สนช.เห็นชอบพิธีสาร 7 ระบบศุลกากรผ่านแดน รมว.คลัง ชี้ทำให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล

สนช. เห็นชอบพิธีสาร 7 ระบบศุลกากรผ่านแดนและภาคผนวกทางเทคนิค : กฎเกณฑ์และพิธีการว่าด้วยศุลกากรผ่านแดนอาเซียน รับหลักการร่าง พ.ร.บ.รับขนทาง อากาศระหว่างประเทศ และร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ สร้างทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์

 

19 ม.ค. 2560 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบพิธีสาร 7 ระบบศุลกากรผ่านแดนและภาคผนวกทางเทคนิค : กฎเกณฑ์และพิธีการว่าด้วยศุลกากรผ่านแดนอาเซียน ด้วยคะแนนเห็นด้วย 196 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงสาระสำคัญของร่างพิธีสารดังกล่าวว่า เพื่อให้ความตกลงระหว่างประเทศมีผลผูกพันประเทศไทย ในการปฏิบัติพิธีการศุลกากรผ่านแดนโดยประเทศสมาชิกอาเซียน และจะอนุญาตให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นขนส่งสินค้าผ่านแดนของตนเองได้ ยกเว้นสินค้าต้องห้าม ต้องจำกัดที่ได้กำหนดไว้ในพิธีสาร ทั้งนี้ต้องไม่มีการเก็บภาษีใดๆ สำหรับสินค้าที่ขนส่งผ่านแดน โดยศุลกากรของแต่ละประเทศสามารถดำเนินการได้ตามความจำเป็น เพื่อให้สามารถควบคุมการขนส่งผ่านแดนเป็นไปอย่างเหมาะสม ให้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติพิธีศุลกากรผ่านแดนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการผ่านแดนของประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศวางหลักประกันครั้งเดียว โดยถือว่าหลักประกันดังกล่าวมีความสมบูรณ์ในทุกประเทศและครอบคลุมถึงสินค้าตลอดเส้นทางการขนส่งผ่านแดน กำหนดให้ใช้แบบสำแดงทางศุลกากรที่เหมือนกันทั้งภูมิภาค ในการขนส่งผ่านแดน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้าในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงยกระดับการพิธีการศุลกากรให้มีความทันสมัยตามมาตรฐานสากล เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ
 
สมาชิก สนช.ได้ให้ความเห็นในหลายประเด็น อาทิ ควรคำนึงถึงการได้ประโยชน์ เสียประโยชน์หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ความเชื่อมโยงของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ความพร้อมของจุดผ่านแดนต่างๆในทางปฏิบัติ การควบคุม กำกับ ดูแลและการอำนวยความสะดวก

รับหลักการร่าง พ.ร.บ.รับขนทาง อากาศระหว่างประเทศ 

สนช. ยังมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.รับขนทาง อากาศระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเห็นด้วย 196 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการ 30 วัน     
 
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเพื่อการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ค.ศ. 1999 (Convention for the Unification of Certain Rules for  International Carriage By Air, 1999) แต่โดยที่พระราชบัญญัติการรับขนทางอากาศระหว่าง ประเทศ พ.ศ. 2558 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติที่กำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การรับขนทาง อากาศระหว่างประเทศยังมี่ครอบคลุมครบถ้วน จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมทบบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้การเป็นไปตามอนุสัญญา

รับหลักการร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ สร้างทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์

นอกจากนี้ สนช. ยังมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์ ในท้องที่อำเภอบางพลี อำเภอเมือง สมุทรปราการ และอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. .... ไว้พิจารณาด้วยคะแนนเห็นด้วย 198 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน ระยะเวลาการดำเนินงาน 30 วัน
 
อาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า เนื่องจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ทำการสำรวจที่ ที่จะต้องเวนคืน เพื่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ อ.บางพลี อ.เมืองสมุทรปราการ และ อ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. 2547 เสร็จแล้ว ทั้งนี้เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ตกลงขายที่ดินและยินยอมรับราคาค่าทดแทน ตามที่คณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินได้กำหนดให้ แต่มีเจ้าของที่ดินจำนวน 77 แปลงไม่มาตกลงทำสัญญาซื้อขายและรับเงินค่าทดแทนจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในการนี้เพื่อให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนมาเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สมควรเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไป    
 
ขณะที่ สมาชิก สนช. ได้ให้ความเห็นและข้อสังเกตต่อร่างดังกล่าวอย่างหลากหลาย อาทิ ยังพบปัญหาในการเวนคืน ในกรณีเวนคืนที่ดินบางแปลงแต่แปลงที่เหลือไม่สามารถทำประโยชน์อื่นต่อได้ ราคาที่ให้ไม่เป็นไปตามท้องตลาดซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชน จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและคำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นธรรมในการชดเชย การเยียวยาให้กับประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดิน พร้อมแนะควรให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ว่างใต้ทางด่วน และฝากกรรมาธิการดูกรณีเจ้าของที่ดิน 77 รายข้างต้นว่า เหตุใดไม่มาทำสัญญาและรับเงินค่าทดแทน จนต้องออกกฎหมายให้เวนคืน เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมต่อประชาชน อย่างไรก็ตามเห็นว่า หากจะมีการเวนคืนที่ดินในลักษณะนี้อีกจะต้องมีแผนในการต่อเชื่อมและใช้สถานที่ให้มีประโยชน์ร่วมกัน สามารถเชื่อมต่อระบบจราจรต่างๆ เข้าด้วยกันได้ เพื่อให้ได้ประโยชน์และความคุ้มค่า
 
เรียบเรียงจากเว็บไซต์วิทยุรัฐสภา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์