ร้องยูเอ็นขอคุ้มครองชนเผ่ามานิ หลังถูกติดตามจับกุมโดยพลการกลางวง กสม. เหตุไร้สัญชาติ

 
25 ส.ค. 2559 รายงานข่าวแจ้งว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติต่อชนเผ่า พื้นเมืองชาวมานิ โดยมีความพยายามจับกุมโดยพลการต่อชนเผ่ามานิข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมายขณะเข้าร่วมประชุมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทางเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองภาคใต้ได้จัดส่งหนังสือร้องเรียนเร่งด่วนถึงผู้แทนพิเศษ องค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติ ทางเชื้อชาติ เพื่อทางองค์การสหประชาชาติหามาตรการฉุกเฉินที่จะช่วยยุติการคุกคามชนเผ่าพื้นเมืองชาวมานิที่อ่อนไหว และต้องได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐทุกหน่วยรวมทั้งการติดตามจับกุมโดยพลการเนื่องจากการไร้สัญชาติ เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและให้การรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิชน เผ่าพื้นเมือง  
 
โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่าน มาเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งในเครื่องแบบ 1 นาย อีก 4 นาย ไม่แต่งเครื่องแบบ เดินทางมาที่โรงแรมบุรีศรีภู บูติกโฮเต็ล ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยมี วัส ติงสมิตร ประธาน กสม. เป็นประธาน ในขณะนั้นมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ พยายามจะจับกุมตัว ปอย ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี ชาวมานิจากจังหวัดสตูลที่พาลูกๆ มาร่วมงาน ได้บอกเล่าปัญหา ชีวิตความเป็นอยู่และการไม่มีสถานะทางกฎหมาย เป็นบุคคลไร้สัญชาติและมักประสบกับความยากลำบากในการเดินทาง นอกพื้นที่ โดยภายหลังที่ตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เจรจา และติดต่อประสานงานกับฝ่ายปกครอง ระดับสูงของจังหวัด ได้มีความพยายามในการนำ ปอง ขึ้นห้องพัก หลังการเจรจาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นายจึงเดินทาง กลับไปแต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเฝ้าอยู่ด้านชั้นล่างของโรงแรม
 
วิทวัส เทพสง ประธานเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองภาคใต้ ระบุภาพรวมของปัญหาว่า ปัจจุบันมีข้อมูลว่ามีชาวมานิอาศัยอยู่ในป่าเทือกเขาบรรทัดประมาณ 300 กว่าคนในเขต จ.พัทลุง ตรังและสตูล มีทั้งที่กลุ่มอยู่ในป่าลึก กลุ่มที่ เข้าออกระหว่างชายป่าและกลุ่มที่เริ่มออกมาติดต่อกับคนภายนอก ปัญหาที่พบคือเรื่องการแหล่งอาหารที่ลดลง และปัญหา สถานะทางทะเบียน ซึ่งเมื่อไม่มีบัตรประชาชนจะทำให้ไม่มีสิทธิในด้านต่างๆ รวมทั้งการรักษาพยาบาล
 
นอกจากนี้ในระหว่างกลางเดือนสิงหาคม 2559 เด็กหญิง อายุ 5 เดือน ชื่อ น้ำฝน ศรีมะนัง ไม่สบายไป โรงพยาบาลอำเภอมะนัง จ.สตูล คุณหมอได้ให้ยา แต่ยังไม่ดีขึ้น พ่อและลุงคือ ปอย ได้พาน้ำฝนไปโรงพยาบาลอีกครั้ง อาการก็ยังไม่ดีขึ้น  อยากจะพาไปโรงพยาบาลไปอีกรอบหนึ่ง อาการก็ยังไม่ดีขึ้นมีการพูดคุยกันว่าต้องส่งต่อไปโรงพยาบาล สตูล แต่เนื่องจากไม่มีเงิน และเครื่องแต่งกายไม่ถูกสุขลักษณะ จึงมีการประสานงานเครือข่ายประมงพื้นบ้านให้ช่วยเหลือ ให้สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลสตูลในวันที่ 14 ส.ค. 2559  ต่อจากนั้นวันที่ 15 ส.ค. 2559  ทางโรงพยาบาลได้ อนุมัติให้ น้ำฝน ได้รับบริการฟรีกรณีหลังมีการเผยแพร่ข่าวในทางสาธารณะ  อย่างไรก็ดีปัญหาเรื่องการเข้าถึงการ รักษาพยาบาลของชาวมานิ เนื่องจากไม่มีบัตรและไม่สามารถรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐได้เลย  อยากให้ทางยูเอ็นยุติการละเมิดสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและให้สิทธิในการรักษาพยาบาลต่อกลุ่มชาติพันธุ์มานิ ซึ่ง ปัจจุบันชาวบ้านกลุ่มนี้ยังไม่สามารถได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานและปัจจัยสี่ เมื่อประสบกับการเจ็บป่วยก็ไม่สามารถรักษาตนเอง และได้รับการบริการจากรัฐอย่างใดเลย   
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์