คุยกับรังสิมันต์ โรม หลังมีชื่อติดแบล็คลิสต์ ห้ามดีเบตร่าง รธน. บนเวที กกต.

รังสิมันต์ โรม ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ระบุ ไม่เข้าใจเหตุใดถึงติดรายชื่อแบล็คลิสต์ห้ามขึ้นเวทีดีเบตของ กกต. ชี้ถ้า กรธ. เชื่อว่าสิ่งที่ต้องเองทำดีแล้ว ทำไม่ต้องกลัว

กลายเป็นเรื่องที่โยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าแท้จริงแล้วใครเป็นคนกำหนดแบล็คลิสต์ 5 รายชื่อ ห้ามร่วมเวทีดีเบตเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กกต. และสถานีโทรทัศน์ TPBS ซึ่งเบื้องต้นจะมีแบ่งประเด็นดีเบตทั้งหมด 10 ประเด็น ซึ่งระหว่างนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมการ ดำเนินการ และคาดว่าจะได้มีเวทีและเผยแพร่สู่สาธารณะก่อนหน้าการลงประชามติ หนึ่งสัปดาห์

สำหรับรายชื่อที่ถูกคัดออกห้ามร่วมการดีเบต มาจากเหตุที่ว่า หลายคนมีพื้นที่ในการแสดงออกอยู่แล้ว อีกทั้งพวกเขายังมีพฤติกรรมในการแสดงออกทางสื่อที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ในการถกเถียง ประกอบด้วย 1.สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. 2.จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. 3.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. 4.รังสิมันต์ โรม สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และ 5.พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเรียนเตรียมอุดมศึกษา

แม้จะดูยังไม่ชัดเจนว่าการตัด 5 รายชื่อนี้ออกจากการดีเบตว่ามีที่มาจากฝ่ายใด แต่ที่แน่ชัดที่สุดนอกจาก 3 นักการเมืองรุ่นใหญ่ ยังมีคนรุ่นใหม่ที่ถูกกันออกไปด้วยสองคน หนึ่งในนั้นคือ รังสิมันต์ โรม ประชาไทได้มีการโอกาสพูดคุยกับเขาสั้นต่อกรณีดังกล่าว คำตอบแรกของเขาในบทสนทนาคือ “ผมไม่เข้าใจ งง มากว่าทำไมเขาต้องห้ามเรา”

00000

จากกรณีการเปิดเผย 5 รายชื่อแบล็คลิสต์ห้ามร่วมเวทีดีเบตเรื่องร่างรัฐธรรมนูญซึ่งจะจัดขึ้นโดย กกต. หนึ่งในนั้นมีชื่อของคุณรวมอยู่ด้วย คุณคิดอย่างไรกับการที่ตัวเองมีชื่ออยู่ในแบล็คลิสต์

จริงๆ ผมไม่เข้าใจ งง มากว่าทำไมเขาต้องห้ามเรา คือเท่าที่ผมอ่านข่าวก็ยังไม่เห็นเหตุผลจริงๆ ว่ามันเป็นเพราะอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วการเรียกร้องการดีเบท พูดกันตรงไปตรงมา ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือ NDM เป็นคนแรกที่ออกไปท้าให้มีการดีเบตขึ้น เพื่อให้เกิดการนำเสนอข้อมูลที่รอบด้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะกำลังจะมีการจัดการดีเบตขึ้นจริง เขากลับไม่ให้เราไปดีเบตด้วย ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้เขาออกมาชี้แจง เพราะสิ่งที่เขาทำมันเป็นการจำกัดสิทธิ ฉะนั้นมันต้องมีเหตุผลมาอธิบาย ไม่ใช่ไร้เหตุผลแบบนี้

แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแม้เขาจะห้ามไม่ให้ผมร่วมดีเบต พวกเราหลายคนก็พร้อมที่จะไปแทน ในแง่หนึ่งมันไม่ได้เหนือความคาดหมายว่าเขาจะจำกัดสิทธิเราไปเรื่อยๆ เพราะเราก็โดนกระทำมาโดยตลอดอยู่แล้ว

เขามีพฤติกรรมในการแสดงออกทางสื่อที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ในการถกเถียงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ

กกต. สมชัย เองก็ให้เหตุผลไว้แล้วหลังจากประชุมร่วมกับ กรธ. และไทยพีบีเอสว่า แม้บางรายชื่อจะเป็นที่สังคมให้ความสนใจ อีกทั้งคนเหล่านี้ก็มีเวทีของตัวเองอยู่แล้ว และจากการพิจารณาร่วมกันเห็นว่า ทั้งหมดมีพฤติกรรมในการแสดงออกทางสื่อที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ในการถกเถียงเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ จึงร่วมกันตัดออก 5 ชื่อออก

คือถ้ากลับมาคิดดู ผมว่าเหตุผลพวกนี้มันเป็นการกล่าวหาซะมากกว่า มันไม่ใช่เหตุผลจริง ถามว่าทุกวันนี้ใครเป็นคนข้อมูลฝ่ายโหวตโนมากที่สุด คือพวกเรานะครับ เราทำข้อมูลมาโดยตลอด เราทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และเรามีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์โดยตรง และเป็นเองก็เป็นสู้หนึ่งของขบวนการต่อสู้มาโดยตลอด ถามว่าผมแตกต่างจากสมาชิกคนอื่นอย่างไร ผมคิดว่าไม่

จริงๆ นั้นอาจจะไม่ใช่เหตุผลจริงที่เขาไม่อยากให้ผมออกไปพูด เขาอาจจะมีความรู้สึกส่วนตัวกับผมมากกว่า มากกว่าจะเป็นเรื่องที่ผมมีบทบาทในสังคม เพราะถ้าเชื่อข้อกล่าวหาแบบนั้น มันก็ไม่สามารถที่จะมีใครออกไปดีเบตได้เลย

สำหรับกรณีของคุณสุเทพ คุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร และคุณเพนกวิ้น พริษฐ์ ซึ่งถูกติดแบล็คลิสต์เหมือนกัน คุณมีความคิดเห็นอย่างไร

จริงๆ ผมคิดว่ามันไม่ควรมีแบล็คลิสต์ตั้งแต่แรก มันไม่ดีหรือที่เราได้ให้คนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนถกเถียงกัน เวทีมันสามารถจัดให้มีอะไรเหล่านี้ได้ และสุดท้ายเราก็เถียงกันด้วยเหตุผล หรือเราไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาในเหตุผลแล้ว เราเลยไม่สนใจ แต่ตัวผมเองยังศรัทธาในเหตุผล ผมเชื่อว่าการดีเบต เรื่องวิธีการดีเบตมันก็มีลูกเล่นลูกชน มันก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สุดท้ายมันวัดกันด้วยข้อมูลมันวัดกันด้วยเหตุผล ผมคิดว่าคนไทยเขาตัดสินใจได้ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกลัวเรื่องใครจะไปให้ข้อมูลเพื่อยุยงปลุกปั้นเลย ถ้าเกิดว่า กรธ. มีข้อมูล และ กรธ. เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันดีมันถูกต้องแล้วจะกลัวอะไร

สุดท้ายแล้ว การที่คุณติดแบล็คลิสต์ มันเป็นเพราะเขากลัวว่าคุณจะชนะในการดีเบตหรือเปล่า

เรื่องชนะ หรือไม่ชนะมันเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การดีเบตสำหรับผม ผมไม่ได้มุ่งจะเอาชนะ แต่มองว่ามันเป็นพื้นที่หนึ่งที่เราจะได้นำเสนอข้อมูลมากกว่ากว่า ตรงนี้ต่างหากที่เราต้องคิด และมันสำคัญที่สุด มากกว่าที่จะมองไปเรื่องชนะ หรือแพ้ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันไม่มีใครตัดสิน สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นคนเอาข้อมูลไปคิดต่อเอง

ถึงที่สุดแล้วถ้าเกิดว่า รายชื่อที่ได้เข้าไปร่วมในเวทีดีเบต ไม่มีคนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่เลย จะทำอย่างไรต่อไป

มันคงพูดอะไรไม่ได้แล้ว เวลามันก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เราก็คงไปเรียกร้องอะไรตรงนั้นไม่ทัน สุดท้ายแล้วสังคมก็คงจะได้เห็นเอง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ ว่าอะไรคือความถูกต้อง และเป็นธรรม

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์