ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตึงเครียดเสี่ยงปะทุ หลังมีรัฐบาลใหม่ในทำเนียบขาว

หลังจากที่โฆษกทำเนียบข่าวคนใหม่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะไม่ยอมให้จีนเข้ายึดครองพื้นที่เขตน่านน้ำนานาชาติในทะเลจีนใต้ทำให้เจ้าหน้าที่การทหารของจีนแสดงความคิดเห็นโต้ว่ามีโอกาสโต้ตอบด้วยกำลังหลังจากที่มีการเคลื่อนย้ายเรือรบและระบบป้องกันขีปนาวุธและโยกย้ายนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือบางส่วนในจีน

30 ม.ค. 2560 สื่อเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานโดยอ้างความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมของสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าทางการจีนเตรียมพร้อมรับมือด้วยการโต้ตอบทางการทหารหลังมีความเป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนจะแย่ลงโดยเฉพาะในประเด็นความั่นคงทางทะเล

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเคลื่อนกำลังพลของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางจีนแสดงความคิดเห็นว่ามีโอกาสมากขึ้นที่จีนจะเกิดการสู้รบกับสหรัฐฯ จากปัญหาความมั่นคงภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทำให้มีการเรียกร้องจัดวางกำลังในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกรวมถึงการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในแถบเกาหลีใต้ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงการดำเนินยุทธศาสตร์ในภาคพื้นเอเชียใหม่

สื่อพีเพิลเดลีของจีนยังแสดงความคิดเห็นเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่ากองทัพจีนจะทำการซ้อมรบทางทะเลโดยไม่สนใจการท้าทายจากต่างชาติ จีนยังเคยนำเรือบรรทุกเครื่องบินชื่อเหลียวหนิงแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเมื่อเดือน ธ.ค. 2559

เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ตั้งข้อสังเกตว่าความคิดเห็นของฝ่ายความมั่นคงจีนเป็นการโต้ตอบท่าทีของ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ โดยที่ในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจของทางการสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ทิลเลอร์สันเคยแสดงท่าทีจะไม่ยอมให้จีนอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะต่างๆ ในแถบทะเลจีนใต้ ซึ่งยังมีข้อพิพาทระหว่างจีนกับหลายประเทศ

โดยที่ ฌอง สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวคนใหม่กล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาว่าสหรัฐฯ จะยับยั้งไม่ให้จีนเข้ายึดครองพื้นที่เขตน่านน้ำนานาชาติในทะเลจีนใต้ ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน หัวชุนหยิง โต้ตอบว่า ให้สหรัฐฯ ระวังผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

เอียน สโตรีย์ นักวิจัยอาวุโสจาก 'สถาบันวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุซอฟ อิสซัค' (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ในสิงคโปร์กล่าวว่าความคิดเห็นจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ อาจจะดำเนินนโยบายแข็งข้อต่อจีนในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ ส่วนจีนเองก็คงไม่ยอมถูกสหรัฐฯ กดดันเช่นกัน จึงทำให้การพิพาทระหว่างสองประเทศนี้อาจจะดำเนินไปถึงจุดเสี่ยง

เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ระบุอีกว่ามีความคิดเห็นเช่นนี้ปรากฏหลังจากประธานาธิบดีสีจิ้นผิงคอยควบคุมดูแลการปรับเปลี่ยนกองทัพครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบ รวมถึงมีแผนการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงบางส่วนในกองทัพเรือ และมีการลงทุนในการสร้างเรือเพิ่มจำนวนมาก

ข้อพิพาทหมู่เกาะทะเลจีนใต้นั้นมีการอ้างสิทธิที่หลายประเทศเป็นคู่ขัดแย้ง เช่น บรูไน ไต้หวัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม รวมถึงมีข้อพิพาทด้านหมู่เกาะทะเลจีนตะวันออกกับญี่ปุ่น

 

เรียบเรียงจาก

China ‘steps up preparedness for possible military conflict with US’, South China Morning Post, 27-01-2017
http://www.scmp.com/news/china/diplomacy-defence/article/2065799/china-steps-preparedness-possible-military-conflict-us

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/ข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์