นักเศรษฐศาสตร์ประเมินความเสียหายจากระเบิดภาคใต้ 33,400 ล้านบาท

‘ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ’ เผยผลประเมินทิศทางเศรษฐกิจหลังเหตุการณ์ก่อเหตุไม่สงบใน 7 จังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ เบื้องต้นความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ที่สูญเสียไปในภาพรวมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 33,400 ล้านบาท นอกจากนี้อาจเกิดการชะลอตัวในภาคการบริโภค ความเสียหายในตลาดการเงิน การชะลอตัวของภาคการลงทุน ภาคการจ้างงาน ต้นทุนการรักษาความปลอดภัยและต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น 
 
14 ส.ค. 2559 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดเผยว่าทางคณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป ม. รังสิต ได้ประเมินผลกระทบของการก่อเหตุไม่สงบใน 7 จังหวัดภาคใต้ต่อเศรษฐกิจไทย ว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวระดับหนึ่งความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยเฉพาะกองทุนต่างชาติในตลาดการเงินลดลง อาจเกิดการเทขายหุ้นบลูชิพ หุ้นกลุ่มโรงแรม หุ้นเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีก หรือกิจการที่มีฐานธุรกิจ ฐานการผลิตหรือธุรกรรมในภาคใต้เหตุการณ์การก่อความไม่สงบไม่น่าจะกระทบต่อการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริงส่วนภาคบริโภคน่าจะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งแต่ไม่มีนัยสำคัญอะไรและน่าจะกลับคืนสู่ภาวะปรกติโดยเร็ว
 
ผศ.ดร.อนุสรณ์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวอีกว่าเหตุระเบิดก่อความไม่สงบทำให้โรงแรมในพื้นที่ก่อการมีการยกเลิกการจองห้องพักมากกว่า 50% หลังเหตุระเบิดหากนำเปรียบเทียบกับผลกระทบจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยรายวันลดลงถึงร้อยละ 33 ในเดือนถัดไป และ มีผลให้ในไตรมาส 3/2558 นักท่องเที่ยวขยายตัวร้อยละ 24.3% โดยขยายตัวลดลงจากร้อยละ 36.92 ในไตรมาสก่อนหน้า เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 32 ล้านคนปี 2559 เพิ่ม 8% จากปี 58 คาดว่าก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท สัดส่วนของรายได้การท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอยู่ที่ 11-12% ของจีดีพี อาจพลาดเป้าหมายเล็กน้อย
 
จากการประเมินเบื้องต้นความเสียหายทางเศรษฐกิจและรายได้ที่สูญเสียไปในภาพรวมเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 33,800 ล้านบาทโดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและในประเทศลดลงเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 33,400 ล้านบาทในช่วงเวลาที่เหลือของปีโดยเฉพาะไตรมาสสามนอกจากนี้อาจเกิดการชะลอตัวในภาคการบริโภค ความเสียหายในตลาดการเงิน การชะลอตัวของภาคการลงทุน ภาคการจ้างงาน ต้นทุนการรักษาความปลอดภัยและต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ความเสียหายและต้นทุนเหล่านี้สามารถได้รับแก้ไขด้วยการดำเนินการและการตอบสนองที่เหมาะสมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อความมีเสถียรภาพ ความสงบสันติธรรม และความรุ่งเรืองของประเทศ
  
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเสียดายและเป็นสิ่งที่สูญเสียมากที่สุดสำหรับสังคมไทยหากการก่อความไม่สงบมีแรงจูงใจจากปัญหาความขัดแย้งภายใน (ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองหรือกรณี 3 จังหวัดชายแดนใต้) คือ สังคมไทยยังไม่สามารถทำให้ “การใช้เหตุผลและการเจรจาหารือ” อยู่เหนือ “การใช้กำลังและความรุนแรง” เรายังไม่สามารถสถาปนาความเป็นอริยะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และ วัฒนธรรมและความเชื่อมั่นศรัทธาต่อประชาธิปไตย สันติธรรมและภราดรภาพนิยมยังคงอ่อนแออย่างยิ่ง
 
ยังไม่นำปัจจัยนี้เข้าไปเป็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆจากเหตุระเบิดก่อความไม่สงบในการทบทวนการประเมินภาวะเศรษฐกิจใหม่เพราะต้องรอดูพัฒนาการของสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง ต้องติดตามดูว่ามีประเทศไหนออกคำเตือนท่องเที่ยวเพิ่มเติม และต้องดูว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุไม่สงบเพิ่มเติมได้หรือไม่ สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ สังคมไทยก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลให้เกิดความสงบตามความสามารถที่กระทำได้
  
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานเข้มแข็งของเศรษฐกิจจึงยังคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ (พ.ศ. 2559) ที่ระดับ 3.2-3.5% เช่นเดิม ทุกอย่างจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปรกติได้ในไม่ช้า และ การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ในไตรมาสสี่ 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์