เรื่องราวจากห้องพิจารณาคดี "ไผ่ ดาวดิน"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เมื่อวานนี้ (20 มค. 60) ผมกับเพื่อนทนายความไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อว่าความให้กับ "ไผ่ ดาวดิน"

ไผ่ถูกกล่าวหาจากทหารว่า เขากระทำผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา กรณีนำบทความของบีบีซีไทยไปแสดงในเฟสบุ๊คของตัวเอง

เมื่อวานเป็นวันที่ศาลนัดไต่สวนคำร้องของตำรวจที่ขอขังไผ่ไว้ในคุกอีก 12 วัน หลังจากที่ขังมาแล้วตั้งแต่ 22 ธค. ปีที่แล้ว

เมื่อวานนี้มีประชาชนผู้สนใจเข้าฟังการพิจารณาคดีจนเต็มห้องพิจารณาคดีที่ 2 มีทั้งอาจารย์ นักศึกษา เพื่อนฝูง และญาติมิตรของไผ่จำนวนมาก

เมื่อถึงเวลาผู้พิพากษาสาวท่านหนึ่งได้ขึ้นบัลลังก์พร้อมกับประกาศว่าจะพิจารณาคดีนี้แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย และจะห้ามมิให้คนอื่น ๆ เข้าฟังนอกจากไผ่ พ่อแม่ไผ่ และทนายความ

ทุกคนในห้องพิจารณา (นอกจากผู้พิพากษาสาวท่านนั้น) ต่างตกตะลึง งุนงง และไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่ให้ประชาชนฟังการพิจารณาคดีนี้ (ว่ะ) หลังจากหายตกตะลึงแล้วผมและเพื่อนทนายความช่วยกันแถลงกับผู้พิพากษาท่านนั้นว่า วันนี้เป็นแค่การไต่สวนตำรวจว่าทำไมต้องขังไผ่ไว้อีก 12 วัน มีเหตุผลอย่างไร เพราะถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องขังไผ่ไว้ ไผ่ก็จะได้ออกมาเรียนหนังสือตามปรกติ

นอกจากผมแล้ว ไผ่กับพ่อของไผ่ต่างลุกขึ้นชี้แจงแถลงว่า เขายอมรับการพิจารณาคดีในอำนาจของศาลแต่ต้องพิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อสาธารณชนเท่านั้น

ไผ่ถามถึงเหตุผลว่า ทำไมศาลจึงต้องสั่งให้พิจารณาคดีลับ ไม่ยอมให้ประชาชนเพื่อนฝูงและญาติมิตรของเขาเข้าฟังด้วย มันขัดต่อหลักกฎหมายมิใช่หรือ

เท่าที่ผมได้ยินการตอบโต้ระหว่างไผ่กับผู้พิพากษาสาวท่านนั้น ผมเองรับว่าไม่ได้ยินเหตุผลอะไรจากผู้พิพากษานอกจากระบุว่า คดีนี้เป็นคดีความมั่นคง

สุดท้ายหลังจากไปปรึกษาหารือ (กับใครก็ไม่รู้) ท่านผู้พิพากษาได้กลับมาและแจ้งยืนยันว่า ท่านตกลงยืนยันให้การพิจารณาคดีนี้เป็นการพิจารณาคดีลับ ขอให้ประชาชนญาติมิตรเพื่อนฝูงของไผ่ออกไปจากห้องพิจารณา ให้เหลือแต่ไผ่ พ่อ และทนายความ

ผมจำได้ว่า ทันทีที่ผู้พิพากษาสั่งเสร็จ ผมสบตากับไผ่สาบานได้ว่าผมเห็นแววตาที่ยิ้มเย้ยหยัน ผมยอมรับว่าในเวลานั้นผมละอายใจต่อไผ่และอับอายความเป็นจริงที่ผมมีส่วนยืนอยู่ในห้องพิจารณาคดีนี้

ผมจำได้ว่า ไผ่ยืนขึ้นและกล่าวกับผู้พิพากษาอย่างที่ผมเห็นว่า ทรนงองอาจอย่างยิ่งที่สุด ไผ่พูดด้วยเสียงราบเรียบอย่างอารมณ์ดีชนิดที่เป็นนิสัยของเขาว่า เมื่อท่านไม่ให้คนอื่นฟังการพิจารณาคดีนี้เขาก็ไม่ประสงค์ให้ทนายของเขาอยู่ในห้องพิจารณาคดีด้วย เขาเชิญให้ทนายออกไปเขาจะว่าความต่อสู้เองเพราะเขาไม่เคยได้รับสิทธิอะไรอยู่แล้ว จึงขอสละสิทธิที่จะมีทนายความในวันนี้ด้วย

ผมมองไผ่และผู้พิพากษาที่สบตากันอยู่ ในวินาทีนั้นผมเห็นชัดว่า ใครเป็นผู้ต้องหาใครเป็นผู้พิพากษากันแน่

คนอื่น ๆ และทนายความของไผ่เดินออกจากห้องพิจารณาคดี ก่อนออกจากห้อง ผมกอดไผ่และบอกขอโทษเขา และเราทิ้งไผ่กับพ่อให้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องด้วยตัวเองในห้องพิจารณาคดีที่ 2 ของศาลจังหวัดขอนแก่นตามลำพัง ผมไม่ทราบว่าหลังจากนั้นในห้องพิจารณาคดีเกิดอะไรขึ้น

น้องทนายที่ไปด้วย ถามผมว่าผมขอโทษไผ่ทำไม ตอบตรง ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าผมขอโทษไผ่ทำไม แต่ผมบอกน้องทนายที่ถามผมว่าพี่ขอโทษไผ่แทนกระบวนการยุติธรรมว่ะ

หลังการต่อสู้อย่างเดียวดายในห้องพิจารณาคดี

ไผ่ถูกสั่งขังต่อไปอีก 12 วัน

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook Krisadang-Pawadee Nutcharus

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์