รับอิสรภาพชั่วคราว ศาลให้ประกันตัว 'ไผ่ ดาวดิน' คดี 112 หลักทรัพย์สี่แสนบาท

ศาลจังหวัดขอนแก่น ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน ยื่นหลักทรัพย์สี่แสน หลังถูกจับกุมฐานทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เหตุแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC เจ้าตัวระบุ ระหว่างถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่พยามยามกดดันสอบสวน โดยไม่ให้ผู้ต้องหาติดต่อกับทนายความ

4 ธ.ค. 2559 เวลา 11.45 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ปล่อยตัว จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษาและนักกิจกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2559 เนื่องจากที่การกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 จากการแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thailand

วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวจตุภัทร์ จาก สภ.น้ำพอง มายังศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง ผัดที่ 1 โดยศาลได้อนุญาตให้ฝากขังตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยศาลเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีโทษสูง ต่อมาทนายความได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมยื่นหลักทรัพย์ 400,000 บาท โดยให้เหตุผลประกอบการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า จตุภัทร์ เป็นผู้ต่องหาคดีการเมืองอยู่ 4 คดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

สำหรับการดำเนินการจับกุม จตุภัทร์ ได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากมีการแจ้งความโดย พันโทพิทักษ์พล ชูศรี เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559  ต่อมาได้มีการประสานงานให้มีการจับกุม โดยมี พ.ต.อ. สันต์ชัย มัยญะกิต ผกก.2 บก. ส. 1 ได้เดินทางจากกรุงเทพเพื่อทำหน้าที่หัวหน้าชุดจับกุม

จตุภัทร์กล่าวต่อว่า การแชร์บทความจาก BBC Thailand พร้อมกับโควทข้อความในสี่ย่อหน้าสุดท้ายเป็นสิ่งที่ทำโดยสุจริตใจ ทั้งยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากแชร์บทความชิ้นนี้ นอกจากนี้เขายังรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนๆ นักกิจกรรมประชาธิปไตยอีกหลายคนที่แชร์บทความดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการจับกุมครั้งนี้มีเจตนากลั่นแกล้ง

จตุภัทร์เล่าว่าขณะที่ถูกควบคุมตัวที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามกดดันให้เข้าไปห้องสอบสวนโดยที่ไม่ยอมให้ติดต่อกับครอบครัวหรือทนายความ แต่ได้เตรียมทนายความไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย แต่จตุภัทร์ไม่ยอมที่จะเข้าไปในห้องสอบสวน โดยยืนยันว่าต้องการติดต่อทนายความที่ทางตัวเองไว้วางใจเท่านั้นจึงจะยอมเข้าสู่กระบวนการ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่จึงยินยอม ที่จะไปรับทนายความที่ทางครอบครัวของจตุภัทร์ มาร่วมประกอบการสอบสวนซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและยืนยันเข้าสู่การพิจารณาคดี จตุภัทรกล่าวว่ากระบวนการดังข้างต้นเป็นการจงใจที่จะละเมิดสิทธิ์ผู้ต้องหาอย่างร้ายแรง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง