ยุง: พระมหาวุฒิชัย สอนด้วยความไม่รู้จริง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ได้มีโอกาสฟังการสนทนาธรรมของนายเท่ง กับ พระมหาวุฒิชัย เห็นมหายกตัวอย่างที่ผิดความจริง  เลยขอทักท้วงเพื่อความรู้ของสาธารณะสักหน่อย

ในคลิปธรรมะที่นาย "เท่ง เถิดเทิง" สนทนาธรรมกับพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี มีตอนหนึ่งตั้งแต่ช่วงเวลา 8 นาที 22 วินาที  มหาพูดถึงการฆ่าสัตว์โดยใช้ตัวอย่างยุงที่ตนมักยกมาสอนเสมอว่า "ในระหว่างนั่งสมาธิ เกิดเผลอตบยุงตาย  หากยุงตัวนั้นเป็นหัวหน้าครอบครัว บินออกมาหาเลือดเพื่อให้ลูกเมียที่รออยู่ที่บ้าน  แต่กลับถูกตบตายอย่างน่าอนาถ คิดอย่างนี้จะเห็นได้ว่าชีวิตยุงตัวเล็ก ๆ นั้นยิ่งใหญ่มาก  ลูกเขาล่ะ เมียเขาล่ะ"

สิ่งที่มหาพูดข้างต้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับธรรมชาติของยุง  วงจรชีวิตของยุงนั้น ไม่ได้มีครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกแบบสัตว์ส่วนใหญ่ที่เรารู้จักกัน เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป  จึงไม่มีปรากฏการณ์ที่ยุงตัวพ่อ หรือยุงตัวเมียออกไปหาอาหาร (เลือดคนหรือสัตว์) มาป้อนให้ลูกเมียกิน

ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้ถึงวงจรชีวิตของยุง ว่ามีอยู่ 4 ระยะ คือระยะที่เป็นไข่  ระยะที่เป็นลูกน้ำที่เรามักช้อนมาเลี้ยงปลาสวยงาม ระยะเป็นตัวโม่ง  และระยะที่เป็นยุงบินไปบินมาที่ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายที่เราอาจเรียกว่ายุงตัวแก่

ส่วนการผสมพันธุ์ของยุงนั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอากาศ  ยุงตัวเมียส่วนใหญ่ผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวโดยที่เชื้ออสุจิจากตัวผู้จะถูกกักเก็บในถุงเก็บน้ำเชื้อ ซึ่งสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิตของมัน ส่วนยุงตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง  ดังนั้นยุงตัวที่ออกไปหาเลือดจึงเป็นยุงตัวเมียเพื่อนำเอาโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตของไข่ในรังไข่

แต่ก็มียุงบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องกินเลือดก็สามารถสร้างไข่ในรังไข่ได้  และเมื่อไข่สุกเต็มที่ยุงตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่  ส่วนยุงตัวผู้ตลอดอายุขัยจะกินอาหารจากแหล่งน้ำหวานของดอกไม้หรือพืชที่ผลิตน้ำตาลในธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับยุงบางชนิดที่ตัวเมียไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์เลย

ข้อเท็จจริงเรื่องยุงตัวเล็ก ๆ นี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นประเด็นเล็ก ๆ แต่ชี้ว่ามหาไม่เข้าใจธรรมชาติของยุง  เลยยกตัวอย่างที่ผิดความจริง  เยาวชนหรือใครฟังเข้า อาจจำเอาไปเป็นความรู้ผิด ๆ  นักเทศน์ที่ดีจึงควรศึกษาความรู้ให้ดี  แต่นี่มหากลับเทศน์สอนแบบนี้มาอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ตนเองก็ไม่ฉุกคิดเลยสักครั้ง  จำนวนผู้ฟังที่เข้าไปผิดไปคงมีเป็นอันมากแล้ว  จึงควรมาทำความเข้าใจเสียใหม่  นักเทศน์หรือผู้สอนจึงควรใส่ใจกับรายละเอียดและความถูกต้องตามความเป็นจริง  หาไม่จะทำให้สิ่งที่พูด ขาดความน่าเชื่อถือได้

ในกรณีนี้ สิ่งที่มหาพึงสอนแก่ผู้มาปฏิบัติธรรมก็คือ การเจริญสติให้ดี ไม่เผลอไปตบยุงตาย  หากถูกกัดก็พึงกำหนดสติรู้ตัวทั่วพร้อม  จะได้ไล่ไปด้วยวิธีอื่นโดยไม่เผลอไปตบ  หรือในบางคน บางกรณี การตบยุงอาจไม่เพราะความเผลอ แต่เป็นโทสะของเราเอง  เราก็ควรศึกษาเพื่อหาทางลด ละ เลิกโทสะกันอย่างไร จึงจะบำเพ็ญเพียรถือศีลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก

โปรดสังวร

0000

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์