สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศชวนจับตาคดี 'โจนาธาน เฮด' ถูกฟ้องหมิ่นประมาท วัดเสรีภาพสื่อ

สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศชี้คดีนักข่าวบีบีซีถูกฟ้องหมิ่นประมาท หลังรายงานเคสฉ้อโกงที่ดินชายชาวอังกฤษ เป็นบททดสอบข้อจำกัดทางกฎหมายว่าสื่อจะรายงานสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นประโยชน์สาธารณะได้แค่ไหน

24 ก.พ. 2560 กรณีโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ถูกดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลภูเก็ต จากการนำเสนอรายงานเรื่องการปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงที่ดินของชายชาวอังกฤษ (อ่านข่าว) สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ออกแถลงการณ์ชี้ว่า นี่เป็นคดีสำคัญที่ควรได้รับความสนใจในวงกว้าง และจะเป็นการทดสอบข้อจำกัดทางกฎหมายว่าผู้สื่อข่าวจะสามารถรายงานในสิ่งที่เขาหรือเธอเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์สาธารณะโดยปราศจากความกลัวหรือการชดเชยทางกฎหมายได้เพียงใด

แถลงการณ์ระบุว่า ยิ่งไปกว่านั้น คดีนี้จะชี้ให้เห็นว่า ในประเทศไทย บางครั้ง มีการใช้เพียงลายเซ็นในการรับรองเอกสารสำคัญ เช่น โฉนด หุ้น พินัยกรรม ความเป็นเจ้าของบริษัท ดังนั้น นี่จึงเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่อาศัยในประเทศนี้ ไม่ใช่เพียงผู้อาศัยและนักลงทุนชาวต่างชาติเท่านั้น

"เราหวังว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่บทสรุปที่ยุติธรรม ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" แถลงการณ์ระบุและทิ้งท้ายว่า แม้ว่าโจนาธาน เฮดจะเป็นประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฯ แต่เขาไม่เกี่ยวข้องกับการออกแถลงการณ์นี้

สำหรับคดีนี้ โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียของบีบีซี ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม, มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, และมาตรา 332 ซึ่งระบุว่าหากถูกตัดสินว่าผิดจริงอาจให้จำเลยทำลายข้อความหรือโฆษณาคำพิพากษา และมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังเสนอข่าวกรณีชายชาวอังกฤษซึ่งแต่งงานกับผู้หญิงไทยถูกปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงที่ดินที่ภูเก็ต ผ่านเว็บไซต์บีบีซี โจทก์คดีนี้คือ ประทวน ธนารักษ์ ทนายความซึ่งถูกกล่าวหาในการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้โจทก์ยังฟ้องจำเลยอีกคนหนึ่ง เป็นชายชาวอังกฤษ คือ เอียน มาร์แชล แรนซ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ทั้งคู่อาจถูกลงโทษสูงสุดในฐานหมิ่นประมาท จำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่เฮด ซึ่งถูกฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย อาจได้รับโทษจำคุกตามพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

เมื่อปลายปีที่่ผ่านมา มีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมาตรา 14(1) เรื่องการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีการแก้ไขใจความสำคัญโดยเพิ่มองค์ประกอบว่า เป็นการนำเข้า "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง" และเพิ่มข้อความ "อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา" และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ของ สนช. ย้ำหลายครั้งในต่างกรรมต่างวาระว่า มาตรา 14(1) ไม่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาท

ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของ สนช.แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 ม.ค. โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค.นี้ (120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์