Skip to main content
sharethis

17 ส.ค. 2559 กอบศักดิ์  ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อยกระดับกองทุนน้ำมันฯ จากคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. โดยมีสถานะเป็นสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเดิมสถาบันบริหารพลังงาน (องค์กรมหาชน) สังกัดกระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล จึงมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมีโครงสร้างการทำงานของกองทุนน้ำมันฯ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อกำกับดูแลรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มบทบาทในการสนับสนุนการลงทุนพลังงานทดแทน และราคาเชื้อเพลิงอื่น

นอกจากนี้  บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุด เช่น การชดเชยราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อย และการอุดหนุนราคาเอ็นจีวีรถโดยสารสาธารณะ ตลอดจนการสนับสนุนการลงทุนพลังงานตามยุททศาสตร์พลังงานของรัฐบาล อีกทั้งการลงทุนโครงสร้างพลังงาน เช่น วางระบบท่อ คลังน้ำมัน ท่าเรือขนส่งพลังงาน เพื่อให้ไทยมีคลังสำรองพลังงานอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ยังกำหนดการใช้เงินอุดหนุนราคาพลังงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนดชัดเจนในช่วงแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานจะต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม เช่น ดูแลราคาพลังานช่วง 2 เดือน ใช้เงินประมาณ 30,000-40,000  ล้านบาท โดยไม่ใช้เงินดูแลอย่างสุดโต่งมากเกินไป เพราะจะเป็นภาระงบประมาณและมีการแยกการดูแลราคาพลังงานอย่างชัดเจนระหว่างผู้ใช้น้ำมันดีเซล เบนซิน และพลังงานทดแทนอื่น

ไฟเขียวแผนปรับปรุงแฟลตดินแดง

กอบศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมครม. ยังได้เห็นชอบแผนแม่บทฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงและอนุมัติงบประมาณ 35,754 ล้านบาท  โดยกระทรวงการคลังดำเนินการจัดหาเงินกู้สำหรับดำเนินการพัฒนาฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ที่มีรายได้น้อยในโครงการแฟลตดินแดง ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2567  ด้วยการลงทุนปรับปรุงแฟลตดินแดงให้เป็นอาคารที่พักอาคารตึกสูงแบบสมัยใหม่ ความสูง 28 ชั้น บนพื้นที่ 207 ไร่ ทั้งหมด 4 เฟส ที่อยู่อาศัย 20,296 หน่วย จำนวน 26 อาคาร  ดำเนินการลักษณะย้ายเพียงครั้งเดียวจากแฟลตเดิมไปยังตึกใหม่และรองรับข้าราชการและประชาชนเข้ามาอาศัยใหม่เพิ่มอีกประมาณ 13,476 หน่วย โดยกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้  เริ่มพัฒนาเฟสแรก แปลง G เป็นตึกสูง 28 ชั้น จำนวน 334 ยูนิต ระยะเวลา 8 ปี เริ่มปี 2559-2561  เนื่องจากมีสภาพการก่อสร้างมา 50 ปี ดูสภาพพบความทรุดโทรม หลังจากนั้นจะทยอยปรับปรุงเฟส 2-4 เริ่มปี 2561-2567  โดยมีทั้งตึกสูง 28-35 ชั้น เพื่อให้มีพื้นที่สาธารณะใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นและเป็นอาคารที่พักสมัยใหม่ เมื่อก่อสร้างเสร็จการเคหะแห่งชาติคิดค่าเช่ารวมค่าภาษีโรงเรือน เพราะเป็นตึกสูงเป็นค่าส่วนกลางดูแลอาคาร โดยเปิดให้ผู้อาศัยเดิมเช่า ราคา 2,122  บาทต่อเดือนต่อยูนิต ปรับเพิ่มร้อยละ 5 ทุก 3 ปี ข้าราชการเข้าอาศัยใหม่เช่าราคา 9,000 บาทต่อเดือน ปรับเพิ่มร้อยละ 5 ทุก 3 ปี ประชาชนอาศัยใหม่ เช่าเซ้งอายุสัญญา 30 ปี ราคา 1.7 ล้านบาทต่อยูนิต  ร้านค้าเดิมเช่าราคา 200 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน  ร้านค้าใหม่เช่า 1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน หากผู้อาศัยเดิมย้ายออกไปอาศัยพื้นที่อื่น รัฐบาลจ่ายชดเชยให้ 400,000 บาท จ่ายค่าขนย้ายสิ่งของ 10,000 บาท

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย

สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net