พบมัลแวร์ในตู้ ATM ธ.ออมสิน เงินหายแล้ว 12 ล้านบาท

ธนาคารออมสินประกาศปิดบริการตู้ ATM บางส่วน หลังเงินหายจากตู้ 12 ล้าน แจงอยู่ระหว่างตรวจสอบระบบงาน ยันไม่กระทบบัญชีหรือเงินฝากลูกค้า

23 ส.ค. 2559 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ขอปิดให้บริการตู้ ATM บางส่วนเป็นการชั่วคราว (เฉพาะตู้บางรุ่นที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของตู้ ATM) หลังพบเงินของธนาคารฯ ที่ใส่ในเครื่อง ATM หายไป ซึ่งไม่ใช่เงินของลูกค้า ไม่ได้กระทบบัญชีของลูกค้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ธนาคารฯ ได้ทำการตรวจสอบพบว่าเครื่อง ATM 1 ใน 3 ยี่ห้อ ที่ธนาคารออมสินใช้อยู่ เงินในเครื่องได้หายไป เริ่มแรกพบว่ามีจำนวน 5 เครื่องที่เงินหายไปเป็นจำนวน 960,000 บาท ธนาคารฯ จึงได้ตัดสินใจปิดบริการเครื่องยี่ห้อนี้ทุกเครื่อง เพื่อสำรวจเงินทั้งหมดร่วมกับบริษัทเจ้าของเครื่องและทำการตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น

ล่าสุดได้รับแจ้งจากบริษัทว่าเป็นลักษณะการโจรกรรมเงินในกล่องเงินเครื่อง ATM เฉพาะที่ติดตั้งนอกสถานที่ (Stand Alone) โดยใช้โปรแกรม Malware ซึ่งธนาคารฯ อยู่ระหว่างดำเนินแก้ไขให้เครื่องมีความปลอดภัยก่อนเปิดให้บริการ และระหว่างนี้ธนาคารออมสินได้เปิดบริการในจุดติดตั้งที่มีความปลอดภัยเครื่อง ATM ยี่ห้อดังกล่าว 3,343 เครื่อง ตรวจสอบครบแล้วพบมีเงินหายไปจำนวน 21 เครื่อง เป็นเงินรวม 12,291,000 บาท

“ธนาคารออมสิน ต้องการชี้แจงเพื่อให้ประชาชนและลูกค้าทราบสาเหตุที่ธนาคารฯ ต้องปิดให้บริการตู้ ATM บางรุ่น เพื่อตรวจสอบระบบ ATM ของธนาคาร และเป็นการป้องกันความเสียหายเงินของธนาคารที่อยู่ในตู้ โดยขอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับบัญชีและเงินของลูกค้าแต่อย่างใด และจะเร่งดำเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับตัวผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน”

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปิดบริการตู้ ATM บางรุ่นดังกล่าว อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก โดยลูกค้าสามารถใช้บริการตู้ ATM ที่ติดตั้งอยู่หน้าสาขาของธนาคารออมสินได้ทุกสาขา รวมถึงตู้ ATM ที่อยู่นอกสาขาบางส่วน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคารได้ตามปกติ ได้แก่ บัตร ATM บัตรออมสิน วีซ่าเดบิต บริการ MyMo (Mobile Banking) และ Internet Banking หรือใช้บริการที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคารออมสิน ตามวันและเวลาเปิดทำการของสาขา นั้นๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการ ATM ลูกค้าสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM ได้ทุกธนาคารในเขตพื้นที่เดียวกัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการทำรายการตลอดระยะเวลาที่ปิดบริการดังกล่าว

ด้านเว็บไซต์ข่าวไอที Blognone ตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบการโจรกรรมนี้คล้ายกับการติดตั้งมัลแวร์ในไต้หวันที่อาชญากรขโมยเงินจาก First Bank ธนาคารขนาดใหญ่ในไต้หวันไปได้ถึง 80 ล้านบาท โดยโฆษกธนาคารเชื่อว่าตู้เอทีเอ็มถูกติดตั้งมัลแวร์เพื่อบังคับให้เครื่องจ่ายธนบัตรอัตโนมัติ (อ้างอิง 1, 2)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์