สุรพศ ทวีศักดิ์: เรื่อง(ไม่)ละเอียดอ่อนของศาสนาและเพศวิถี

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

กรณีห้องเรียนเพศวิถี ร้านหนังสือบูคู และทีมฟุตบอล Buku FC ที่เสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศ (LGBTI) และสิทธิเท่าเทียมทางเพศ มุสลิม และศาสนาอิสลามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกโซเชียลต่อเนื่องหลายวัน จนเกิดกระแสล่าแม่มด แต่ต่อมาได้มีการถกเถียง เสนอความคิดเห็นอย่างเป็นวิชาการ และเสนอแนะให้เปิดพื้นที่พูดคุยกันด้วยเหตุผลมากขึ้น ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าเหตุผลยังพอจะมีที่ทางให้ทำงานได้

ข้อโต้แย้งสำคัญของเพื่อนชาวมุสลิม(บางคน)คือ ความคิดที่ห้องเรียนเพศวิถีกำลังเสนอนั้น ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม เพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มี 2 เพศ คือ ชาย-หญิง และให้ยึดถือปฏิบัติในความสัมพันธ์ที่ถูกต้องของทั้งสองเพศนี้เท่านั้น

ข้ออ้างดังกล่าว ย่อมจะขัดแย้งกับความเชื่อที่ว่า “พระเจ้าสร้างสรรพสิ่ง” ซึ่งสรรพสิ่งย่อมจะรวมหญิงรักหญิง (Lesbian) ชายรักชาย (Gay) คนที่รักได้ทั้งสองเพศ (Bisexual man, Bisexual women) คนข้ามเพศทั้งจากชายเป็นหญิงและหญิงเป็นชาย (Transgender) และบุคคลเพศกำกวม (Intersex) ในฐานะที่คนเหล่านี้ถูกพระเจ้าสร้าง หรือเป็นบุตรของพระเจ้าด้วยเช่นกัน

แต่เอาเถอะ ถ้าจะเถียงกันบนพื้นฐานความเชื่อทางศาสนาว่าพระเจ้าสร้าง ไม่ได้สร้างอะไร หรือพระเจ้ามีเจตจำนงอะไร ก็คงเถียงกันไม่จบ คำถามที่สำคัญกว่าคือ ทำไมเราต้องเถียงกันบนกรอบความเชื่อและคุณค่าทางศาสนาเท่านั้น?

เพื่อนชาวมุสลิม(บางคน)มักจะบอกว่า คุณต้องเรียนรู้หลักอิสลาม แล้วจึงจะเข้าใจว่าวิถีอิสลามคืออะไร ทำไมชาวมุสลิมจึงต้องยึดวิถีอิสลาม ก็เพราะว่านั่นไม่ใช่วิถีที่มนุษย์กำหนดขึ้น แต่เป็นวิถีที่พระเจ้ากำหนดให้มา ย่อมจะเป็นวิถีที่ถูกต้องกว่าวิถีใดๆ ที่มนุษย์คิดขึ้นหรือกำหนดขึ้น

แต่คนอื่นๆ อาจจะแย้งว่า ผมก็ศึกษาหลักอิสลามมาเหมือนกัน แน่นอน ผมอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งเหมือนคุณ แต่ต่อให้ผมเข้าใจลึกซึ้งเหมือนคุณผมก็ยังปฏิเสธที่จะเดินตามวิถีอิสลาม เพราะผมเห็นว่าในโลกนี้มีปรัชญาความคิด อุดมคติการมีชีวิตที่ดีอื่นๆที่เหมาะกับผมมากกว่า หรือผมต้องการสร้างอุดมคติและหนทางของตัวเองมากกว่าที่จะเชื่อฟังและเดินตามศาสนาใดๆ และคนที่มีความคิดแบบผมก็ต้องมีที่ยืนในสังคมเท่าเทียมกับคนเคร่งศาสนาแบบคุณหรือใครๆ

เพื่อนชาวมุสลิม(บางคน)อาจบอกว่า คุณมีสิทธิ์ที่จะเชื่อเช่นนั้น แต่คุณต้องเข้าใจว่าพื้นที่ปัตตานีเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมศาสนาอิสลาม เป็น “บ้านของชาวมุสลิม” ฉะนั้น คุณควรจะหยุดเสนอความคิดที่ยอมรับเรื่องรักร่วมเพศ เพราะมันขัดกับหลักศาสนาอิสลามและเป็นการคุกคามวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่

ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ ก็แปลว่าชาวมุสลิมจะไปอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ภาคอื่นๆที่นับถือศาสนาอื่นๆไม่ได้สิ เพราะเท่ากับคุณกำลังนำเอาความเชื่อ วิถีชีวิตที่ขัดกับหลักศาสนาอื่นๆ เข้าไปในพื้นที่ของเขา เป็นการคุกคามวัฒนธรรมวิถีชีวิตของเขา

แต่เราจะอยู่กันด้วยตรรกะผิดๆ ที่ไม่เคารพเสรีภาพของคนอื่นเช่นนี้ได้อย่างไร พื้นที่ปัตตานีหรือสามจังหวัดภาคใต้แม้จะมีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ด้วย เช่นเดียวกับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ภาคอื่นๆในไทยที่แม้คนส่วนใหญ่จะเป็นชาวพุทธ แต่ก็มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ด้วย และเป็นพื้นที่ที่ชาวมุสลิม ชาวคริสต์ และศาสนาอื่นๆ ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม พวกเสรีนิยมก็ต้องเข้าใจ “ความละเอียดอ่อน” ของหลักศาสนาอิสลามและวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย อันนี้ผมเห็นด้วยครับว่าศาสนาและวัฒนธรรมมีมิติที่เรียกว่า “ละเอียดอ่อน” แต่ขณะเดียวกันสิทธิในความมีตัวตน มีศักดิ์ศรีเท่าเทียม และมีเสรีภาพในการแสดงออกของคนหลากหลายทางเพศก็ย่อมมี “ความละเอียดอ่อน” ไม่น้อยไปกว่ากัน

ถ้าการอ้างความละเอียดอ่อนทางศาสนาและวัฒนธรรมของ “คนส่วนใหญ่” ในพื้นที่เป็นการอ้างเพื่อสร้าง “ความเป็นอื่น” ของคนกลุ่มน้อย คนชายขอบ หรือคนที่ไร้อำนาจต่อรองเพื่อให้พวกเขาหยุดการแสดงออกที่ไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร และนำไปสู่การใช้ hate speech การใช้วาทกรรมล่าแม่มด นี่ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง และไม่ได้แสดงถึง “ความละเอียดอ่อน” ในมิติจิตวิญญาณทางศาสนาแต่อย่างใด หากเป็นการแสดงออกที่แข็งกระด้าง ก้าวร้าว ขัดกับที่บอกว่าพระเจ้าสอนให้คนรักกัน รักสันติภาพ

การอ้างความละเอียดอ่อนทางศาสนาจะนำไปสู่ความแข็งกระด้างก้าวร้าว และไม่เคารพ “ความละเอียดอ่อน” ของความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพของคนส่วนน้อยที่มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างไร

สังคมไทยเป็นสังคมที่แปลก เรามักอ้าง “ความละเอียดอ่อน” ของอำนาจที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของศาสนา พระเจ้า ธรรมะ ศีลธรรม อำนาจชนชั้นปกครอง แต่ละเลย มองข้าม “ความละเอียดอ่อน” ของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของคนตัวเล็กๆ ในสังคมที่ไร้อำนาจต่อรอง ความอยุติธรรมที่เกิดกับ “คนแบบไผ่ ดาวดิน” (เป็นต้น) จึงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมนี้มองไม่เห็น หรือไม่รู้สึกเจ็บปวด ตระหนกตกใจ รวมทั้งปัญญาชน สื่อใหญ่ๆ ในประเทศนี้ก็ละเลยที่จะพูดถึง

เพื่อนชาวมุสลิม(บางคน)บอกว่า “เสรีนิยมต้องไม่อยู่เหนือหลักศาสนาอิสลาม” ใช่ครับ ในแง่ความเชื่อเกี่ยวกับความดีส่วนตัว คนในศาสนาใดๆ ก็มีสิทธิ์จะคิดจะเชื่อว่าหลักศาสนาตัวเองเหนือกว่า สูงส่งกว่าหลักเสรีนิยม แต่ถ้านี่ไม่ใช่ “รัฐศาสนา” ใดๆ เป็นรัฐที่อยู่ร่วมกันหลายศาสนา หลักการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เป็น “กติกากลาง” ก็ย่อมไม่ใช่หลักศาสนาใดๆ จะเอาหลักศาสนาใดศาสนาหนึ่งมาเป็นฐานในการออกกฎหมายบังคับให้คนในศาสนาอื่นๆ และคนไม่มีศาสนาปฏิบัติตามไม่ได้อยู่แล้ว

แนวคิดเสรีนิยม (liberalism) ก็คือแนวคิดที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ของปัจเจกบุคคลที่มีเจตจำนงอิสระในการกำหนดตัวเอง อันเป็นรากฐานของหลักสิทธิมนุษยชนสากล และหลักสิทธิมนุษยชนก็คือหลักการที่เป็น “กติกากลาง” ในการปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของคนทุกศาสนาและคนไม่มีศาสนา

ภายใต้กติกากลางนี้ คนมุสลิม คนพุทธ คริสต์ ฮินดู และศาสนาอื่นๆ รวมทั้งคนที่มีความหลากหลายทางเพศ คนไม่มีศาสนา ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันในการเสนอความเชื่อของตนเองตราบที่ยังเคารพสิทธิและเสรีภาพแบบเดียวกันของคนอื่น สังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมจะต้องอยู่ร่วมกันด้วย “กติกากลาง” ที่แฟร์กับทุกฝ่ายแบบนี้ไม่ใช่หรือสันติภาพจึงจะเป็นไปได้

ผมมองไม่เห็นว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ส่วนไหนของโลกใบนี้ ถ้าคนในศาสนาต่างๆ ไม่เรียนรู้ที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนของคนต่างศาสนา และคนไม่มีศาสนา ที่มีความคิดความเชื่อที่ขัดหลักศาสนาใดๆ และผมไม่เชื่อว่าศาสนาจะช่วยให้คนมีศีลธรรมได้จริง ถ้าไม่สามารถสอนให้ศาสนิกเคารพสิทธิมนุษยชนของคนที่เชื่อต่างหรือท้าทายความเชื่อของศาสนานั้นๆ 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์