ศาลอนุญาโตตุลาการกรุงเฮกชี้ว่าจีนไม่มีสิทธิทางกฎหมายในน่านน้ำทะเลจีนใต้

หลังฟิลิปปินส์ร้องเรียนเมื่อ 3 ปีก่อน ล่าสุดศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก วินิจฉัยว่าจีนไม่มีสิทธิทางกฎหมายและประวัติศาสตร์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ การสร้างเกาะเทียมและสิ่งก่อสร้างทางทหารถือเป็นการยั่วยุชาติอื่นในขณะที่การเจรจายังไม่สิ้นสุด ด้านจีนเมินคำตัดสิน-ย้ำปกป้องอธิปไตยต่อไป ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของฟิลิปปินส์มีท่าทีโอนอ่อนหวังเจรจากับจีน

แผนที่แสดงพื้นที่อ้างกรรมสิทธิ์และพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชาติต่างๆ ในทะเลจีนใต้ และที่ตั้งของสันดอนสกาโบโร ที่ฟิลิปปินส์และจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์ และเป็นชนวนนำไปสู่การยื่นร้องเรียนของฟิลิปปินส์ที่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ที่มา: VOA/Wikipedia)

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีคำวินิจฉัยว่าจีนไม่มีสิทธิทางกฏหมายและสิทธิทางประวัติศาสตร์ใดๆ ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ตามรายงานของบีบีซีไทย

โดยคณะอนุญาโตตุลาการ 5 คน มีคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่า จีนไม่สามารถอ้างกรรมสิทธิ์ใดๆ โดยอาศัยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ขัดแย้งกับกรรมสิทธิ์ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของชาติต่าง ๆ ได้ โดยทั้งนี้เป็นไปตามอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยกฏหมายทางทะเลปี ค.ศ. 1982

คณะอนุญาโตตุลาการยังเห็นวา ที่จีนได้กำหนดเส้นประ 9 เส้น ในแผนที่เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ รวมทั้งสร้างเกาะเทียมและสิ่งก่อสร้างทางทหารนั้น จีนได้ละเมิดข้อตกลงกับชาติอื่นในภูมิภาค ในอันที่จะงดเว้นการกระทำยั่วยุซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ระหว่างที่กระบวนการเจรจาแก้ปัญหายังไม่สิ้นสุดลง ทั้งยังสร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมและแนวปะการังอย่างไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนดีได้

คณะอนุญาโตตุลาการยังมีคำตัดสินว่า จีนได้เข้าแทรกแซงขัดขวางฟิลิปปินส์ในการสำรวจแหล่งปิโตรเลียม ขัดขวางเรือประมงฟิลิปปินส์ไม่ให้หาปลาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์เอง และไม่พยายามห้ามปรามเรือประมงจีนที่เข้ามาหาปลาล้ำน่านน้ำในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวด้วย

ภายหลังคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก ต่อมา กระทรวงกลาโหมของจีนออกแถลงการณ์ว่า กองทัพจะเดินหน้าปกป้องอธิปไตย รวมทั้งผลประโยชน์และสิทธิทางทะเลต่างๆ ของชาติ และได้ประกาศว่าจะดำเนินการซ้อมรบในทะเลจีนใต้ต่อไป โดยล่าสุดได้ประจำการระบบต่อต้านขีปนาวุธนำวิถีที่ฐานทัพเรือบนเกาะไหหลำ ซึ่งเป็นฐานหลักในการดูแลผลประโยชน์จีนในทะเลจีนใต้แล้ว

 

ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องสมัยนอยนอย อากีโน ขณะที่ประธานาธิบดีใหม่ 'ดูเตอร์เต' ท่าทีโอนอ่อนต่อจีน

สำหรับที่มาของคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อฟิลิปปินส์ในสมัยประธานาธิบดี เบนิกโน อากีโน ที่ 3 หรือ นอยนอย อากีโน ยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่กรุงเฮกเมื่อปี ค.ศ. 2013 ภายหลังจากที่จีนเข้ายึดแนวหินโสโครกและสันดอนทราย ซึ่งทั้งจีนและฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้จีนยังตัดสินใจถมทะเลเพื่อสร้างเกาะเทียมขึ้นบนสันดอนสกาโบโร (Scarborough Shoal) ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งกับฟิลิปปินส์ และพันธมิตรทางสนธิสัญญาของฟิลิปปินส์ก็คือสหรัฐอเมริกา

แม้คำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก จะส่งผลดีกับฟิลิปปินส์ในการอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ แต่ในรายงานของ นิวยอร์กไทมส์ ก็ระบุว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ คือ โรดริโก ดูเตอร์เต ส่งสัญญาณว่ามีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามจีนมากกว่าอดีตประธานาธิบดี นอยนอย อากีโน ผู้นำเรื่องเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก

โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน ดูเตอร์เตยังได้หารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำฟิลิปปินส์คือ เจ้า เจียนฮวาด้วย

ในขณะที่อดีต รมว.ต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ อัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ ซึ่งเป็นผู้นำข้อพิพาททางทะเลขึ้นสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หลังเจรจาล้มเหลวกับจีน กล่าวด้วยว่า คำตัดสินดังกล่าวจะเปิดทางให้กับวิธีจัดการข้อพิพาทอย่างยั่งยืนในทะเลจีนใต้

"คำชี้ขาดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาและความร่วมมือในอนาคตสำหรับทุกฝ่าย รวมทั้งจีนด้วย" โรซาริโอ กล่าว

รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ระบุด้วยว่า มีหลายกรณีที่ประเทศมหาอำนาจมักไม่ยึดคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ หรืออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดยเมื่อ ค.ศ. 1986 สหรัฐอเมริกาก็ไม่ทำตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่ตัดสินว่าการที่สหรัฐอเมริกากระทำผิดกฎหมายในการขุดทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อ่าวของนิคารากัว อย่างไรก็ตามสหรัฐอเมริกาไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

อย่างไรก็ตาม คำตัดสินเมื่อ 30 ปีก่อนของคณะผู้พิพากษาที่กรุงเฮก เคยทำให้เกิดแรงวิจารณ์จากสภาคองเกรส สมัยรัฐบาลโรนัลด์ เรแกน ทำให้มีการตัดงบประมาณที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาใช้ในการต่อต้านรัฐบาลซาดินิสตาของนิคารากัว และยังเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศในอเมริกากลางหาทางแก้ไขความขัดแย้งผ่านกระบวนการศาลระหว่างประเทศอีกด้วย

 

ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ และเส้นประ 9 เส้น เพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ของจีน

แผนที่ทะเลจีนใต้ แสดงแนว "เส้นประ 9 เส้น" (สีเขียว) ที่จีนอ้างว่ามีอำนาจอธิปไตยเหนือเกาะและทะเลบริเวณดังกล่าว (ที่มา: Wikipedia)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่ทะเลจีนใต้ หรือที่จีนเรียกทะเลหนานไห่ หรือทะเลใต้ กินพื้นที่ 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้า และเส้นทางผ่านของเที่ยวบินพาณิชย์ ในขณะที่มีหลายชาติอ้างกรรมสิทธิในทะเลจีนใต้ ทั้งจีน ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย

ในขณะที่จีนได้ตั้งจังหวัดซานชาเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2012 เพื่อจัดการปกครองในทะเลจีนใต้ โดยให้ขึ้นกับมณฑลไหหลำ แบ่งการปกครองของจังหวัดใหม่ออกเป็น 3 อำเภอ คือ (1) อำเภอซีชา หรือหมู่เกาะพาราเซล (2) อำเภอหนานชา หรือหมู่เกาะสแปรตลี และ (3) อำเภอจงชา ซึ่งรวมเอาเกาะปะการังแมคเคิลส์ฟิลด์แบงค์ (Macclesfield Bank) และสันดอนสกาโบโร (Scarborough Shoal)

สำหรับเมืองใหญ่สุดของจังหวัดซานชาของจีน อยู่ที่เกาะย่งชิง หรือเกาะวู้ดดี้ (Woody Island) ซึ่งเป็นเกาะทางตอนใต้ถัดจากเกาะไหหลำ มณฑลไหหลำของจีน

โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ยึด "เส้นประ 9 เส้น (nine-dash line หรือ 南海九段线) ในทะเลจีนใต้ว่ามีอำนาจอธิปไตยเหนือบริเวณที่เส้นประ 9 เส้นครอบคลุมอยู่ โดยเป็นการอ้างตามที่รัฐบาลจีนคณะชาติอ้างไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2490 โดยเป็นการอ้างหลังการพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งสอง ต่อมาในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดแผ่นดินใหญ่ได้ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2492 จีนก็ยังคงอ้างกรรมสิทธิ์ตามเส้นประ 9 เส้น และต่อมามีการสร้างเกาะเทียมจากการถมทะเลขึ้นมาจากเกาะปะการัง และสันดอนในทะเลจีนใต้ รวมทั้งวางกำลังทางทหารในพื้นที่ด้วย

ขณะที่สหรัฐอเมริกาในยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา พยายามยับยั้งความเคลื่อนไหวของจีน โดยในเดือนตุลาคม 2558 สหรัฐอเมริกาได้ส่งเรือพิฆาตชั้น Aegis ชื่อ USS Lassen เข้ามาลาดตระเวนภายในเส้น 12 ไมล์ทะเลของสันดอนซูบี (Subi Reef)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น