ประยุทธ์ขอสื่ออย่าประโคมข่าว 'ธัมมชโย' หวั่นขัดแย้งบานปลาย ขอเวลาให้จนท.ดำเนินการตาม กม.

ย้ำไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างความเชื่อกับการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย กรณีปรับ ครม. ชี้ รบ.-คสช. บริหารต่างจากนักการเมือง เหตุตนมีอำนาจสั่งการทุกกระทรวงด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีมันมีค่าเท่ากัน

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบฯ

13 ธ.ค. 2559 รายงานข่าวจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า วันนี้ (13 ธ.ค.59) เวลา 13.40 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณี ดีเอสไอได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าจับกุมตัวพระเทพญานมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีปกติทั่วไปที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไรเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรม และมาตรการทุกอย่างตามกฎหมาย ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างความเชื่อกับการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

"สิ่งใดก็ตามที่มันเป็นสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังฝากสื่อมวลชนและสังคมด้วยว่า อย่าประโคมข่าวให้เกิดความขัดแย้ง เพราะจะทำให้แนวโน้นการแก้ไขปัญหามีความยุ่งยาก และบานปลาย ก็ให้เวลา เดี๋ยวก็ดำเนินการเอง ตนให้แนวทางไปแล้วในการดำเนินการตามกฎหมาย

ปมปรับ ครม. ชี้ รบ.-คสช. บริหารต่างจากนักการเมือง 

"การจะปรับครม. แล้วใครจะเป็นรัฐมนตรี ผมคิดว่าในสถานการวันนี้ ไม่ใช่สถานการณ์การบริหารราชการแผ่นดินด้วยนักการเมือง ซึ่งผมไม่ได้รังเกียจนักการเมืองนะ พูดไว้ก่อน เป็นการบริหารราชการภายในกรอบนโยบาย คสช. เพราะฉะนั้นเรามีอำนาจ เรียกว่ามีอำนาจในการกำกับดูแล การปฏิบัติงานที่ลงลึกไปถึงทุกกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเองนั้นมีอำนาจในการที่จะสั่งการทุกกระทรวงด้วยตัวเอง ทั้งในส่วนของความคิดริเริ่ม ในส่วนของมองวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ชาติ และกำหนดแนวทางปฏิบัติกว้างๆ ลงไป กระทรวงก็มีหน้าที่ในการนำไปสู่การปฏิบัติ นำไปสู่การขับเคลื่อน คิดแผนงานโครงการต่างๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีมันมีค่าเท่ากันนั่นล่ะ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมระบุว่าไม่เหมือนกับรัฐมนตรีที่มาจากนักการเมือง เพราะทำตามนโยบายของพรรคการเมืองที่แตกต่างกัน ซึ่งคนละกระทรวง เพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จึงเป็นคนละแบบกัน เพราะฉะนั้นการบริหารราชการแผ่นดินมันต่างกัน
 
ส่วนเรื่องการประกันสุขภาพข้าราชการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการศึกษา ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะต้องหาวิธีการดูแลให้ดีที่สุดเหมือนเดิม ขออย่าขยายความให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งนี้ ขอให้ระมัดระวังการรั่วไหลของการเบิกจ่ายยา และต้องมีความซื่อสัตย์ ขออย่าเบิกจ่ายยาเกินความเป็นจริง
 
เรื่องการปลดล็อคพรรคการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตัวพรรคการเมืองยังไม่ปลดล็อคตัวเองเลย ยังพูดขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาก็ไปสู่การเลือกตั้งเอา
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์