กสม. ชื่นชมการยกเลิกคุณสมบัติ รปภ.

กสม. ชื่นชมการยกเลิกคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่จะต้องสำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ หรือจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
 
12 พ.ย. 2559 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีคำสั่งที่ 67/2559 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ยกเลิกคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จะต้องสำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ หรือจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นั้น
 
นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งรับผิดชอบในการพิจารณาพระราชบัญญัติฉบับนี้ กล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก็ได้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่จะต้องสำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ หรือจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการทำงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประกอบอาชีพอยู่ก่อนพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ใช้บังคับและไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว โดย กสม. พิจารณาเห็นว่า ตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชน การกำหนดคุณสมบัติสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอาชีพใดก็ตาม คุณสมบัติที่กำหนดนั้นต้องจำเป็นหรือเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับลักษณะงานที่ปฏิบัติหน้าที่นั้น (Inherent Requirement Exception) มิฉะนั้น อาจเป็นการเลือกปฏิบัติได้ ซึ่งในกรณีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษาของพนักงานรักษาความปลอดภัยนั้น กสม. เห็นว่าคุณสมบัติด้านการศึกษามิได้เป็นหลักประกันว่า  ผู้ที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับจะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยมีสำนึกความรับผิดชอบแต่อย่างใด  จึงขอแสดงความขอบคุณที่ได้มีการยกเลิกคุณสมบัติดังกล่าว
 
นายแพทย์สุรเชษฐ์ฯ กล่าวด้วยว่า บทบาทหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยนั้นมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนความสงบเรียบร้อยของสังคม ดังนั้น พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อกำหนดมาตรฐานของธุรกิจรักษาความปลอดภัยและมาตรฐานของพนักงานรักษาความปลอดภัยและเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานรักษาความปลอดภัย จึงควรครอบคลุมถึงผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยทุกประเภท ซึ่งปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่ผ่านบริษัทธุรกิจรักษาความปลอดภัย  รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานของรัฐ
 
นอกจากนี้ กฎหมายได้ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยมีอำนาจหน้าที่ เช่น ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการจับกุมผู้กระทำความผิด แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานเมื่อมีการกระทำความผิดอาญา หรือน่าเชื่อว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นภายในบริเวณหรือสถานที่ที่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยทันที รวมทั้งปิดกั้นและรักษาสถานที่เกิดเหตุให้คงสภาพเดิม เป็นต้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าการปฏิบัติหน้าที่อาจกระทบต่อสิทธิมนุษยชนได้ รัฐบาลจึงควรกำกับดูแลให้ธุรกิจบริการรักษาความปลอดภัยได้ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและสอดคล้องกับตามมาตรฐานสากลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น ควรมีการตรวจสอบประวัติของพนักงานรักษาความปลอดภัย มีการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ว่าต้องไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้กำลัง การกักขัง การจับกุมมิให้เกิดการทรมานหรือการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม การละเมิดหรือการใช้ความรุนแรง เป็นต้น
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์