ตร.ระบุห้าม 'โจชัว หว่อง' เข้าประเทศอีกต่อไป เหตุจะเป็นภัยต่อความมั่นคง ยันไม่มีชาติใดกดดัน

7 ต.ค. 2559 วานนี้ (6 ต.ค.59)  โจชัว หว่อง เลขาธิการพรรค Demosistō จากฮ่องกง ได้กล่าวปาฐกถาผ่านสไกป์ ในงาน "6 ตุลาฯ ชาวจุฬาฯ มองอนาคต" จัดขึ้นเพื่อรำลึก 40 ปี 6 ตุลา 19 ที่ชั้น 13 อาคารเกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากที่เขาไม่สามารถเข้ามายังประเทศไทยได้ (อ่านรายละเอียดปาฐกถาเพิ่มเติม)

วันนี้ (7 ต.ค.59) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเนื้อหาการสไกป์ดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเนื้อหากระทบความมั่นคง เนื่องจาก โจชัว หว่อง พูดถึงเพียงการเคลื่อนไหวในประเทศตัวเองเท่านั้น จึงไม่ได้มีการดำเนินคดีใดๆ กับโจชัว หว่อง และสถาบันที่จัดกิจกรรมนี้
 
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การพิจารณาผลักดัน โจชัว หว่อง ไม่ให้เข้าประเทศนั้นเป็นการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ เป็นธรรมดาที่ประเทศอื่นๆ ก็ปฏิบัติกันหากพิจารณาแล้วว่าชาวต่างชาติคนใดอาจสร้างความวุ่นวายขึ้นในประเทศของตนก็มีสิทธิสั่งห้ามเข้า เป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศนั้นๆ กรณีนี้เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ไทย ไม่มีชาติใดหรือใครมากดดันเป็นการพิจารณาเพื่อความมั่นคงภายในประเทศ อย่างไรก็ตามหากมีบุคคลนักเคลื่อนไหวลักษณะนี้มีเจตนาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ก็ต้องพิจารณาว่าควรให้เข้าเมืองหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ได้ห้ามการจัดกิจกรรมการเมืองใดๆ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งประกาศ คำสั่ง หัวหน้า คสช.และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ
 
ส่วนการขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมืองนั้น พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า ทางการไทยมีข้อมูลพบว่า โจชัว หว่อง จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จึงได้มีการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า โจชัว หว่องมีการเปลี่ยนชื่อเป็น หว่อง และทำหนังสือเดินทางใหม่เมื่อวันที่ 24 กันยายน จึงไม่สามารถตรวจสอบพบว่า โจชัว หว่อง เดินทางเข้าประเทศไทย แต่ที่สามารถพบตัว โจชัว หว่อง และผลักดันกลับประเทศได้ เพราะมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ซึ่ง โจชัว หว่อง เป็นบุคคลต้องห้ามที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้อีกต่อไป 
 
ทั้งนี้ยืนยันว่า ขณะนี้มีเพียง โจชัว หว่อง เพียงรายเดียวที่เป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเดินทางเข้าประเทศ
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์