ส่ง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 10 ตร. เอี่ยวอุ้มคดีทายาทกระทิงแดง ชนตำรวจตาย

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดี วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง ผู้ต้องหาขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ว่าหลังกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า มีพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย หัวหน้างานสอบสวน ผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการที่รับผิดชอบดูแลงานสอบสวนรวม 10 นาย มีมูลความผิดฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบกับเจ้าทุกข์ได้มาแจ้งความดำเนินคดี กับนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 10 นาย

ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีดังกล่าว ให้คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อชี้มูลความผิดแล้ว สำหรับนายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 10 นาย ล่าสุดยังรับราชการอยู่ 9 นาย และมี 1 นาย เกษียณอายุราชการแล้ว

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ ป.ป.ช. จะรับเรื่องไปพิจารณาว่า เข้าข่ายอำนาจพิจารณาหรือไม่ หากอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน จากนั้น อนุกรรมการไต่สวน จะไปรวบรวมพยานหลักฐานเรียกผู้ถูกกล่าวหาพยานต่างๆมาให้การ และพิจารณาให้แล้วเสร็จ ก่อนสรุปสำนวนให้ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ลงมติชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย.55 ตำรวจ สน.ทองหล่อได้รับแจ้งรถยนต์สปอร์ตหรูยี่ห้อเฟอร์รารี สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พุ่งชน ด.ต.วิเชียร เสียชีวิต โดยลากศพพร้อมจักรยานยนต์สายตรวจไปไกลเกือบ 200 เมตร แล้วคนขับหลบหนีเข้าบ้านพักเลขที่ 9 ภายในซอยสุขุมวิท 53 ต่อมาพบว่าบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นของ เฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง และต่อมาตำรวจนายหนึ่งกลับออกมาระบุว่าคนขับรถคือผู้ดูแลบ้าน เฉลิม ก่อนที่ความจริงจะปรากฏว่าผู้ก่อเหตุแท้จริงคือนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ลูกชายคนเล็กของ เฉลิม และยอมเข้ามอบตัวในภายหลัง ขณะที่ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สว.ป.สน.ทองหล่อ ถูกย้ายและถูกตั้งกรรมการสอบจากพฤติกรรมพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหา

ต่อมาวันที่ 4 มี.ค.56 พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนพร้อมมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง วรยุทธ ต่อพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ รวม 2 ข้อหา คือ 1. ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน ขณะเดียวกันก็มีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องใน 2 ข้อหา คือ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา แต่สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้องนายวรยุทธรวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย (อายุความ 15 ปี) 2.ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร และแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียง (อายุความ 5 ปี) และ 3.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่นายวรยุทธไม่ยอมเดินทางมาพบอัยการตามนัดโดยอ้างว่าอยู่ประเทศสิงคโปร์และป่วยกะทันหัน จนทำให้ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขาดอายุความ ซึ่งอัยการระบุว่าได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับก่อนหน้านี้ แต่พนักงานสอบสวนก็มิได้ออกหมายจับตามที่อัยการแจ้ง

 

ที่มา : สำนักข่าวไทยและไทยโพสต์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์