ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 1 ปี คุณหญิงจารุวรรณ คดีจัดสัมมนาเท็จ ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีจัดสัมมนาเท็จ ให้ลงโทษจำคุก 'คุณหญิงจารุวรรณและพวก' เป็นคนละ 1 ปี จากเดิมที่ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา 

 

แฟ้มภาพ

2 มี.ค. 2560 จากกรณีเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2558 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3597/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อายุ 69 ปี อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และ คัมภีร์ สมใจ อายุ 69 ปี อดีต ผอ.สำนักงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าทีโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83 หรือคดีจัดสัมมนาเท็จ โดยพิพากษาให้จำคุกทั้ง 2 คนละ 2 ปี โดยทั้ง 2 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยใช้หลักทรัพย์มูลค่า 2 แสนบาทในการประกันตัว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีนี้ ให้ลงโทษจำคุก เป็นคนละ 1 ปี จากเดิมที่ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา 

โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากหลักฐานทั้งหมดของโจทก์ สามารถนำมาหักล้างกับคำให้การของจำเลยทั้ง 2 ได้ ซึ่งจำเลยทั้ง 2 ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 83 พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่จำเลยทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์ ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 1 ปี ตามที่ปรากฎเป็นข่าว โดยศาลให้ประกันตัวระหว่างฎีกา
 
มติชนออนไลน์ รายงานคำพิพากษา เพิ่มเติมด้วยว่า ส่วนที่จำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ว่า ควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ เห็นว่าจำเลยทั้งสองรับราชการที่ สตง.มางานจนดำรงตำแหน่งระดับสูง นับว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการ ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีอายุมากประมาณ 70 ปี มีเหตุควรปราณี ที่ศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี จึงหนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสม

ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 1 ปี แต่ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่า สตง.เป็นส่วนราชการมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของส่วนราชการอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายและมติ ครม.การตรวจสอบเพื่อให้เห็นว่ามีการใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ โดยประหยัดและได้ผลตามเป้าหมายและมีผลคุ้มค่าหรือไม่ แต่จำเลยทั้งสองกลับไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินเสียเอง ทำให้ส่วนราชการอื่นและสังคมทั่วไปเคลือบแคลงและขาดความเชื่อมั่นในความสุจริตและระบบการตรวจสอบซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ พฤติการณ์จึงนับว่าร้ายแรง แม้ว่าคุณหญิงจารุวรรณ จะดำรงตำแหน่งในสถาบันต่างๆหลายแห่ง และนายคัมภีร์ จำเลยที่สอง มีอาการเจ็บป่วยแต่ก็ยังไม่เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะรอการลงโทษให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นี้ ยังไม่ถือเป็นที่สุด คู่ความยังสามารถฎีกาได้ภายใน 30 วัน

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์