อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 17 นาที ที่ผ่านมา
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

กานดา นาคน้อย: เสือโดนดาวน์เกรดเป็นเห็บ

ฉันอ่านรายงานข่าวเกี่ยวกับ“เห็บสยามโมเดล”ที่นำเสนอโดยปลัดกระทรวงการคลังแล้วคิดว่าวาทกรรมนี้ย้อนแย้งอย่างน่าอัศจรรย์ [1] [2] เขาเสนอว่า

“เห็บสยามโมเดลจะช่วยทำให้เราเติบโตไปกับประเทศที่กำลังขยายตัวได้ เราไม่จำเป็นต้องโตคนเดียว แต่สามารถพึ่งพาพันธมิตรได้ เช่น ถ้าจีนโต เราก็จะอ้วนด้วย ถ้าจีนเลิกโต เราก็จะไปอยู่กับอินเดีย หรือแอฟริกาใต้ต่อ นี่คือกลยุทธ์การโตของเรา คือถ้าใครโตเราก็จะเกาะไปกับเขาด้วย” 

แต่ในขณะเดียวกันก็อ้างอิงดัชนีต่างๆเพื่อชี้นำว่าเศรษฐกิจไทยโดยภายรวมไม่มีปัญหา

ถ้าสาธารณชนเข้าใจ “ความหมาย”ของดัชนีต่างๆที่ปลัดกระทรวงการคลังอ้างอิงก็จะเข้าใจว่าอัศจรรย์อย่างไร

ก) ปลัดคลังอ้างอิงว่า “ตัวเลขการว่างงานต่ำ”
ที่จริงแล้วสถิติอัตราว่างงานของไทยเป็นสถิติที่ไม่มีประโยชน์ต่อการศึกษาตลาดแรงงาน สมมุติว่าชายคนหนึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่โดนไล่ออกจากงานแล้วหันไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา สถิติไทยก็นับว่าชายคนนี้ไม่ตกงาน ประเด็นนี้สำคัญเพราะแรงงานในภาคเกษตรมากถึง 40% ของแรงงานทั้งหมด ฤดูที่ยังไม่เก็บเกียวไม่มีรายได้แล้วไปรับจ้างตัดหญ้า 1 ชั่วโมงหรือไปซื้อผลไม้ที่ตลาดมาจัดใส่ถุงเร่ขายก็นับว่าไม่ตกงาน  ปีที่แล้วสำนักงานข่าวบลูมเบิร์กก็เผยแพร่บทความที่เล่าความน่าขำขันของสถิติอัตราการว่างงานของไทย [3]

ข) ปลัดคลังอ้างอิง“กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์”
กำไรดังกล่าวไม่นับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์   ภาครัฐไม่สนใจผลกำไรของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์หรือ?  แม้บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีขนาดเล็กกว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ก็อาจมีศักยภาพในการสร้างสินค้าใหม่ที่สร้างความเติบโตให้เศรษฐกิจได้ผลกำไรของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ดูได้ไม่ยากจากข้อมูลการเสียภาษี ถ้าภาคเอกชนกำไรดีรัฐบาลก็ควรเก็บรายได้ภาษีได้ตามเป้า แต่มีรายงานข่าวว่ารายได้ภาษีเดือนพฤษภาคมต่ำกว่าเป้าถึง 20% [4]

ค) ปลัดคลังอ้างอิง “ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์” 
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่ในบัญชีแบงค์ชาติ  มีระดับสูงเพราะส่วนต่างดอกเบี้ยและการเก็งกำไรในตลาดตราสารหนี้และตลาดหลักทรัพย์ทำให้เงินทุนไหลเข้าในระยะสั้นจึงเกิดความต้องการซื้อเงินบาท   มีผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น เงินทุนเหล่านี้ไม่ช่วยสร้างงานนอกภาคการเงิน ดอกเบี้ยปรับลดลงเมื่อไรทุนระยะสั้นก็จะไหลออก ทุนต่างชาติที่สำคัญต่อการผลิตและสร้างงานนอกภาคการเงินเรียกว่า“การลงทุนตรง” (Direct investment) ซึ่งปลัดคลังไม่อ้างอิง ที่จริงแล้วการลงทุนตรงจากต่างชาติในครึ่งปีนี้ตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี   และการลงทุนตรงโดยทุนไทยในต่างประเทศก็เพิ่มขึ้น [5] กล่าวได้ว่า “ทุนตรงไทยไหลออกและทุนตรงนอกทรุดตัว”

ทุนญี่ปุ่นที่มาลงทุนตรงในไทยจ้างคนญี่ปุ่นให้มาทำงานที่ไทยทั้งในระดับบริหารและวิชาชีพแล้วทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศจ้างงานคนไทยกลุ่มไหน?   ถ้าลงทุนในภาคที่เน้นใช้แรงงานท้องถิ่นราคาถูกก็ไม่จำเป็นต้องจ้างแรงงานมีทักษะจากไทยมาก   ถ้าลงทุนในภาคเทคโนโลยีจะจ้างวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์คนไทยไหม?

ง) ปลัดคลังอ้างอิง “ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล”
ดุลบัญชีเดินสะพัดวัดความแตกต่างระหว่างเงินออมและการลงทุนในประเทศ   ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพราะเงินออมสูงขึ้นและการลงทุนหดตัวซึ่งสอดคล้องกับการหดตัวของภาคส่งออก ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวการส่งออกจะไม่หดตัว ถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลควบคู่ไปกับการขยายตัวของภาคส่งออกถึงสมควรยินดีปรีดา แต่สัปดาห์นี้มีรายงานข่าวว่าการส่งออกของไทยหดตัวติดต่อกันมา 6 ไตรมาสแล้ว [6]

ที่จริงแล้วงานวิจัยพบว่าเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดุลบัญชีเงินสะพัดจะลดลงและอาจติดลบ เพราะการนำเข้าขยายตัวพร้อมๆกับการส่งออกมีทั้งการนำเข้าสินค้าทุน (เช่น เครื่องจักร)และวัตถุดิบเพื่อลงทุนและการนำเข้าสินค้าและบริการเพื่อบริโภคยิ่งขยายตัวนานๆดุลบัญชีเดินสะพัดยิ่งลดลง ถ้าลดลงจนดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ถ้าติดลบเกิน 5% ของผลผลิตประชาชาติติดต่อกันหลายไตรมาสก็อาจเป็นสัญญาณว่าการลงทุนมากเพราะสถาบันการเงินปล่อยกู้ง่ายเกินไปและอาจทำให้มีวิกฤตการเงินในอนาคต

จ) ปลัดคลังอ้างอิง “สถาบันจัดอันดับระดับโลกคือ ฟิชท์ เรตติ้ง และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส”
สถาบันเหล่านี้จัดอันดับการลงทุนในตราสารหนี้ เป็นอันดับความน่าเชื่อถือของ “ผู้กู้เงิน” กล่าวคือ สถาบันการเงินต่างๆที่กู้เงิน  บริษัทต่างๆที่กู้เงิน  และรัฐบาลประเทศต่างๆที่กู้เงิน [7] [8]ไม่ใช่การจัดอันดับความน่าลงทุนแบบ“ลงทุนตรง”อย่าสับสนระหว่างความน่าลงทุนด้วยการปล่อยกู้ด้วยการซื้อตราสารหนี้ไทย และความน่าลงทุนด้วยการร่วมทุนผลิตสินค้าและบริการในประเทศไทย ความน่าลงทุน 2 แบบนี้แตกต่างกัน แบบหลังมีความเสี่ยงสูงกว่าแบบแรกมาก

อันดับเรตติ้งพันธบัตรรัฐบาลไทยอยู่ในขั้นดีเพราะรัฐบาลยังมีความสามารถในการใช้หนี้สูง เนื่องจากหนี้สาธารณะยังไม่สูงมากและกระทรวงการคลังมีทรัพย์สินที่นำมาขายใช้หนี้ได้ถ้าเก็บภาษีไม่พอใช้หนี้  เช่น หุ้นการบินไทย  หุ้นธนาคารทหารไทย หุ้นปตท.ฯลฯ

ส่วนอันดับเรตติ้งสถาบันการเงินไทยและบริษัทไทยหลายแห่งอยู่ในขั้นดีด้วยเหตุผลคล้ายกัน คือมีความสามารถในการใช้หนี้สูง เนื่องจากมีทรัพย์สินมาก (เช่น ปริมาณเงินฝากในสถาบันการเงิน กรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ)

ไทยน่าลงทุนระยะยาวเพื่อ“การผลิต”แค่ไหนก็วัดกันได้จากตัวเลขการ“ลงทุนตรง”อย่างที่เสนอไปแล้วข้างต้น   เพราะการลงทุนตรงไม่ใช่การลงทุนระยะสั้นที่ถอนทุนกันรวดเร็วแบบการลงทุนในตลาดตราสารหนี้หรือตลาดหลักทรัพย์

ภาวะ“ทุนตรงไทยไหลออกและทุนตรงจากนอกทรุดตัว” ก็บ่งบอกแล้วว่าภาคการผลิตในไทยไม่น่าลงทุนในสายตาบริษัทข้ามชาติทั้งไทยและเทศ ก็ย่อมมีผลเชิงลบต่อตลาดแรงงาน 

ปลัดคลังสรุปว่า “เศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมไม่มีปัญหา” พร้อมกับเสนอ “เห็บสยามโมเดล”  เห็บเป็นสัตว์ที่ต้องอาศัยสิ่งมีชิวิตอื่นเพื่อการอยู่รอด เช่น สุนัข ดังนั้นวาทกรรม“เห็บสยาม"สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตเพื่อเติบโต ที่จริงความหมายนี้ก็สอดคล้องกับบทความนี้ที่ต้องการชี้ให้เห็นปัญหาของเศรษฐกิจไทย  

เมื่อ 25 ปีที่แล้วคนไทยภาคภูมิใจว่าไทยเป็น“เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย”   แต่ตอนนี้โดนปลัดคลังดาวน์เกรดลดฮวบฮาบเป็นเห็บเกาะเพื่อนกินซะแล้ว !!!

0000

หมายเหตุ

[1] คลังชู"เห็บสยามโมเดล" จับมือพันธมิตร ตปท.หนุน ศก. เผยข้อมูลคนไทยยังมีเงินฝากสูง-บริษัทเอกชนกำไรดีhttp://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1470134631

[2] ปลัดคลังผุดโมเดลเศรษฐกิจ’เห็บสยามโมเดล’เกาะไปกับประเทศที่เติบโต
http://www.matichon.co.th/news/234139

[3] Thailand's Unemployment Rate is a Ridiculously Low 0.6%. Here's Why
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-02-02/thailand-s-unemployment-rate-is-a-ridiculously-low-0-6-here-s-why

[4] สรรพากรกระอักรายได้ทรุด เดือนพ.ค.ต่ำกว่าเป้า 20.8%
http://www.posttoday.com/economy/finance/440153

[5] Foreign Direct Investment Collapses.
http://www.bangkokpost.com/news/politics/1050453/foreign-direct-investment-collapses

[6] ธปท.เผยส่งออกครึ่งปี’59 ติดลบ 2.2% คาดทั้งปีติดลบ 2.5%
http://www.matichon.co.th/news/229567

[7] คำจำกัดความอันดับเครดิต โดย ฟิชท์ เรตติ้ง
https://www.fitchratings.co.th/th/regulatory/ratings-definitions.html

[8] Moody’s rating system in brief https://www.moodys.com/sites/products/ProductAttachments/Moody's%20Rating%20System.pdf

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai