นานาทัศนะกรณีปฏิบัติการไล่จับ 'พระธัมมชโย'

 

ท่ามกลางข้อมูลอัพเดตปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จนวันนี้ล่วงเข้าวันที่ 6 แล้ว "ประชาไท" ชวนอ่านทัศนะต่อปฏิบัติการครั้งนี้ จาก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ, วิจักขณ์ พานิช และ สุรพศ ทวีศักดิ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนอะไร รวมถึงข้อเสนอต่อปฏิบัติการในระยะสั้นและยาว

เตือนดำเนินการเฉพาะคดีพระธัมมชโย อย่าเบี่ยงประเด็นอื่น
พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ

ถ้าจะให้พูดอย่างซีเรียสจริงจริง ในการจัดการกับวัดพระธรรมกาย รัฐจะต้องมีความเป็นกลางในเรื่องของลัทธิความเชื่อทางศาสนาให้ได้เสียก่อน คือ คนที่ใช้อำนาจรัฐ จะต้องสำเนียกว่า ตัวเองไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปก้าวก่ายหรือตัดสินชี้นำในเรื่องลัทธิความเชื่อของพลเมือง ซึ่งเป็นสิ่งอันรัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้

ถ้าตราบใด คนของรัฐเอง อย่างหัวหน้ารัฐบาลในตอนนี้ ยังคงออกมาให้ความเห็น พูดถึงเรื่องของลัทธิความเชื่อว่าสำนักนี้เป็นแบบนั้น สำนักนั้น เป็นแบบนี้ รัฐจะไม่มีทางเป็นกลางหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกายได้เลย เพราะมันส่อให้เห็นได้ชัดว่า รัฐหรือผู้มีอำนาจมีความอคติชิงชังต่อองค์กรทางศาสนานั้นนั้น เป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว ทั้งการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อการรักษานิติรัฐอย่างที่กล่าวอ้างเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของการจัดการกับกลุ่มคนซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อความเชื่อของตน นี่เป็นเรื่องที่ต้องระวัง

คือจะดำเนินคดีกับพระธัมมชโยก็ทำไป ดำเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดส่วนตัวของบุคคลที่เป็นผู้ต้องหา โดยที่ต้องไม่พยายามเบี่ยงประเด็นหรือมุ่งเป้าไปในส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง อันนี้ควรเป็นท่าทีและความชัดเจนในการทำงานของรัฐแต่เบื้องต้น และในการดำเนินการนั้น อะไรที่ผ่อนปรนได้ หากไม่เป็นการขัดขวางการทำงาน หรือทำให้การปฏิบัติหน้าที่ล้มเหลว ก็ควรจะผ่อนปรน โดยเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยเป็นสำคัญ

อนึ่ง อาตมาอยากจะบอกว่า การขนเจ้าหน้าที่จำนวนมากมาก ไปปิดล้อมวัด โดยที่ไม่ยอมดำเนินการใดใดเลย เมื่อผ่านไปหลายวันเข้า ย่อมสร้างความลำบากเดือดร้อนให้กับคนจำนวนมาก ทั้งชาวบ้านที่อยู่รอบวัด ซึ่งต้องสัญจรไปมา ทั้งพระเณรภายในวัดด้วย ก็ได้ยาก หากมีกิจที่ต้องเข้าออก อันนี้คนที่มีอำนาจควรจะพิจารณา

การจับกุมตัวพระธัมมชโยนั้น แม้ว่าจะกระทำไม่ได้ในทันทีตอนนี้ ก็ไม่ใช่ความล้มเหลวของระบบนิติรัฐอย่างที่คนมีอำนาจเป็นห่วง เพราะสังคมย่อมทราบดีว่า ภายใต้ความล้มเหลวนั้น มีเงื่อนไขและเหตุปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ถึงต่อตัวของพระธัมมชโยเอง การหนีความผิด ดั่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นความสุขสบาย หรือการอยู่เหนือกฎหมายก็หาไม่ การมีตัวตนอยู่ โดยที่ต้องทำเหมือนไม่มีตัวตน นี่ก็เป็นผลของการทำงานของกฎหมายอย่างหนึ่งแล้ว

ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความสุขุมคัมภีรภาพมากกว่านี้ โดยเห็นแก่ผลกระทบที่จะตามมาจากการใช้อำนาจอย่างเกินขอบเขต มากกว่าการต้องจับกุมตัวพระธัมมชโยให้ได้ หรือควบคุมเครือข่ายของวัดพระธรรมกายทั้งหมด ท่านย่อมจะมีอุปายโกศล ในการหาช่องทางที่ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ดีกว่าการขนคนจำนวนมากไปปิดล้อมวัด โดยที่ไม่ยอมกระทำการใดใดเลย แล้วส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง

 

เรียกร้องตรวจสอบเสมอหน้า ระยะยาวแยกศาสนาจากรัฐ
วิจักขณ์ พานิช นักวิชาการอิสระด้านปรัชญาศาสนา

จริงๆ เรื่องคดีฟอกเงิน รับของโจร นี่น่าสนใจนะครับ ถ้าตั้งสติดีๆ และมองว่าเป็นปัญหาร่วมในวงการสงฆ์มานมนาน ทุกวัดมีปัญหาหมด จะทำอย่างไรให้เงินที่ไหลเวียนเข้าออกวัดตรวจสอบได้และโปร่งใสมากกว่านี้ เงินบริจาคเกินเท่าไหร่ ต้อง declare ที่มา วัดต้องมีรูปแบบองค์กรอย่างไร บริหารจัดการอย่างไร สัมพันธ์กับรัฐอย่างไร แหล่งรวมศรัทธาจึงจะไม่กลายเป็นมุมมืดที่ง่ายต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธรรมกายมันสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของสถาบันสงฆ์ทั้งหมด ตอนนี้ปัญหามีอยู่ในทุกวัด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะถูกเล่นเท่านั้น ใครจะขึ้นมามีอำนาจ ใครจะอยู่เป็นและประสานประโยชน์กับผู้มีอำนาจได้... การเมืองที่ครอบงำศาสนาพุทธแบบนี้ทำให้การอ้างเรื่อง "ความถูกต้องทางศาสนา" มีลักษณะสองมาตรฐานอยู่ตลอดเวลา บอกว่าธรรมกายทำผิดกฎหมาย อ่าว แล้วพุทธะอิสระล่ะทำไมทำอะไรก็ไม่ผิด? แล้วพระในองค์กรคณะสงฆ์ล่ะทำไม DSI ไม่จัดการบ้าง? ทำไมทรัพย์สินและที่ดินของสำนักอื่นล่ะถึงไม่ถูกตรวจสอบบ้าง?

ถ้ามองเห็นว่าปัญหาของศาสนาพุทธไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วมีความจริงใจในการแก้ปัญหา ก็ควรมองไปที่การแก้ไขอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกับทุกวัด ทุกสำนัก ทุกองค์กรทางศาสนา ไม่ใช่แค่ป้ายความเป็นปีศาจให้หนึ่งสำนัก กำจัดมันให้ได้ แล้วตัวเองก็ดูบริสุทธิ์ขึ้นมาทันที...

สำคัญคือการตระหนักว่า ปัญหาเกิดขึ้นจากการที่รัฐเข้ามาก้าวก่ายเรื่องศาสนาและใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือของรัฐ การแยกศาสนาออกจากรัฐ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ในระยะยาว ให้แต่ละศาสนา แต่ละความเชื่อ แต่ละสำนัก ได้ดูแลจัดการกันเองบนพื้นฐานของความแตกต่าง ส่วนรัฐก็มีระยะห่างและสร้างมาตรฐานเดียวในการสัมพันธ์กับทุกองค์กรทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการสนับสนุนเสรีภาพในการนับถือศาสนา ปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือการตรวจสอบทางการเงิน

การส่งเสริมบรรยากาศของการเคารพกันและกันทั้งทางศาสนาและทางการเมือง น่าจะดีกว่าแนวทางที่รัฐเผด็จการปฏิบัติต่อประชาชนอยู่ในเวลานี้นะครับ

 

3 ปัญหาพื้นฐานเรื่องการวิจารณ์-โจมตี กับอำนาจรัฐประหาร
สุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา

ผมเคารพความเชื่อทางศาสนา และการวิพากษ์วิจารณ์ เปิดโปง โจมตีนักการเมือง และธรรมกายของคนแบบพุทธะอิสระ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และอาจารย์มโน เลาหวนิช แต่การกระทำของพวกเขาได้ก่อให้เกิดปัญหาพื้นฐานสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ

1.คุณไม่แฟร์กับคนอื่น เพราะคุณวิจารณ์ เปิดโปง โจมตีความเชื่อทางศาสนาของคนอื่น หรือการทุจริตของคนอื่นๆ พร้อมกับเรียกร้องให้ใช้รัฐประหารและอำนาจรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารจัดการกับคนอื่น

2.ต่อให้กลุ่มศาสนา กลุ่มการเมือง หรือบุคคลทางศาสนา บุคคลทางการเมืองที่คุณกล่าวหาได้ทำผิดจริง และการกระทำของคุณอาจอ้างได้ว่ามีประโยชน์ต่อสังคม เพราะสามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้ แต่ประโยชน์ต่อสังคมดังกล่าวก็เทียบไม่ได้กับความเสียหายจากการล้มระบบ ปชต.และล้มหลักนิติรัฐของสังคม

3.การวิจารณ์ เปิดโปง โจมตีคนอื่นพร้อมๆ กับสนับสนุนเรียกร้องให้อำนาจรัฐประหารจัดการกับคนอื่น ย่อมไม่ใช่การใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามหลักปชต.และสิทธิมนุษยชน แต่เป็นการสนับสนุนการทำลายเสรีภาพดังกล่าวโดยตรง ทำให้คุณเองหรือใครๆ ก็ไม่มีเสรีภาพวิจารณ์ตรวจสอบอำนาจที่คุณเรียกร้องให้จัดการกับคนอื่นได้ เท่ากับคุณกำลังสนับสนุนการดำรงอยู่ของอำนาจที่ทำลายหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน พูดง่ายๆ คือกำลังสร้างบรรทัดฐานที่มุ่งตรวจสอบเอาผิดคนอื่นฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะมองด้วยหลักการศาสนา หลักการทางการเมืองที่มีความเป็นอารยะ การกระทำดังกล่าวมันย่อมไม่มีความถูกต้องชอบธรรม

 

 

ที่มา: เฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณวิจักขณ์ พานิชสุรพศ ทวีศักดิ์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์