พระ 5 รูปยังอดอาหาร วอนยกเลิกใช้ ม.44 กับธรรมกาย

ประยุทธ์ ยันยึดกม.ขออย่าใช้กฏหมู่กดดันจนท. ด้านทนายวิญญัติ  แม้มี ม.44 ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย ชี้คำสั่งดังกล่าว มีอำนาจกว้างกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ควบคุมยาก

23 ก.พ. 2560 จากกรณีวานนี้ (22 ก.พ.60) โพสต์ทูเดย์รายงานว่า ที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ฝั่งตรงข้ามทางเข้าประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย อัยน์ เพชรทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พระอิสรภาพ อาจรสัมปันโน พระลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวว่า พระสงฆ์จะทำอารยะขัดขืน อดอาหารเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามมาตรา 44 โดยจะเริ่มต้น 7 รูป จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปจนกว่าจะหยุดใช้มาตรา ดังกล่าว

วันนี้ (23 ก.พ.60) เมื่อเวลา 13.30 น.  พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวี ใช้เฟซบุ๊ก 'Pornthip Morngyai' ถ่ายทอดสดบริเวณตลาดกลางคลองหลวงดังกล่าว ระบุว่า พระสงฆ์ 5 รูปยังคงอารยะขัดขืนด้วยการอดอาหาร โดยมีพระรูปอื่นๆ ปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการใดๆ กับพระที่ดำเนินการอดอาหารดังกล่าว โดยบรรยากาศเริ่มตึงเครียดเนื่องจากนายอำเภอคลองหลวงและเจรจาให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเจ้าของพื้นที่แจ้งความว่ามีการบุกรุกพื้นที่และใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามพระบริเวณดังกล่าวได้เปิดเผยกับทีมข่าววอยซ์ทีวีว่าได้เช่าพื้นที่ตรงนี้แล้ว ทำให้ยังเป็นข้อถกเถียงกันต่อ

พรทิพย์ รายงานด้วยว่า เบื้องต้นทางนายอำเภอระบุว่าหากไม่มีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ตรงนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายขัดเด็ดขาด

เมื่อเวลา 9.50 น. ที่ผ่านมา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ดีเอสไอ ทหาร ตำรวจ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายในวัดพระธรรมกายหลายจุด เพื่อหาตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรวมตัวต่อต้าน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 06.45 น. กำลังทหาร 50 นาย เข้ารื้อประตูฝั่งทางเข้าอาคารบุญรักษา(ฝั่งหน้าโบสถ์) ขณะนี้กลุ่มลูกศิษย์กำลังเข้าเจรจาอยู่ ยังไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น  ผู้สื่อข่าวรายงานสรุปตัวเลขจากจุดคัดกรอง ประตู 7 วัดธรรมกาย หลังยุติการเจรจาจน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีศิษย์และพนักงานภายในวัดลงทะเบียนออกจากวัดผ่านประตู 7 รวม 53 ราย

โดยเมื่อเวลา 10.00 น. เพจ สดจากวัด Live from Wat โพสต์ภาพพร้อมรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่บริเวณประตู 4 วัดพระธรรมกาย โดยมีการตั้งแนวรั้วลวดหนาม ส่วนตรงอาคารบุญรักษา แต่ล่าสุดทหารทั้งหมดได้ถอยกำลังออกจากวัดไปแล้ว หลังพระสงฆ์และลูกศิษย์ ขอร้อง

ประยุทธ์ยึดกม.ขออย่าใช้กฏหมู่กดดันจนท.

13.00 น. สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพิ่มเติมว่า การดำเนินการกับวัดพระธรรมกายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ ทำหน้าที่อยู่แล้ว จึงขออย่าให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง และไม่ว่าประชาชนหรือพระก็ต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้กฎหมาย จึงไม่อยากให้ใช้กฎหมู่มากดดันเจ้าหน้าที่ เพราะจะทำให้การทำงานยากขึ้นและอาจเกิดการบาดเจ็บสูญเสีย ขณะเดียวกันขอสื่อลดการนำเสนอข่าวในเรื่องนี้ เพราะจะทำให้การสร้างแนวร่วมและมวลชนลดลง ซึ่งยืนยันว่าส่วนตัวรักชีวิตคนทุกคน แต่จะต้องรักษากฎหมายและกติกาของบ้านเมือง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ให้พิจารณาในการดำเนินการตามกฎหมายจากเบาไปหาหนัก โดยให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้ที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้พิจารณากันต่อไปว่าสิ่งที่ถูกต้องควรทำอย่างไร ไม่ใช่ต้องทำลายทิ้งทั้งหมด และเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องพิจารณาว่าจะให้เป็นสถานที่ทำบุญต่อไปอย่างไร

ทนายวิญญัติ  แม้มี ม.44 ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย

วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า แม้การปฏิบัติจะมี มาตรา 44 รองรับ แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย อีกทั้ง คำสั่งดังกล่าว มีอำนาจกว้างกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ควบคุมยาก เพราะหลายเรื่องเป็นดุลยพินิจโดยอาศัยฐานจากอำนาจตามมาตรา 44
 
วิญญัติ ยังมองว่า "หมายค้น" ปกติที่ออกโดยศาล ก็ให้อำนาจไว้มากอยู่แล้ว ที่สำคัญการใช้มาตรา 44 โดยเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ไม่ได้มุ่งหมายให้มีการออกคำสั่งเกินกว่าอำนาจศาล จึงเกิดคำถามว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และการจับกุมผู้ต้องหาเพียงคนเดียว ในทางฎหมายไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษขนาดนี้
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง