มีชัย หนุนขึ้นเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หวังรักษาคนดีเอาไว้

ประธาน กรธ. หนุน แนวคิด สปท. ปรับขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ชี้เป็นการรักษาคนดีเอาไว้ ส่วนคนที่ทุจริตนั้น ยังไงก็ไม่พอ ขณะที่ สปท. พับข้อเสนอเหตุกระแสสังคมไม่ตอบรับ จนกว่าบทบาทนักการเมืองจะได้รับการพัฒนาขึ้น 

9 พ.ย. 2559 มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดให้ปรับขึ้นเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในตำแหน่งรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของอนุกรรมาธิการ ที่ให้ปรับขึ้นเงินเดือนให้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะหากเปรียบเทียบกับผู้นำประเทศอื่นๆ ถือว่าผู้นำไทยมีเงินเดือนและค่าตอบแทนน้อยมาก ส่งผลให้เงินเดือนของข้าราชการประจำ และศาลไม่สามารถปรับขึ้นได้ ซึ่งแม้ว่าไทยจะไม่มีงบประมาณมากนัก แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น สามารถที่จะจ่ายได้และเป็นการรักษาคนดีให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ถูกชักจูงได้ง่าย ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการป้องกันการทุจริตด้วย นายมีชัย กล่าวยอมรับว่า การปรับขึ้นเงินเดือนไม่ได้ช่วยให้คนทุจริตไม่โกง ที่สำคัญเพื่อป้องกันข้อครหา การปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ควรให้มีผลกับรัฐบาลหน้า

“จะทำให้คนที่ตั้งใจทำงานไม่คิดคดโกงก็อยู่ได้ แต่อย่าขึ้นเพื่อตัวเอง ต้องขึ้นให้มีผลในรัฐบาลหน้า ถือเป็นการรักษาคนดีเอาไว้ อย่างน้อยคนที่สุจริต ก็อยู่ได้อย่างสมฐานะ ส่วนคนที่ทุจริตนั้น ยังไงก็ไม่พอ” มีชัย กล่าว

สปท. พับข้อเสนอชงขึ้นเงินเดือน ส.ส. 

ขณะที่วานนี้ (8 พ.ย.59) ที่รัฐสภา เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวภายหลังการประชุม สปท.การเมือง ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาเรื่องข้อเสนอการขึ้นค่าตอบแทน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสนอมาให้ขึ้นเงินเดือน ส.ส.เทียบเท่ากับผู้บริหารองค์การมหาชน เพราะไม่มีเรื่องดังกล่าวอยู่ในวาระการประชุมครั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าหากมีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม สปท.การเมืองเมื่อใด ก็ควรให้ข้อเสนอเรื่องการขึ้นเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตกไป เพราะไม่เป็นที่ตอบรับของสังคม สวนกระแสกับความรู้สึกของประชาชน จึงไม่ควรนำมาพิจารณาเพราะไม่รู้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร การปฏิรูปควรทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศมากกว่า ควรไปพิจารณาข้อเสนออื่นๆ ที่คณะอนุกรรมาธิการฯเสนอมา เช่น มาตรการคัดกรองนักการเมือง ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้มีประสิทธิภาพจะดีกว่า
 
สมพงษ์ สระกวี ประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สปท. กล่าวว่า ขณะนี้ข้อเสนอเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องพักไว้ก่อน ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ตอนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสสังคมไม่ตอบรับ จนกว่าบทบาทนักการเมืองจะได้รับการพัฒนาขึ้น สามารถตอบโจทย์ให้นักการเมืองเป็นที่ต้องการของสังคมได้ และเป็นอาชีพที่สามารถระดมคนมีความรู้ความสามารถ เข้าสู่การเมืองได้จริงๆ ไม่ใช่เป็นบุคคลแถวสองที่ไม่เป็นที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะต้องได้รับการพิจารณาไม่วันนี้ก็วันหน้า เพียงแต่วันนี้ทุกคนยังไม่ต้องการ เพราะไม่มีใครอยากตกอยู่ในสนามกระสุนตก ซึ่งข้อเสนอเพิ่มค่าตอบแทนแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้ ส.ส.ได้รับค่าตอบแทนเป็น 2-3 แสนบาท แต่เป็นแค่การเทียบเคยงกับเงินเดือนของผู้บริหารองค์การมหาชน เพราะโครงสร้างขององค์การมหาชน ต้องอยู่ในวาระ 4 ปี และทำเพื่อสาธารณชน คล้ายกับองค์กรการเมือง แต่จะพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนเท่าใด ต้องไปพิจารณากันอีกครั้ง
 

ที่มา ทีมข่าววิทยุรัฐสภา สำนักข่าวไทย และไทยรัฐออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์