กลุ่มชาตินิยมขวาจัดในอินเดีย ถูกกล่าวหาใช้ความรุนแรงในมหาวิทยาลัย

ในอินเดียมีความกังวลเรื่องเสรีภาพการแสดงออกในรั้วมหาวิทยาลัยหลังเกิดเหตุพวกกลุ่มขวาจัดที่มีส่วนเกี่ยวของกับพรรครัฐบาลชาตินิยมฮินดูของอินเดียรุมทำร้ายนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาโดยที่ตำรวจในพื้นที่เพิกเฉย โดยหลังเกิดเหตุหลายคนพากันปักหลักชุมนุมที่สำนักงานตำรวจเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับคนทำร้ายร่างกาย

28 ก.พ. 2560 สื่ออัลจาซีรารายงานว่า กลุ่มนักศึกษาขวาจัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองของรัฐบาล นเรนทรา โมดี ในอินเดียถูกกล่าวหาว่าใช้กำลังทำร้ายนักศึกษา และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเดลี

กลุ่มดังกล่าวมีชื่อว่า อัคฮิล ภารติยะ วิทยาธิ ปาริชาติ หรือ เอบีวีพี (Akhil Bharatiya Vidyarthi Parishad - ABVP) เป็นกลุ่มชาตินิยมในอินเดียที่ก่อเหตุทำร้ายผู้คนในมหาวิทยาลัย สังคีตา กุปตา เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ถูกรุมทำร้ายโดยกลุ่มชายประมาณ 8-10 คน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์แต่อย่างใด กุปตาเรียกร้องให้มีการจับกุมตัวกลุ่มอันธพาลเหล่านี้โดยเร็วที่สุด

กุปตาร่วมกับนักศึกษาและนักกิจกรรมคนอื่นๆ ที่รวมตัวกันหน้าสำนักงานตำรวจของเดลีเรียกร้องให้ตำรวจทำสำนวนคำร้องอย่างเป็นทางการในกรณีของกลุ่มเอบีวีพี

"ฉันมาที่นี่เพื่อความยุติธรรม ถ้าหากตำรวจเดลีจะไม่ให้ความยุติธรรมแก่ฉัน แล้วใครอื่นล่ะจะให้ได้" กุปตากล่าว

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา กลุ่มเอบีวีพีได้เข้าป่วนงานสัมมนาชื่อ "วัฒนธรรมการประท้วง" ที่จัดโดยสมาคมการประพันธ์แห่งวิทยาลัยรามยาส กลุ่มเอบีวีพีมีส่วนพัวพันกับองค์กรฮินดูขวาจัดชื่อกลุ่มรัชตรียา สวายัมเสวัค สังข์ หรืออาร์เอสเอส (Rashtriya Swayamsevak Sangh - RSS) พวกเขาต่อต้านการมีส่วนร่วมของผู้นำนักศึกษาเชห์ลา ราชิด และนักวิชาการ อูมาร์ คาลิด จากมหาวิทยาลัย ชวาหระลาล เนห์รู ผู้ถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้วในข้อกล่าวหาใช้คำขวัญต่อต้านอินเดีย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการดำเนินการใดๆ กับกลุ่มเอบีวีพี ทางมหาวิทยาลัยเองก็ตัดสินใจในเชิงต่อต้านการมีส่วนร่วมของผู้นำนักศึกษา

องค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลอินเดียเปิดเผยว่า มีภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการแสดงออกเพิ่มมากขึ้นในมหาวิทยาลัยของอินเดีย อาคาร์ พาเทล หัวหน้าแอมเนสตีอินเดียกล่าวว่า "มหาวิทยาลัยควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการถกเถียงและอภิปราย" แต่การก่อเหตุของกลุ่มขวาจัดในมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้เห็นว่าการข่มขู่คุกคามกลายเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร

มีการตั้งข้อสังเกตว่าคาลิดเป็นคนที่วิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทหารในเขตชนพื้นเมืองที่มีทรัพยากรเหมืองแร่จำนวนมากในเขตที่ปกครองโดยพรรครัฐบาลชาตินิยมฮินดู

ความรุนแรงจากกลุ่มขวาจัดเกิดขึ้นหลังจากที่องค์การนักศึกษาฝ่ายซ้ายและสมาพันธ์นักศึกษาอินเดียเดินขบวนต่อต้านการกระทำของกลุ่มเอบีวีพี ซูร์ยา ประกาศ หนึ่งในนักศึกษาที่เข้าร่วมเดินขบวนบอกว่ามีนักศึกษาที่ถูกทำร้ายต้องเข้าโรงพยาบาลหลายคนแต่ตำรวจก็ไม่ได้เข้าช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้ายเลย นักศึกษาอีกรายหนึ่งชื่อ สวาลี ประกาศ เล่าว่ามีกลุ่มเอบีวีพี 5-6 คนตะโกนหาว่าเธอเป็น "คอมมิวนิสต์" และขู่ว่าจะสาดน้ำกรดใส่และข่มขืนเธอ เรื่องนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเรื่องความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยอินเดีย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอบีวีพีถูกกล่าวหาเรื่องใช้ความรุนแรง ก่อนหน้านี้ยังมีกรณีที่นักศึกษาชื่อนาจีบ ฮาห์หมัด จากมหาวิทยาลัย ชวาหระลาล เนห์รู หายตัวไปเมื่อเดือน ต.ค. 2559 หลังจากมีเรื่องชกต่อยกับกลุ่มเอบีวีพี ในปี 2558 ก็เคยมีกรณีป่วนการจัดฉายภาพยนตร์เรื่องการจลาจลทางศาสนา 

อัลจาซีราระบุว่าหลังจากที่ นเรนทรา โมดี เข้าสู่อำนาจในปี 2557 กลุ่มชาวฮินดูขวาจัดก็รู้สึกฮึกเหิมมากขึ้นมีการใช้ศาลเตี้ยอ้างกฎหมายไว้ในมือตัวเอง และบังคับใช้ศาลเตี้ยในไปในเชิงการตีความ "ชาตินิยมและวัฒนธรรมอินเดีย" ในแบบของพวกเขา เช่น กรณีการรุมสังหารชายคนหนึ่งในปี 2557 เพียงเพราะมีข่าวลือว่าเขากินเนื้อวัว (ศาสนาฮินดูห้ามกินเนื้อวัว)

สุมานกาลา ดาโมดารัน ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอัมเบ็ดการ์กล่าวว่าการทุบตีทำร้ายผู้คนในมหาวิทยาลัยเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น เธอวิจารณ์อีกว่ารัฐบาลโมดีกปล่อยให้พวกอันธพาลออกทำตามอำเภอใจในประเทศตัวเองแล้วเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกวันๆ

ฝ่ายเอบีวีพีออกมาโต้แย้งว่าพวกเขาไม่ได้ทำร้ายใคร ชรีรัง กุลคาร์นี หัวหน้าฝ่ายสื่อของเอบีวีพีกล่าวหาว่ากลุ่มนักศึกษาโกหกเรื่องที่พวกเขาไปทำร้าย และอ้างว่าเป็นการทะเลาะกันระหว่างกลุ่มเอบีวีพีกับกลุ่มนักกิจกรรมอีกสองกลุ่ม กุลคาร์นีกล่าวอีกว่าพวกเขาไม่มีปัญหากับการจัดสัมมนาแต่กลุ่มของพวกเขาจะไม่ยอมให้คาลิดขึ้นพูดโดยอ้างว่าคาลิดใช้คำขวัญ "ต่อต้านประเทศ" ของพวกเขา เช่นการเรียกร้องอิสรภาพในรัฐแคชเมียร์ และอิสรภาพให้เมืองบาสตาร์ในรัฐฉัตตีสครห์ โดยที่เมืองบาสตาร์เป็นศูนย์กลางกลุ่มกบฏเหมาอิสต์มาหลายทศวรรษแล้ว

กลุ่มนักกิจกรรมบอกว่ากลุ่มชนพื้นเมืองกำลังต้องเผชิญกับการใช้กำลังตำรวจเกินกว่าเหตุโดยมีทั้งการวิสามัญฆาตกรรมและการใช้รุนแรงทางเพศจำนวนมากต่อชนพื้นเมือง โดยที่พรรครัฐบาลบีเจพีวิจารณ์กลุ่มนักกิจกรรมที่ต่อต้านปฏิบัติการทหารในความขัดแย้งกับกลุ่มชนพื้นเมือง

กลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมและนักวิชาการ พากันนั่งปักหลักชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจเดลีเพื่อประท้วงตำรวจโดยที่ดิเพนดรา ปาทัก โฆษกตำรวจเดลีให้คำมั่นว่าจะมีมาตรการกับตำรวจที่ทำตัวไม่เหมาะสมและไม่เป็นมืออาชีพ หลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็มีการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย และมีการส่งคดีให้แผนกอาชญากรรมทำต่อ แต่ก็ยังไม่มีใครที่ถูกจับกุมในเหตุทำร้ายผู้คนในมหาวิทยาลั

คาลิดผู้เข้าร่วมชุมนุมในสำนักงานตำรวจด้วยบอกว่าเอบีวีพีและกลุ่มที่สนับสนุนพวกเขาต้องการสร้างบรรยากาความหวาดกลัว และเปรียบเทียบการกระทำของกลุ่มขวาจัดเหล่านี้ว่าเป็นพวก "ฮูลิแกน" ที่ไม่ใช่พวก "ชาตินิยม" คาลิดกล่าวอีกว่า "สักวันหนึ่งประชาธิปไตยจะได้รับชัยชนะและคนที่ต่อต้านประชาธิปไตยทั้งหมดล้วนจะพ่ายแพ้"

 

เรียบเรียงจาก

Nationalist group ABVP accused of Delhi campus violence, Aljazeera, 28-02-2017

http://www.aljazeera.com/indepth/features/2017/02/nationalist-group-abvp-accused-delhi-campus-violence-170226050247696.html

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์