เปลี่ยนค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศเป็น 4 กลุ่มจว. 'ปลัดแรงงาน' ย้ำเป็นไปตามสูตรการคำนวณ

'ปลัดแรงงาน' เผยปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 60 พิจารณาจาก 10 ปัจจัย ตามสูตรคำนวณและข้อเท็จจริงบนพื้นฐานจากสภาพเศรษฐกิจ ยัน ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้แรงงานอยู่ได้ พร้อมร่วมมือนายจ้างและลูกจ้างพัฒนาศักยภาพแรงงานให้ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 


ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน (แฟ้มภาพ)

25 พ.ย. 2559 รายงานจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความสอดคล้องของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2560 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า การพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนั้น มีคณะกรรมการไตรภาคี โดยคณะกรรมการค่าจ้าง จะมีคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด และคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ซึ่งทั้งสองระดับจะประกอบด้วยกลุ่มคน 3 กลุ่ม คือ ตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง และภาครัฐในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งในแต่ละปีคณะอนุกรรมการค่าจ้างจะมีการสำรวจภาวะค่าครองชีพ ภาวะทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างนำมาพิจารณาว่าควรจะปรับขึ้นค่าจ้างหรือไม่อย่างไร จากนั้นจะนำข้อมูลดังกล่าวเสนอมายังส่วนกลางเพื่อให้คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2560 ได้พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เพิ่มขึ้นตามกฎหมายรวม 10 ปัจจัย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ผลิตภาพแรงงาน ราคาสินค้า เพื่อกระตุ้นในการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องตามความเป็นจริงและสภาพเศรษฐกิจ

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า สำหรับค่าจ้างขั้นต่ำที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2560 นั้น จะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกค่าจ้างคงเดิมใน 8 จังหวัด กลุ่มที่สองขึ้นค่าจ้าง 5 บาท ใน 49 จังหวัด กลุ่มที่สามขึ้นค่าจ้าง 8 บาท ใน 13 จังหวัด และกลุ่มที่สี่ขึ้นค่าจ้าง 10 บาท ใน 7 จังหวัด โดยทั้งหมดเป็นไปตามสูตรการคำนวณและข้อเท็จจริงบนพื้นฐานปัจจัยดังกล่าวข้างต้น 

“กระทรวงแรงงานขอเรียนให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานทราบว่า ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงค่าจ้างแรกเข้าสำหรับที่จะให้แรงงานดำเนินชีวิตอยู่ได้ แต่ยังมีค่าจ้างอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือ ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งเป็นค่าจ้างตามฝีมือและความสามารถ มีอัตราสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปัจจุบันประกาศใช้แล้ว 67 สาขาอาชีพ และจะทยอยประกาศเพิ่มเติม กระทรวงแรงงานจึงพร้อมที่จะร่วมมือกับนายจ้างและลูกจ้างในการพัฒนาศักยภาพของลูกจ้างให้สูงขึ้น” ม.ล.ปุณฑริก กล่าวตอนท้าย

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์