รายงานเสวนา: เปิดตัวหนังสือบทกวี” ฉันมองดวงจันทร์ยามเช้า” และ “เจ็บปวดจึงเป็นกวี”

ร้านหนังสือบูคู ชวนพูดคุยถึงแรงบันดาลใจถึงบทกวีไร้ฉันทลักษณ์และงานทดลองที่ร้อยประสานระหว่างการอ่านบทกวี ภาพเคลื่อนไหว ดนตรีและโซเชียลมีเดียในรูปแบบ Poetry Motion กับ มูบารัด สาและ กวีหนุ่มหน้าใหม่จากจังหวัดชายแดนใต้ 

5 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ร้านหนังสือบูคู ปัตตานี หลังจากมีหนังสือรวมบทกวีออกมาถึงสองเล่ม นับจาก “ฉันมองดวงจันทร์ขึ้นในยามเช้า” และเล่มล่าสุด “เจ็บปวดจึงเป็นกวี”  ร้านหนังสือบูคูจึงชวนชายหนุ่มจากนราธิวาส  “มูบารัด สาและ” มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงแรงบันดาลใจ ที่มาที่ไปในการเขียนบทกวีทั้งสองเล่ม และบทกวีในรูปแบบอื่นๆที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นผ่านภาพเคลื่อนไหวและเสียงดนตรี  โดยบทกวีทั้งสองเล่มนั้น มูบารัด จัดพิมพ์เอง ขายเอง และถือว่าเป็นกวีหนุ่มรุ่นใหม่ในสามจังหวัดชายแดนใต้อีกคนหนึ่งที่น่าจับตามอง

มูบารัดเริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปในการเขียนบทกวีเล่มแรกที่เริ่มมาจากการที่เขาต้องเข้ารับการรักษาตัวอันเนื่องมาจากอาการป่วยโรคจิตเภทที่เริ่มขึ้นภายหลังกลับมาจากการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากครอบครัวส่งเขาไปเรียนที่นั่นตั้งแต่ระดับมัธยมปลายโดยหวังให้เขาเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ช่วงระหว่างรักษาตัวและเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพ มูบารัดเริ่มอ่านหนังสือวรรณกรรมและบทกวี แต่ภายหลังเมื่อกลับไปอยู่บ้าน อาการจิตเภทของเขาหนักมากขึ้นเนื่องจากการหยุดกินยาด้วยตัวเอง จนทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 55 วัน ระหว่างนั้นเขาเขียนสิ่งที่รู้สึก สิ่งที่พบเห็น ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เมื่อออกจากโรงพยาบาล เขาจึงเริ่มต้นเขียนบทกวีอย่างจริงจัง จนกระทั่งมีงานเขียนเล่มแรกออกมาโดยใช้ชื่อว่า “ฉันมองดวงจันทร์ขึ้นยามเช้า” ซึ่งที่มาของบทกวีชิ้นนี้ ก็มาจากช่วงที่เขาเกิดอาการเห็นภาพหลอนในเช้าวันหนึ่ง และได้นำเหตุการณ์ในวันนั้นมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนบทกวี

เขาเล่าว่าบทกวีเล่มแรกนั้น เนื้อหาพูดถึงเรื่องตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองมากที่สุด เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปไหนได้จากอาการป่วย เขาอยู่ที่บ้านที่จังหวัดนราธิวาส เปิดร้านกาแฟของตัวเองและเขียนบทกวีทุกวัน ก่อนหน้าที่จะพิมพ์บทกวีเล่มแรกออกมานั้น มูบารัดเคยส่งบทกวีไปตีพิมพ์ตามนิตยสารรายสัปดาห์และมีผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ไม่ต่ำกว่าห้าชิ้น แม้ว่าจะเคยส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งพิจารณา แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจพิมพ์เอง และล่าสุดก็มีผลงานเล่มที่สองที่ชื่อว่า “เจ็บปวดจึงเป็นกวี” ซึ่งในเล่มนี้มีความแตกต่างไปจากเล่มแรก เพราะมีเนื้อหาที่พูดถึงผู้คน วิพากษ์สังคม หรือตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว ไม่ได้เน้นการค้นหาตัวเองมากเท่ากับเล่มแรก  นอกจากนี้ยังมีรวมบทกวีเล่มที่สาม ซึ่งเขาตั้งใจจะส่งประกวดในเร็ว ๆ นี้ โดยบทกวีเล่มที่สาม เป็นบทกวีที่มีภาพประกอบที่เขาลงมือถ่ายภาพเอง เนื่องจากชื่นชอบในการถ่ายภาพด้วย โดยเขาตั้งใจว่าจะจัดพิมพ์หลังจากที่ส่งประกวดแล้ว

 Poetry Motion กวียังมีชีวิต: เมื่อไร้ลม

นอกจากการเขียนบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ผ่านตัวหนังสือออกมาเป็นรูปเล่ม สิ่งที่น่าสนใจคือ มูบารัดมีบทกวีที่เรียกว่า Poetry Motion อีกหลายชิ้น บทกวีชิ้นหนึ่งใช้ชื่อว่า “เมื่อไร้ลม” โดยเขาตั้งกล้องถ่ายภาพชาวเลที่กำลังตกปลาคนหนึ่ง และเลือกบทกวีมาประกอบภาพเคลื่อนไหวนั้น  โดยมีดนตรีประกอบร่วมด้วย หรืออีกชิ้นหนึ่งที่มีชื้อว่า “เศษเนื้อ” ซึ่งเขาได้นำเสียงอ่านบทกวีของตัวเองมาประกอบกับภาพเคลื่อนไหวขาวดำ นับว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการอ่านบทกวีที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้มูบารัดยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการอ่านของคนรุ่นใหม่ในสามจังหวัดเอาไว้ว่า เป็นเพราะเราไม่สามารถทำให้หนังสือนั้นหาซื้อได้ง่าย ไม่เหมือนเวลาที่เราเดินไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อและร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ก็ขายแต่นิตยสาร

หากจะแก้ปัญหาจริงๆ เขาคิดว่าต้องไปแก้ตั้งแต่เรื่องของการศึกษา เพราะการศึกษาไทยไม่ได้สนับสนุนให้เด็กอ่านงานวรรณกรรมหรือเขียนบทกวีมากนัก แต่เน้นไปที่หนังสือวิชาการ

ทำไมต้องเป็นบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ มูบารัดให้ความเห็นว่า เพราะเขารู้สึกว่าบทกวีมีฉันทลักษณ์ทำให้เขารู้สึกว่ามีกรอบหรือถูกจำกัด การเขียนแบบไม่มีฉันทลักษณ์นั้นรู้สึกอิสระมากกว่า จึงเลือกเขียนในรูปแบบนี้

เมื่อถามถึงก้าวต่อไปข้างหน้า มูบารัดกล่าวว่าเขาอยากทำงานให้ดีขึ้นกว่านี้ ใช้เวลากับการเขียนมากกว่านี้ อาจใช้เวลาสองถึงสามปีเพื่อกลั่นกรองความคิด ก่อนที่จะพิมพ์เล่มต่อไป

นอกจากงานเขียนแล้วมูบารัดยังมีแฟนเพจในเฟซบุ๊ก เป็นเพจที่จะนำผลงานภาพถ่ายพร้อมบทกวีมาโพสต์ให้กับผู้ติดตามทางเพจได้อีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือไปจากการอ่านหนังสือเป็นตัวเล่ม โดยสามารถเข้าไปติดตามได้ที่เพจ Bangnara Delta

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์