยแพร่ในหมู่ผู้ก่อการ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ปรีดีได้รับอิทธิพลทางความคิดด้านเศรษฐศาสตร์จาก ชาร์ลส์ จี๊ด มาก และได้พยายามที่จะเผยแพร่ความคิดนี้ในหมู่ผู้ก่อการฯ และแน่นอนว่า หนังสือของ Gide นี้ เป็นความรู้ใหม่ของคนไทยในเวลานั้น เพราะในเวลานั้นประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์กันเลย วิชาเศรษฐศาสตร์ได้เริ่มมีการศึกษากันครั้งแรกเมื่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้น ปรีดี ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย ได้บรรจุวิชาเศรษฐศาสตร์ 2 วิชา ไว้ในหลักสูตรปริญญาตรี คือ วิชาลัทธิเศรษฐกิจและเศรษฐศาสตร์ และในการสอนลัทธิเศรษฐกิจ ที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองนี้ ศาสตรจารย์ เจ.เอฟ. ฮัตเจสสัน (เนติบัณฑิตอังกฤษ ดอกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศส) ได้เป็นผู้จัดทำหนังสือลัทธิเศรษฐกิจขึ้น โดยมี ดร.ทวี ตะเวทินกุล ซึ่งเป็นผู้จัดทำตำรา เป็นผู้บรรยายแก่ นศ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อปี 2477 หนังสือ ‘ลัทธิเศรษฐกิจ’ นี้ ก็เป็นหนังสือที่สรุปความมาจากหนังสือของ ชาร์ลส์ จี๊ด และ ชาร์ลส์ ริสท์ เรื่อง A History of Economic Doctrines โดยเก็บเฉพาะใจความสำคัญและแปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้ง่ายในการศึกษา

“อิทธิพลของ ชาร์ลส์ จิ๊ด ที่มีต่อปรีดีนี้ นอกจากจะสังเกตได้ในลักษณะที่กล่าวมาแล้ว ยังจะเห็นได้อีกว่า ปรีดีได้กล่าวอ้างถึง ชาร์ลส์ จิ๊ด ในที่ต่างๆ หลายครั้ง เช่น ในคำอธิบายกฎหมายปกครอง (ปี 2474)”

บทความของ ศาสตราจารย์ ดร. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ยังพูดถึง ‘ลัทธิโซลิดาริสม์’ และ แนวความคิด ‘ภราดรภาพนิยม’ ที่มีอิทธิพลต่อแนวทางการบริหารเศรษฐกิจของท่านปรีดี

“ ลัทธิโซลิดาริสม์นี้ เป็นหลักการซึ่งปรีดีได้เสนอในเค้าโครงการเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ในการประชุมของคณะกรรมาธิการสอบสวนว่าหลวงประดิษฐ์มนูธรรมเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2476 ปรีดีได้กล่าวว่า “ชาร์ลส์ จี๊ด ได้แสดงว่า การบังคับให้ทำงานนั้นเป็นระเบียบการโซเชียลิสต์ และตามหลักวิชาการ ไม่ใช่เป็นหลักการสำคัญของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่หากเป็นวิถีทางดำเนินการอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งคณะนาซีและคณะอื่นๆ ก็นำเอาไปใช้เหมือนกัน และตามที่ ชาร์ลส จี๊ด ได้แถลงไว้ก็ปรากฏว่า เป็นการเกี่ยวกับวิภัชกรรม (การแบ่งสรรโภคทรัพย์) มากกว่าประดิษฐกรรม (การบังเกิดโภคทรัพย์)”

และในเค้าโครงการเศรษฐกิจ ท่านปรีดีก็ได้อ้างถึงคำสอนเศรษฐวิทยาของ ชาร์ลส จี๊ด ดังที่กล่าวมาแล้ว

จากการศึกษาเค้าโครงการเศรษฐกิจของท่านปรีดี ผมสามารถแยกแยะลัทธิหรือแนวความคิดหลักที่มีอิทธิพลต่อท่านปรีดี 3 ประการ คือ

1. แนวความคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย (Democratic Socialism) ผสมผสานกับเศรษฐกิจแบบชาตินิยม

2. ลัทธิโซลิดาริสม์ (Solidarism) หรือ ‘ภราดรภาพนิยม’

3. หลักพุทธศาสนาและมนุษยธรรม

 ด้วยความเชื่อมั่นในประเทศไทย
                                                                                                
      อนุสรณ์ ธรรมใจ
                                                                                          
      24 มิถุนายน 2559 

 

0000

 

 

บรรณานุกรม

ปรีดี พนมยงค์. เค้าโครงเศรษฐกิจสมุดปกเหลือง
ป๋วย อึ๊งภากรณ์. ข้อเขียนจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน
วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร. มโนทัศน์ทางเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมกับเศรษฐศาสตร์ของชาร์ลส์ จิ๊ด 
ปรีดีสาร
อนุสรณ์ ธรรมใจ ปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ 2547: การอภิวัฒน์ 2475 กับ เศรษฐกิจ การเมืองและสังคมไทยยุคใหม่ สำนักพิมพ์ปาปิรุส 2547
อนุสรณ์ ธรรมใจและคณะ. รายงานการศึกษาวิจัยประเมินผลกองทุนเงินทดแทน 2559
อนุสรณ์ ธรรมใจ. คำนำหนังสือโลกพระศรีอาริย์ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ 2553
อนุสรณ์ ธรรมใจ. ปรีดี รัฐบุรุษผู้อภิวัฒน์ สำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 2548
อนุสรณ์ ธรรมใจ. แนวคิดเศรษฐกิจปรีดี พนมยงค์ บทความ 2550
อนุสรณ์ ธรรมใจ. แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ ปรีดี พนมยงค์ บทความ 2558

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์