ทหารฟ้องนักข่าวพลเมือง-นักกิจกรรมสิทธิที่ดิน หมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมฯ

ทหารฟ้อง พ.ร.บ.คอมฯ-หมิ่นประมาท นักข่าวพลเมือง-นักกิจกรรมอีสาน ทนายสิทธิแนะผู้มีอำนาจมองเจตนา องค์กรสิทธิชี้มีการใช้กฎหมายกับนักสิทธิฯ มากขึ้น เพิ่มภาระสู้คดี-สร้างความหวดกลัว

18 ต.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดย ร.ท.เลิศชัยจรุง วุฒิสาร แจ้งความ ศรายุทธ ฤทธิพิณ และเจด็จ แก้วสิงห์ ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยล่าสุด มีหมายเรียกให้ทั้งสองไปรายงานตัวในวันที่ 25 ต.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เบื้องต้น คาดว่ากรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายศรายุทธ กองเลขาฯ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานข่าวในสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสานโดยสัมภาษณ์ เจด็จ แก้วสิงห์ ซึ่งระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารไปหาที่บ้าน แต่เขาไม่อยู่บ้าน มีเพียงแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคความดันเท่านั้น ทำให้แม่ของเขากลัว ส่วนสาเหตุที่ทหารไปพบ เจด็จให้สัมภาษณ์ศรายุทธไว้ว่าทราบจากแม่ว่าเจ้าหน้าที่ทหารระบุว่าเขาโพสต์เฟซบุ๊กทำให้ทหารเสียหาย ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว

ด้าน สมนึก ตุ้มสุภาพ ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงบทบาทการทำงานนักข่าวพลเมืองของศรายุทธว่า เขามีหน้าที่ทำเสนอเผยแพร่ข้อมูลกิจกรรมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานและเครือข่ายอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น การจัดกิจกรรม รณรงค์ ประชุมกับหน่วยงานรัฐ หรือยื่นข้อเรียกร้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัญหาชาวบ้าน ไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นเรื่องนโยบายรัฐด้านการจัดการทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน หรือข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในที่ดินของป่าไม้ หรือที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งมักมีการดำเนินการกับชาวบ้านอยู่ตลอด

สำหรับการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และข้อหาหมิ่นประมาท ฟ้องผู้ทำหน้าที่รายงานข่าวนั้น สมนึก กล่าวว่า หากในสภาพสังคมปกติอาจไม่ดูน่ากลัวเพราะการนำเสนอข้อมูลประเด็นปัญหาชาวบ้าน อาจไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทมากมายนัก แต่เมื่อสังคมไม่ปกติ อาจมีความอ่อนไหวบางเรื่องของหน่วยงานที่ไม่ได้สัมพันธ์กับชาวบ้านโดยตรง บางครั้งการทำเสนอข่าว เขาอาจไม่ชินกับเนื้อหาการนำเสนอของคนทำสื่อ ทำให้มองว่าหมิ่นประมาทได้

สมนึกมองว่า ทุกวันนี้ ผู้มีอำนาจมีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเยอะมาก ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน ไม่ว่า ชาวบ้าน หรือแม้แต่สื่อกระแสหลักต้องระมัดระวัง ซึ่งเป็นการสร้างความลำบากให้ผู้ทำงานอย่างชาวบ้านทั่วไปที่อาจไม่ได้รู้ว่า ต้องระวังอะไรบ้าง

"จริงๆ ชาวบ้านไม่มีใครอยากเป็นคดีความ อยาก[รายงาน]ให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมเล็กๆ ไม่ได้มุ่งหวังใส่ร้ายใคร น่าจะพิจารณาในเชิงเจตนารมณ์มากขึ้น" สมนึกกล่าว  

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แสดงความเห็นว่า ขณะนี้มีการใช้ข้อหาหมิ่นประมาทรวมทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักสิทธิมนุษยชนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ในมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนคดีดังกล่าวอาจมีลักษณะการดำเนินการเพื่อให้นักสิทธิมนุษยชนเหล่านี้มีภาระมากเกินสมควรในการเตรียมการสู้คดี การขอความช่วยเหลือจากทนายความที่จะมาแก้ต่างในคดีให้ รวมทั้งสร้างความหวาดกลัวให้กับนักสิทธิมนุษยชนและชาวบ้านที่เดือดร้อนในปัญหาที่ดิน ที่ผ่านมาทางราชการได้ร่วมกันดำเนินการเรื่องสิทธิในการจัดการที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่านเป็นไปมาด้วยดีภายใต้โครงการจอมป่า เมื่อมีนโยบายการทวงคืนผืนป่าทำให้ความขัดแย้งเรื่องสิทธิในการจัดการที่ดินในพื้นที่บ้านซำผักหนามเกิดขึ้นอีกครั้ง การฟ้องร้องคดีนักกิจกรรมด้านที่ดินทั้งสองในครั้งนี้นอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่ดินของชาวบ้านที่ยากไร้ กลับทำให้ความขัดแย้งมีความซับซ้อนและตกเป็นภาระของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมทั้งตำรวจ อัยการ ศาลทั้งหมดโดยไม่สมเหตุสมผลหรือไม่

 

 

หมายเหตุ มีการเพิ่มเติมเนื้อหาข่าว เมื่อ 14.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 2559

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์