ยูเอ็น สดุดี-ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ

สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ประชุมนัดพิเศษ เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ระบุทรงยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนไทยกระจายในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงการพัฒนาในด้านต่างๆ 

 

28 ต.ค. 2559 สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ(UN) ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประชุมนัดพิเศษ เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเมื่อ 21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งการประชุมนัดพิเศษดังกล่าวเริ่มขึ้นด้วยการที่ ปีเตอร์ ธอมป์สันประธานสมัชชาสหประชาชาติ ชาวฟิจิ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังประชาชนชาวไทย และพระราชวงศ์ทุกพระองค์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย ซึ่งตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์มายาวนานถึง 70 ปี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดมา เป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวไทยทุกคน และได้ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนไทยกระจายในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่ทำให้ทั่วโลกได้รับทราบถึงพระอัจฉริยภาพและให้การยกย่อง อาทิ การจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และด้านการจัดการดิน ซึ่งสหประชาชาติกำหนดให้ วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันดินโลก จากนั้น สมาชิกในที่ประชุมทั้งหมดลุกขึ้นและยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่

ขณะที่ บัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต พร้อมกล่าวว่าเมื่อปี พ.ศ.2550 ตนมีโอกาสได้เดินทางมาประเทศไทยและมีโอกาสสำคัญได้เข้าเฝ้าฯ ทำให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และยังพบว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากจะช่วยยกระดับชีวิตประชาชนแล้วยังเป็นการยกระดับเศรษฐกิจ สหประชาชาติขอน้อมรำลึกและแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพระองค์ ผู้ซึ่งนำความผาสุกให้กับประเทศไทย

จากนั้น ผู้แทนจาก 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย คาฮา อิมนัชเซอร์ ประธานภูมิภาคยุโรปตะวันออก กล่าวแสดงความเข้าใจประชาชนชาวไทยถึงช่วงเวลาอันโศกเศร้า ซึ่งจะผ่านไปได้ยาก เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทุ่มเท เพื่อประชาชน เป็นที่รักของประชาชน ทรงอุทิศพระวรกาย สร้างคุณูปการให้กับประเทศไทย ตามที่ นายโคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ยกย่องให้พระองค์เป็นนักพัฒนา อีกทั้งทรงใช้พระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีในการสร้างสัมพันธไมตรี

คริสเตียน บาโรส เบเลย์ ประธานภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบี้ยน กล่าวถึง ความดีของพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทย และหลายประเทศ รวมถึงหลักปรัชญา ความคิด การดำเนินชีวิตในแบบพอเพียง ที่เป็นแบบอย่างให้ทั่วโลก

อับดุลลาห์ วาฟี ประธานภูมิภาคแอฟริกา กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ไทย รัฐบาล และประชาชน ต่อการจากไปของพระองค์ผู้ซึ่งเป็นที่รักยิ่ง ทรงเป็นผู้นำและนักพัฒนาในเชิงสังคม จัดทำโครงการกว่า 4000 โครงการ โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งสร้างความยั่งยืนให้กับหลายพื้นที่ ทั่วโลกและทางแอฟริกาได้นำไปปฏิบัติด้วย

แซนโชร์ อัยยาด อัลโอไอบี ประธานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวเน้นย้ำถึงพระอัจฉริยภาพที่ดำเนินโครงการและวางแนวทางทำให้ประเทศไทยมีตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นอันดับต้น ๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะตัวแทน ภูมิภาค การสูญเสียครั้งนี้จึงไม่ใช่เฉพาะกับชาวไทย แต่ยังเป็นการสูญเสียต่อทั่วโลก

ปีเตอร์ วิลสัน ประธานกลุ่มยุโรปตะวันตก กล่าวสดุดีว่าพระองค์ขึ้นครองราชย์ในขณะที่ยูเอ็นเพิ่งก่อตั้งไม่นาน ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก และทำให้เป็นที่จดจำของคนทั่วโลกในฐานะที่เดินทางไปในถิ่นทุรกันดารทั่วทั้งประเทศ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และทรงปรีชาสามารถด้านดนตรีอย่างมาก ทั้งนิพนธ์เพลงและเล่นดนตรีได้อย่างดีเยี่ยม จึงจะทรงเป็นที่จดจำต่อทุกคนตลอดไป

ขณะที่ ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่สมาชิกได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ไทยถือเป็นพันธมิตร ยาวนานของสหรัฐฯ ทรงประสูติและทรงศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประชาชนเสมอมา ครั้งหนึ่งผู้สื่อข่าวในสหรัฐฯ ทูลถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนทั่วไปจดจำพระองค์ได้ ทรงตรัสว่า ไม่ทรงสนใจอยากจะเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์ แต่ต้องการให้จดทำในสิ่งทรงทำไว้ให้กับประชาชน ดังนั้น จะเห็นได้จากโครงการต่าง ๆ อีกทั้งทรงปรีชาสามารถในหลายด้าน โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดรัชสมัยทรงพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชน พร้อมยกตัวอย่างโครงการแก้มลิง โครงการด้านชลประทาน การบริหารจัดการน้ำ หลักในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนไทยในระยะยาว การกลับไปเยือนสหรัฐในปี ค.ศ.1960 นอกจากเจะป็นการกลับไปสถานที่ประสูติแล้ว แต่ยังเป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์สองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานและแนบแน่น พร้อมสดุดีถึงพระองค์ผู้ซึ่งเป็นแต่ผู้ให้ การดำเนินชีวิตที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง และประชาชนไทยทุกคนนับเป็นเป็นหนึ่งในครอบครัวของพระองค์

วีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ เป็นผู้กล่าวสดุดีและถวายพระเกียรติ โดยได้ขอบคุณนานาประเทศ และกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ยาวนาน 70 ปี เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวไทย พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมากหลายพันโครงการที่สามารถปฏิบัติได้จริง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทรงเป็นนักพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และเมื่อปี 2503 เสด็จพระราชดำเนินมาที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ทำให้เป็นที่ประจักษ์ถึงการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการได้รับรางวัลจากสหประชาชาติ นอกจากนี้ ในช่วงประเทศประสบวิกฤตพระองค์ทรงเป็นขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนตลอดมา 

 

ที่มา : ข่าวรัฐสภา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์