ศูนย์วิจัยระบุผู้อพยพในสหรัฐฯ ระยะยาวจะส่งผลบวกด้านจำนวนประชากร

ในขณะที่การขับเคี่ยวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ มีการหยิบยกนโยบายจัดการผู้อพยพขึ้นมาเป็นจุดขาย โดยเฉพาะจากฝ่ายตัวแทนของรีพับลิกันอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยพิวกลับแสดงให้เห็นว่าชาวต่างชาติที่อาศัยอย่ในสหรัฐฯ เกื้อหนุนต่อการเติบโตในระยะยาวของประเทศ จากที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกร้อยละ 23 ของการเกิดทั้งหมดในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพประกอบ: Cherie A. Thurlby/Wikipedia

ศูนย์วิจัยพิวรายงานเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า จากข้อมูลประากรล่าสุด (ปี 2557) มีอัตราการเกิดจากผู้หญิงต่างชาติที่มาจากการแต่งงานเพิ่มมากขึ้นและอัตราการเกิดนอกสมรสของหญิงต่างชาติลดลงปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นอกจากนี้พิวยังนำเสนอข้อมูลอีกว่าอัตราการเกิดของผู้อพยพจากละตินอเมริกาในสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากเนื่องจากมีผู้อพยพจากละตินอเมริกาเข้าสู่สหรัฐฯ น้อยลงรวมถึงปัญหาเศรษฐกิจตกลงในสหรัฐฯ แต่กลุ่มประชากรที่มีการเกิดเพิ่มขึ้นคือผู้อพยพจากพื้นที่แถบเอเชีย ถึงกระนั้นประชากรหญิงจากต่างประเทศก็มีอัตราการให้กำเนิดสูงกว่าหญิงที่เกิดในสหรัฐฯ

พิวระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอัตราการเกิดของสหรัฐฯ แปรปรวนขึ้นๆ ลง โดยช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่มีอัตราการเกิดในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในปี 2557 มีอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 4 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2513 ที่มีอัตราการเกิด 3.74 ล้านคน โดยอัตราการเกิดที่สูงขึ้นนี้เป็นเพราะการให้กำเนิดของผู้อพยพที่เป็นหญิงสูงขึ้นทำให้พิวมองว่าผู้อพยพเหล่านี้จะทำให้เกิดการเติบโตในระยะยาวของสหรัฐฯ ในแง่อัตราการเกิดรายปี โดยอัตราการเกิดจากหญิงผู้อพยพในสหรัฐฯ ในปัจจุบันเทียบเท่ากับอัตราการเกิดจากหญิงชาวสหรัฐฯ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว

ถึงแม้จะมีส่วนในการสร้างสังคมสหรัฐฯ ในระยะยาว แต่คุณแม่ที่มาจากต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็นผู้อาศัยในสหรัฐฯ ในระยะยาว ก็ยังมีสภาพทางเศรษฐกิจแย่กว่าคุณแม่ที่เป็นประชากรเกิดในสหรัฐฯ จากที่คุณแม่ที่เกิดในสหรัฐฯ มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 51,200 ดอลลาร์ต่อปี คุณแม่ที่มาจากต่างชาติมีรายได้เฉลี่ย 41,300 ดอลลาร์ต่อปี อีกทั้งยังมีโอกาสทางการศึกษาน้อยกว่า โดยกลุ่มผู้อพยพจากละตินอเมริกามีชีวิตอยู่ในความยากจนมากที่สุดคือร้อยละ 42 รองลงมาคือผู้อพยพมาจากแอฟริกาใต้สะฮาราอยู่ภายใต้ความยากจนร้อยละ 34

ศูนย์วิจัยพิวนำข้อมูลมาจากบันทึกใบแจ้งเกิดของศูนย์สถิติสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐฯ (NCHS) และการสำรวจชุมชนชาวอเมริกัน (American Community Survey หรือ ACS) ที่นำข้อมูลสำรวจมาจากหญิงอายุ 15-49 ปี ที่ให้กำเนิดลูกในสหรัฐฯ ช่วง 12 เดือนก่อนหน้าการสำรวจ

ทั้งนี้ พิวยังระบุอีกว่าในปี 2557 มีเด็กราว 275,000 รายที่กำเนิดจากพ่อแม่ของผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารจากทางการคิดเป็นร้อยละ 7 ของการให้กำเนิดทั้งหมดในสหรัฐฯ แต่ก็ถือว่ามีจำนวนลดลงจาก 330,000 ราย ในช่วงปี 2552 ที่เป็นช่วงปลายยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่

ในการสำรวจของพิวยังมีการเผยแพร่ข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น การเปรียบเทียบให้เห็นว่าในช่วงระหว่างปี 2551-2557 การให้กำเนิดลูกนอกการสมรสในกลุ่มผู้อพยพมีจำนวนลดลงจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 33 และยังคงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับชาวสหรัฐฯ โดยกำเนิด

 

เรียบเรียงจาก

Births Outside of Marriage Decline for Immigrant Women, GRETCHEN LIVINGSTON, Pew Research Center, 26-10-2016

http://www.pewsocialtrends.org/2016/10/26/births-outside-of-marriage-decline-for-immigrant-women/

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์