ประยุทธ์ ชี้ปมธรรมกายต้องพูดคุยกันหาทางออกภายใต้กฏหมาย

รมว.ยุติธรรม ยัน งบปิดล้อมไม่ถึง 60 ล้าน ปัดเปลี่ยน อธิบดี DSI  กต.แจงไม่พบกลุ่มองค์กรพุทธยุโรปร้องข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

28 ก.พ. 2560 รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการในหลายเรื่อง โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประสานระหว่างหน่วยงานรัฐบาลกับพระ  ว่าจะมีทางออกอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่มีกฎหมาย ส่วนวัดมีความศรัทธา ดังนั้น ต้องหาทางออกร่วมกัน แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าจะทำให้สถานการณ์สงบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำความจำเป็นในการใช้อำนาจตามมาตรา 44  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพราะแม้จะมีกฎหมายอยู่ในมือ แต่บางครั้งมีการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย หากจะให้ลดการใช้อำนาจตามาตรา 44 ทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องให้ความร่วมมือ ให้เข้าตรวจค้น ซึ่งการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ก็มีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และองค์กรด้านศาสนาเข้าร่วมด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ชี้แจงถึงความจำเป็นในการใช้อำนาจมาตรา 44 เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ให้ต่างชาติได้เข้าใจ และล่าสุด ที่มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำประเด็นนี้เข้าไปร้องเรียนในการประชุมองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ที่เกาหลีใต้  สถานเอกอัคราชทูตตรวจสอบแล้วพบว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้

“ทุกคนต้องเข้าใจว่า เมื่อมีการกระทำผิดกฏหมายที่ใดๆ ก็ตาม กฏหมายจำเป็นต้องเข้าไปให้ถึง กฏหมายครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ฉะนั้นก็อย่าทำผิดกฏหมาย ถ้าผิดกฏหมาย แล้วบอกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ก็ยังไม่รุนแรงสักอย่าง ไม่เห็นมีอาวุธสักชิ้น อย่าทำทุกอย่างให้วุ่นวาย ต้องพูดคุยกันหาทางออกให้ได้ และต้องพูดคุยภายใต้กฏหมาย จะให้ไม่มีกฏหมาย ตกลงกันเองคงไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

รมว.ยุติธรรม ยัน งบปิดล้อมไม่ถึง 60 ล้าน ปัดเปลี่ยน อธิบดี DSI

ขณะที่ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีการสอบถามถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ในการประชุม คสช. และการประชุมครม. วันนี้ (28 ก.พ.)  และขณะนี้ยังไม่มีการปรับแผนปฏิบัติการ

สุวพันธุ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีการเฝ้าระวังกลุ่มมวลชนผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกาย ที่เคยร่วมชุมนุมทางการเมืองอยู่แล้ว   และได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ ในการดูแลกลุ่มสงฆ์ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณตลาดกลาง  รวมถึง เรื่องอาหารเช้าและอาหารเพลของคณะสงฆ์

“แต่เนื่องจากทางวัดย้ำมาตลอดว่า พระธัมมชโยไม่ได้จำวัดภายในวัดธรรมกายแล้ว จึงเพิ่มการสืบสวนสอบสวนพื้นที่รอบนอก เพื่อแกะรอยตามหาพระธัมมชโยมากขึ้น ส่วนการเจรจากับวัดพระธรรมกาย ก็ยังมีการพูดคุยกันอยู่ และเจ้าคณะจังหวัดก็ได้ช่วยหารือด้วย” สุวพันธุ์ กล่าว

สุวพันธุ์  ยืนยันว่า งบประมาณที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)  ใช้ในการจัดการรอบวัดพระธรรมกาย เป็นไปตามระเบียบราชการ และไม่ถึง 60 ล้านบาท ตามที่วัดพระธรรมกายระบุ  และเห็นว่า สังคมจะต้องเรียนรู้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างไร หลังหัวหน้า คสช. ประกาศใช้อำนาจมาตรา 44 ให้พื้นที่รอบวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมแล้ว 14 วัน แต่ก็ยังปฏิบัติการไม่สำเร็จ

นอกจากนี้  สุวพันธุ์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตำแหน่งอธิบดีดีเอสใหม่ โดยยืนยันว่า ยังคงเป็น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง เช่นเดิม

กต.แจงไม่พบกลุ่มองค์กรพุทธยุโรปร้องยูเอ็น

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ รายงานด้วยว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่า กลุ่มองค์กรพุทธยุโรปได้มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระหว่างการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 34 เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่นครเจนีวา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย นั้น

ขอเรียนว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวาได้ตรวจสอบกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ แล้ว ได้รับแจ้งว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ไม่ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มดังกล่าวตามที่มีการกล่าวอ้างแต่ประการใด ทั้งนี้ คณะผู้แทนถาวรไทยฯ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น จะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดและจะได้ชี้แจงกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่ามูลเหตุของสถานการณ์นี้เป็นเรื่องของการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นสำคัญ และการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์