ยูเอ็นร้องเกาหลีใต้สืบสวนตำรวจใช้ปืนแรงดันน้ำทำให้ผู้ชุมนุมชาวนาเสียชีวิต

แบก นัม-กี ชาวนาเกาหลีใต้วัย 69 ปี ซึ่งป่วยและเสียชีวิต หลังถูกปืนแรงดันน้ำยิงใส่ในการสลายการชุมนุมเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดย ไมนา คิไอ ตัวแทนจากยูเอ็นเรียกร้องให้มีการสืบสวนในเรื่องนี้อย่างอิสระและมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ในการจัดการกับการชุมนุมในแบบที่เอื้อต่อเสรีภาพในการชุมนุม เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้คนแทนการปราบปราม

แบก นัม-กี ถูกตำรวจยิงปืนแรงดันน้ำยิงใส่ในการสลายการชุมนุมเมื่อ 14 พฤศจิกายนปีก่อน และล่าสุดเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 25 กันยายน โดยผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสืบสวนการเสียชีวิตของเขา (ที่มาของภาพ: Amnesty International)

29 ก.ย. 2559 ไมนา คิไอ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความเห็น (UN Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression) แสดงความผิดหวังต่อกรณีการเสียชีวิตของผู้ประท้วงชาวเกาหลีใต้ชื่อ แบก นัม-กี (Baek Nam-gi) เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมาและเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเต็มรูปแบบด้วยกระบวนการที่เป็นอิสระถึงกรณีที่ตำรวจใช้ปืนแรงดันน้ำยิงใส่ในการสลายการชุมนุมจนนำมาซึ่งการเสียชีวิตของเขาในที่สุด

แบก นัม-กี เป็นชาวนาอายุ 69 ปี เขาถูกทำให้ล้มลงไปที่พื้นหลังจากถูกตำรวจยิงด้วยกระสุนน้ำในขณะที่เขาร่วมประท้วงอย่างสันติเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ปีที่แล้ว เขาอยู่ในสภาพไม่ได้สติมาโดยตลอดจนกระทั่งเสียชีวิต

คิไอกล่าวว่า เขาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซื้อต่อญาติและเพื่อนของแบก นัม-กี สำหรับกรณีการเสียชีวิตของเขา คิไอบอกอีกว่าเขาเคยพบปะกับลูกสาวของคิไอในกรุงโซลในช่วงที่ไปเยือนเกาหลีใต้เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และที่เจนีวาเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว เขารู้สึกถึงความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพ่อของพวกเธอในช่วงเวลาที่ย่ำแย่เช่นนี้

"ผมขอเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างอิสระในกรณีที่ตำรวจใช้ปืนน้ำในช่วงที่มีการประท้วงเมื่อเดือน พ.ย. 2558 ที่ทำให้เบกเสียชีวิตอย่างที่ปรากฏ โดยมีการสืบสวนจากภาพวิดีโอที่มีอยู่" คิไอกล่าว

"ผู้ที่กระทำความผิดควรจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อและครอบครัวของเบกควรจะได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังควรมีมาตรการที่ดีพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต" คิไอกล่าว

คิไอยังกล่าวย้ำถึงข้อเสนอแนะที่พวกเขาเคยนำเสนอต่อทางการเกาหลีใต้ในรายงานเกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ให้พิจารณายุทธวิธีการจัดการกับการชุมนุมอีกครั้งจากเดิมที่ใช้วิธีการฉีดปืนน้ำและใช้รถบัสเป็นแผงกั้นโดยให้แยกแยะไม่ใช้กับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมอย่างสงบ ไม่ทำให้เกิดการยกระดับความตึงเครียด และเน้นการจัดการชุมนุมเพื่ออำนวยความสะดวกแทนการสกัดกั้นไม่ให้ใช้สิทธิในการชุมนุม

ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติยังอ้างถึงคำแนะนำคล้ายกันจากรายงานของอดีตผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติในเรื่องการประหัตประหารนอกกระบวนการยุติธรรม โดยเร่งรัด หรือตามอำเภอใจ ที่ชื่อ คริสตอฟ ไฮนส์ เกี่ยวกับการจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะซึ่งมีการนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

คิไอยังเรียกร้องให้ทาการเกาหลีใต้เคารพต่อเจตจำนงของครอบครัวแบก นัม-กี ที่จะไม่ให้มีการชันสูตรศพ จากที่หน่วยงานตำรวจของเกาหลีใต้มีคำร้องให้ดำเนินการชันสูตรศพโดยอ้างว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่ชัดเจน แต่ศาลก็ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว

"มันเป็นเรื่องสำคัญที่ทางการจะต้องเรียนรู้บทเรียนจากโศกนาฏกรรมที่น่าเจ็บปวดนี้เพื่อที่จะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง" คิไอกล่าวย้ำ

 

เรียบเรียงจาก

South Korea: UN rights expert calls for independent investigation into lethal use of water cannon, United Nations Human Rights, 28-09-2016 http://www.ohchr.org/EN/NewsEvents/Pages/DisplayNews.aspx?NewsID=20603&LangID=E